โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ประเสริฐ’ สั่งตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า รับมือแม่น้ำโขงล้นตลิ่งปลายเดือนก.ค.

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • The Bangkok Insight

"ประเสริฐ" สั่งตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เตรียมรับมือแม่น้ำโขงล้นตลิ่งปลายเดือนก.ค.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ลงพื้นที่เป็นประธานการประชุมเปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 1/2568

พร้อมด้วย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สทนช. โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ผู้แทนจังหวัดสกลนคร จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเลย จังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า

จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า

นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนมาระยะหนึ่งแล้ว และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกสะสมต่อเนื่อง เริ่มกระทบหลายพื้นที่ของไทย และได้รับรายงานว่ามีโอกาสที่ระดับน้ำจะล้นตลิ่งในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมนี้

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนริมแม่น้ำโขงที่อาจได้รับผลกระทบ จึงได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และร่วมกำกับการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะใช้เป็นกลไกสำคัญในการประสานงานและบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ในการเตรียมความพร้อมรับมือ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

รวมถึงใช้เป็นที่ร่วมประชุมวางแนวทางการบรรเทาและควบคุมสถานการณ์ให้การปฏิบัติเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมต่อประชาชนให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ยังได้ติดตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าแต่ละจังหวัดมีการเตรียมความพร้อมไว้อย่างเข้มแข็ง ได้แก่ การจัดทำข้อมูลคาดการณ์ ชี้เป้าและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การวางแผนปรับเกณฑ์บริหารจัดการน้ำและอ่างเก็บน้ำตามสถานการณ์ การเตรียมความพร้อมอาคารชลศาสตร์ โทรมาตร เครื่องจักรเครื่องมือต่าง ๆ การตรวจสอบความแข็งแรงปลอดภัยของคันกั้นน้ำ ทำนบ พนังกั้นน้ำและเขื่อน รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพทางระบายน้ำ เป็นต้น

ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูล-แก้ปัญหา

เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลผ่านศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ โดยให้เฝ้าระวังและเผยแพร่สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลในการประสานงานร่วมกับ สปป.ลาว ให้ สทนช. กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนที่ภูมิประเทศความละเอียดสูง เพื่อนำไปประเมินพื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่งและใช้วางแผนเตรียมความพร้อมเชิงรุก

ให้จังหวัด กรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งกำจัดและแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ สำหรับการเตือนภัยให้จังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมประชาสัมพันธ์ ใช้ระบบแจ้งเตือนภัย เช่น Cell Broadcast (CB) หรือระบบส่งข้อความเตือนภัยฉุกเฉิน ควบคู่กับช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสถานการณ์

นอกจากนี้ จังหวัดต้องร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที โดยให้เตรียมพร้อมด้านทรัพยากร เช่น เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ และชุดปฐมพยาบาล รวมถึงกำหนดจุดศูนย์พักพิงชั่วคราวในกรณีต้องมีการอพยพประชาชนด้วย จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในความตั้งใจของรัฐบาล ที่จะทำงานอย่างจริงจังและบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้การรับมือกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล

ปลายเดือนก.ค.-ส.ค.ระดับน้ำโขงสูง-ล้นตลิ่ง

ด้าน ดร.สุรสีห์ เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ในภาพรวมพบว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จำนวนรวม 10,634 แห่ง ปริมาตรน้ำปีนี้มากกว่าปี 2567 โดยมีปริมาตรน้ำรวมกัน 1,170.43 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 62% ของความจุเก็บกัก

จากการคาดการณ์ปริมาณฝน ONE MAP โดยกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน มีแนวโน้มปริมาณฝนตกสะสมจำนวนมาก

ประกอบกับสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) ได้คาดการณ์และประเมินสถานการณ์ว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องและล้นตลิ่ง ทั้งในพื้นที่ประเทศไทย (บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร) พื้นที่ สปป.ลาว รวมถึงบางพื้นที่ของประเทศกัมพูชา

ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า

ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศนั้น สทนช. ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประสานงานด้านอุทกภัยและโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ (Ad Hoc Task Team for Joint Flood and Hydropower Coordination) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ร่วมกับ MRCS และ สปป.ลาว โดยได้กำหนดการดำเนินงานความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และ สปป.ลาว ในการแบ่งปันข้อมูลการบริหารจัดการเขื่อน โดยเฉพาะแผนระบายน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ เพื่อจำลองแนวทางเร่งพร่องน้ำและชะลอเก็บกักน้ำเพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในเขตประเทศไทยและ สปป.ลาว ในช่วงฤดูน้ำหลาก

และได้เห็นชอบแนวทางความร่วมมือต่าง ๆ ที่จะดำเนินการต่อไป ได้แก่ การจัดประชุมระดับประเทศเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลร่วมด้านอุทกวิทยาและเขื่อน การเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงอุทกภัย และการจัดทำร่างแผนความร่วมมือบริหารจัดการการระบายน้ำจากเขื่อน โดยใช้ข้อมูลฝนคาดการณ์ ร่วมกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ real-time เป็นต้น

ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า

การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือครั้งนี้ เพื่อบูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ครอบคลุมทั้งในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ โดยภายในประเทศ สทนช. จะทำหน้าที่ประสานและอำนวยการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแก้ไขสถานการณ์น้ำหลากและอุทกภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ขณะเดียวกัน ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการผ่านกลไกของสำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และ สปป.ลาว เพื่อให้ศูนย์บริหารจัดการน้ำฯ มีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ ตลอดจนการเผยแพร่ข้อมูลให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและลดความเสียหายจากอุทกภัยให้ได้มากที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...