โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อัปเดตมุมมองหุ้น ‘ช.การช่าง’ BEM และ CKP ช่วยดันกําไร

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ส.ค. 2568 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2568 เวลา 02.30 น. • The Bangkok Insight

อัปเดตมุมมองหุ้น "ช.การช่าง" คาดกำไร BEM และ CKP ช่วยหนุนผลงานโตเด่น

หุ้น CK หรือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยเน้นงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชน มีจุดแข็งด้านวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Engineering) ที่หลากหลาย เช่น ระบบทางด่วนและทางยกระดับ รถไฟฟ้าและระบบราง เขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อาคารขนาดใหญ่ และระบบสาธารณูปโภค

นอกจากนี้ CK ยังมีการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการถือหุ้นในบริษัทลูกและบริษัทร่วมหลายแห่ง ช่วยสร้างกระแสเงินสดระยะยาว (Recurring Income) ได้แก่

CKP: บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
BEM: บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน ดำเนินธุรกิจรถไฟฟ้าและทางด่วน
TTW: บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำประปา

ช.การช่าง

ทำให้จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่การมีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการถือหุ้นในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน และไฟฟ้า เนื่องด้วยโครงสร้างการลงทุนแบบ Holding ที่ช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นโครงการเฉพาะกิจ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บทวิเคราะห์ บล. เคจีไอ ได้ออกมาอัปเดตมุมมองการลงทุนต่อหุ้น CK โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การมองว่าส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมจะช่วยหนุนให้กําไรบริษัทเติบโตโดดเด่น

แนะนำ“ซื้อ” หุ้น CK กำหนดราคาเป้าหมายใหม่ที่ 16.80 บาทต่อหุ้น อ้างอิง PE ของค่าเฉลี่ย -1.5S.D ที่ 15 เท่า โดยใช้ EPS เฉลี่ยปี 2568-2569 บนสมมติฐานที่ว่าจะไม่มีโครงการใหม่ๆเข้ามา ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside เหลืออีกราว 40% จากราคาเป้าหมายดังกล่าว

ช.การช่าง

เหตุผลสำคัญ คือ แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 คาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ มีทิศทางที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทลูกอย่าง BEM และ CKP จะช่วยดันกําไรของ CK ให้โดดเด่นตามไปด้วย

คาดว่า BEM จะแจ้งกําไรไตรมาส 2/2568 ที่ 992 ล้านบาท (-1% YoY แต่ +14% QoQ) หนุนจากเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมและการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ ส่วน CKP ประมาณการกําไรไตรมาส 2/2568 ที่578 ล้านบาท (+720% QoQ และ +681% YoY) จากธุรกิจไฟฟ้าพลังน้ำอันแข็งแกร่ง ด้วยปริมาณน้ำไหลเข้ามากและวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาลง ท่ามกลางค่าเงินบาทแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง น่าจะบันทึกกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนก้อนใหญ่จากเงินกู้สกุลดอลลาร์ อีกทั้งจัยังมีเงินปันผลรับจาก TTW มูลค่าสูงราว 232 ล้านบาท

โดยปกติแล้วไตรมาส 2-3 ของปี จะเป็นช่วงที่ CK มีกําไรสูงจากเงินปันผลรับ ขณะที่ไตรมาส 3 ก็ยังเป็นพีคไตรมาสของทั้ง CKP และ BEM ด้วย นอกจากนั้น Upside อื่นๆ น่าจะมาจากการรับรู้กําไรของการขายเงินลงทุนในโครงการเขื่อนหลวงพระบางในไตรมาส 3/2568 มูลค่า 2,700 ล้านบาท ซึ่งเรายังไม่ได้รวมตัวเลขนี้อยู่ในกําไร

ช.การช่าง

แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ CK ยังไม่ได้งานโครงการใหม่ๆ ส่วนการลงนามในโครงการทางด่วนยกระดับมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทก็อาจล่าช้าไปถึงปีงบประมาณหน้า เพราะกระทรวงคมนาคมกําลังเร่งผลักดันนโยบายค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายสําหรับรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568

ฉะนั้นแล้วการที่ CK อาจได้งานสัญญาใหม่เพียงเล็กน้อย Backlog ในปีนี้อาจลดลง 20% จาก 2 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 และหากย้อนกลับไปอดีตช่วง 10 ปี CK ได้ลงนาม Backlog น้อยที่สุดในปี 2561 มูลค่า 5.4 พันล้านบาท เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 4 หมื่นล้านบาทต่อปี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...