โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เม็กซิโก” มั่นใจรับมือภาษี 30% จากทรัมป์ เร่งเจรจาหาทางออก หวังปกป้องการค้าและแรงงานชายแดน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 03.32 น.

ภายหลังทรัมป์ประกาศขู่เก็บภาษีสินค้าจาก เม็กซิโก 30% เหตุจัดการแก๊งค้ายาไม่คืบ ประธานาธิบดีเผยได้เริ่มเจรจากับสหรัฐแล้ว มั่นใจหาทางออกได้

วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.07 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า เม็กซิโกแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีใหม่ 30% ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศขู่จะบังคับใช้ในเดือนหน้า โดยระบุว่าขณะนี้ได้เริ่มต้นเจรจากับสหรัฐแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงผลเลวร้ายที่สุด

หลังจากที่ทรัมป์เปิดเผยแผนดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย ไชน์บาว์ม กล่าวปราศรัยใกล้ชายแดนภาคเหนือว่า ประเทศต่าง ๆ ล้วนได้รับจดหมายจากทรัมป์ในขณะที่เขาดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าแบบทั่วโลก โดยทีมของเธอได้เริ่มพูดคุยกับสหรัฐฯ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา และเธอมั่นใจว่าเม็กซิโกจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้

ไชน์บาว์มกล่าวระหว่างพิธีเปิดคลินิกที่เมืองเอนเซนาดา รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย ว่า“เรามีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มาหลายเดือนแล้ว … และคิดว่าเราจะสามารถตกลงกับรัฐบาลสหรัฐได้”

ความสัมพันธ์ระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐสะดุดลงตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การที่เจ้าหน้าที่สหรัฐ เพิ่มการจับกุมผู้อพยพ การปิดพรมแดนต่อการนำเข้าสัตว์มีชีวิตจากเม็กซิโก เนื่องจากพบการระบาดของหนอนสกรู การที่รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ แพม บอนดี เรียกเม็กซิโกว่าเป็น “ศัตรู” และการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรสถาบันการเงินเม็กซิโก 3 แห่งจากข้อหาสนับสนุนขบวนการค้ายาเฟนทานิล

จดหมายของทรัมป์ระบุว่าภาษีใหม่จะถูกใช้เพราะเม็กซิโกยังไม่สามารถจัดการกับแก๊งค้ายาเสพติดได้เพียงพอ อย่างไรก็ตามเบื้องหลังยังคงมีการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลไชน์บาว์มกับรัฐบาลทรัมป์อย่างต่อเนื่อง

เฟลิเป เอร์นันเดซ นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg Economics ประเมินว่า เม็กซิโกยังคงอยู่ในสถานะที่ดีกว่าหลายประเทศ และอาจได้รับประโยชน์จากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐในระยะกลาง หากสินค้าของเม็กซิโกที่เป็นไปตามเงื่อนไขในข้อตกลง USMCA (สหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา) ได้รับการยกเว้นจากอัตราภาษี 30% ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ยังอยู่ในแผน แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐเตือนว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอน

หากยังคงยกเว้นเม็กซิโกและแคนาดาต่อไป ก็จะช่วยจำกัดขอบเขตของภาษีใหม่ในทวีปอเมริกาเหนือ และช่วยพยุงภาคส่วนสำคัญ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่พึ่งพาข้อตกลง USMCA ซึ่งผ่านการเจรจาใหม่ในสมัยแรกของทรัมป์

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เม็กซิโกและสหรัฐได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระดับทวิภาคีขึ้นใหม่ เพื่อหารือด้านความมั่นคง การอพยพ และเศรษฐกิจ โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจเม็กซิโก มาร์เซโล เอบราร์ด โพสต์แถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันเสาร์ว่า ภารกิจแรกของคณะทำงานชุดนี้คือหาทางออกแทนการใช้ภาษี “เพื่อปกป้องการจ้างงานของทั้งสองฝั่งชายแดน”

“เราแจ้งคณะทำงานว่าการปฏิบัติแบบนี้ไม่เป็นธรรม และเราไม่เห็นด้วย” แถลงการณ์ระบุ โดยลงนามร่วมกันโดยกระทรวงเศรษฐกิจและกระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโก

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าภาษี 30% นี้เป็นมาตรการแยกต่างหากจากภาษีรายอุตสาหกรรม และอาจถูกปรับเพิ่มได้หากเม็กซิโกใช้มาตรการตอบโต้

“เม็กซิโกยังไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มค้ายา ที่พยายามเปลี่ยนอเมริกาเหนือให้กลายเป็นสนามค้ายาเฟนทานิล” ทรัมป์ระบุ “ถ้าเม็กซิโกสามารถรับมือกับกลุ่มค้ายาและหยุดยั้งการลักลอบยาเฟนทานิลได้ เราอาจพิจารณาปรับจดหมายฉบับนี้ใหม่”

ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลูกชายของเจ้าพ่อค้ายา โจอากิน “เอล ชาโป” กุซมาน จากแก๊งซีนาโลอา ได้รับสารภาพในข้อหาค้ายาเสพติดต่อศาลสหรัฐ และตกลงให้ความร่วมมือกับอัยการ โดยทางการสหรัฐฯ ระบุว่าแก๊งซีนาโลอาเป็นผู้นำในการลักลอบนำเข้าสารเคมีจากจีน เพื่อผลิตยาเม็ดในเม็กซิโก และลักลอบเข้าสหรัฐ

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสหรัฐได้ขยายกำหนดเส้นตายการตัดสิทธิ์เข้าระบบการเงินสหรัฐของบริษัทการเงินเม็กซิโก 3 แห่ง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยในการฟอกเงินจากการค้ายาเฟนทานิล พร้อมทั้งยกย่องเม็กซิโกที่ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้

อ้างอิง : finance.yahoo.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...