“เม็กซิโก” มั่นใจรับมือภาษี 30% จากทรัมป์ เร่งเจรจาหาทางออก หวังปกป้องการค้าและแรงงานชายแดน
ภายหลังทรัมป์ประกาศขู่เก็บภาษีสินค้าจาก เม็กซิโก 30% เหตุจัดการแก๊งค้ายาไม่คืบ ประธานาธิบดีเผยได้เริ่มเจรจากับสหรัฐแล้ว มั่นใจหาทางออกได้
วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.07 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า เม็กซิโกแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีใหม่ 30% ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศขู่จะบังคับใช้ในเดือนหน้า โดยระบุว่าขณะนี้ได้เริ่มต้นเจรจากับสหรัฐแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงผลเลวร้ายที่สุด
หลังจากที่ทรัมป์เปิดเผยแผนดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย ไชน์บาว์ม กล่าวปราศรัยใกล้ชายแดนภาคเหนือว่า ประเทศต่าง ๆ ล้วนได้รับจดหมายจากทรัมป์ในขณะที่เขาดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าแบบทั่วโลก โดยทีมของเธอได้เริ่มพูดคุยกับสหรัฐฯ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา และเธอมั่นใจว่าเม็กซิโกจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้
ไชน์บาว์มกล่าวระหว่างพิธีเปิดคลินิกที่เมืองเอนเซนาดา รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย ว่า“เรามีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มาหลายเดือนแล้ว … และคิดว่าเราจะสามารถตกลงกับรัฐบาลสหรัฐได้”
ความสัมพันธ์ระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐสะดุดลงตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การที่เจ้าหน้าที่สหรัฐ เพิ่มการจับกุมผู้อพยพ การปิดพรมแดนต่อการนำเข้าสัตว์มีชีวิตจากเม็กซิโก เนื่องจากพบการระบาดของหนอนสกรู การที่รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ แพม บอนดี เรียกเม็กซิโกว่าเป็น “ศัตรู” และการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรสถาบันการเงินเม็กซิโก 3 แห่งจากข้อหาสนับสนุนขบวนการค้ายาเฟนทานิล
จดหมายของทรัมป์ระบุว่าภาษีใหม่จะถูกใช้เพราะเม็กซิโกยังไม่สามารถจัดการกับแก๊งค้ายาเสพติดได้เพียงพอ อย่างไรก็ตามเบื้องหลังยังคงมีการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลไชน์บาว์มกับรัฐบาลทรัมป์อย่างต่อเนื่อง
เฟลิเป เอร์นันเดซ นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg Economics ประเมินว่า เม็กซิโกยังคงอยู่ในสถานะที่ดีกว่าหลายประเทศ และอาจได้รับประโยชน์จากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐในระยะกลาง หากสินค้าของเม็กซิโกที่เป็นไปตามเงื่อนไขในข้อตกลง USMCA (สหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา) ได้รับการยกเว้นจากอัตราภาษี 30% ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ยังอยู่ในแผน แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐเตือนว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอน
หากยังคงยกเว้นเม็กซิโกและแคนาดาต่อไป ก็จะช่วยจำกัดขอบเขตของภาษีใหม่ในทวีปอเมริกาเหนือ และช่วยพยุงภาคส่วนสำคัญ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ที่พึ่งพาข้อตกลง USMCA ซึ่งผ่านการเจรจาใหม่ในสมัยแรกของทรัมป์
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เม็กซิโกและสหรัฐได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระดับทวิภาคีขึ้นใหม่ เพื่อหารือด้านความมั่นคง การอพยพ และเศรษฐกิจ โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจเม็กซิโก มาร์เซโล เอบราร์ด โพสต์แถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันเสาร์ว่า ภารกิจแรกของคณะทำงานชุดนี้คือหาทางออกแทนการใช้ภาษี “เพื่อปกป้องการจ้างงานของทั้งสองฝั่งชายแดน”
“เราแจ้งคณะทำงานว่าการปฏิบัติแบบนี้ไม่เป็นธรรม และเราไม่เห็นด้วย” แถลงการณ์ระบุ โดยลงนามร่วมกันโดยกระทรวงเศรษฐกิจและกระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโก
ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าภาษี 30% นี้เป็นมาตรการแยกต่างหากจากภาษีรายอุตสาหกรรม และอาจถูกปรับเพิ่มได้หากเม็กซิโกใช้มาตรการตอบโต้
“เม็กซิโกยังไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มค้ายา ที่พยายามเปลี่ยนอเมริกาเหนือให้กลายเป็นสนามค้ายาเฟนทานิล” ทรัมป์ระบุ “ถ้าเม็กซิโกสามารถรับมือกับกลุ่มค้ายาและหยุดยั้งการลักลอบยาเฟนทานิลได้ เราอาจพิจารณาปรับจดหมายฉบับนี้ใหม่”
ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลูกชายของเจ้าพ่อค้ายา โจอากิน “เอล ชาโป” กุซมาน จากแก๊งซีนาโลอา ได้รับสารภาพในข้อหาค้ายาเสพติดต่อศาลสหรัฐ และตกลงให้ความร่วมมือกับอัยการ โดยทางการสหรัฐฯ ระบุว่าแก๊งซีนาโลอาเป็นผู้นำในการลักลอบนำเข้าสารเคมีจากจีน เพื่อผลิตยาเม็ดในเม็กซิโก และลักลอบเข้าสหรัฐ
ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสหรัฐได้ขยายกำหนดเส้นตายการตัดสิทธิ์เข้าระบบการเงินสหรัฐของบริษัทการเงินเม็กซิโก 3 แห่ง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยในการฟอกเงินจากการค้ายาเฟนทานิล พร้อมทั้งยกย่องเม็กซิโกที่ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้
อ้างอิง : finance.yahoo.com