โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์ไทย เร่งเครื่องสินเชื่อยั่งยืน 4 เรื่อง SME ต้องเตรียมพร้อม

Businesstoday

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 21.36 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 14.36 น. • Businesstoday

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ในไทย เร่งออกสินเชื่อยั่งยืนมากขึ้น จนสัดส่วนยอดคงค้างสินเชื่อยั่งยืนต่อสินเชื่อรวมเร่งขึ้นจากเฉลี่ย 1.6% ในปี 2021 เป็น 3.9% ในปี 2024 จากการเร่งบรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืน โดย ณ สิ้นปี 2024 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย 3 แห่ง บรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการเงินยั่งยืนอย่างรวดเร็ว เฉลี่ย 74.1% จากเป้าหมาย 1.5 – 2.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2025 – 2030

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าพอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะทยอยเพิ่มสัดส่วนไปสู่ Green Portfolio มากขึ้นในระยะยาว จากแนวโน้มการขยายเป้าหมายวงเงินสนับสนุนการเงินยั่งยืน หลังใกล้บรรลุเป้าหมายเดิม

สิ้นปี 2024 สินเชื่อยั่งยืนกระจุกอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่เกือบ 90% โดยเฉพาะภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน จากการเร่งปรับตัวของอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนน้อยที่สุดเพียง 2% จากข้อจำกัดด้านต้นทุนและความซับซ้อนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน

แต่ในระยะข้างหน้า ช่องว่างตลาด (1.6 แสนล้านบาท) มีแนวโน้มกระจายมายัง SMEs และรายย่อยมากขึ้น จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการเพียงพอ (underserved market) เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินเชื่อสำหรับธนาคารพาณิชย์

อีกทั้ง การแข่งขันทั้งในแง่ราคาและบริการจะเข้มข้นมากขึ้น จากการจำกัดอุตสาหกรรมที่ผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการเพิ่มการปล่อยสินเชื่อยั่งยืน ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs และรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อยั่งยืนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ในไทยอาจพิจารณาออกผลิตภัณฑ์ ‘ลดอัตราดอกเบี้ยตามการลดคาร์บอน’(Outcome-Based Rate) ถ้า SME ลดการปล่อย CO₂ ได้ตามแผน หรือเพิ่มบริการวัดคาร์บอนฟรี

การเตรียมตัวเพื่อขอรับสินเชื่อยั่งยืน ต้องแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ โดย SMEs และรายย่อยอาจเตรียมตัวยื่นขอสินเชื่อยั่งยืน ดังนี้

1.พัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับเกณฑ์ ESG เป็นการออกแบบหรือปรับโครงการให้มีผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม หรือสังคม เช่น โครงการ Solar PV , โครงการ Wastewater Recycling

2.จัดเตรียมข้อมูลและหลักฐานสนับสนุน เป็นการรวบรวมข้อมูลหรือรายงานที่แสดงผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น รายงานการลดการปล่อยคาร์บอน , ใบรับรองระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ISO 14001 , เอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ เช่น Thai Green Label

3.ใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบและวัดผล เป็นการเพิ่มความโปร่งใสโดยใช้เทคโนโลยีตรวจวัดและติดตาม เช่น ระบบ Smart Meter หรือตัววัดพลังงานแบบเรียลไทม์ , ติดตั้งระบบ Energy Monitoring Dashboard

4.จัดเตรียมแผนธุรกิจและแผนทางการเงินที่ชัดเจน เป็นการนำเสนอแผนธุรกิจที่แสดงถึงความมั่นคงและผลตอบแทนของโครงการ เช่น จัดทำแผนธุรกิจที่แสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย และจุดคุ้มทุนของโครงการ , แสดงการประหยัดต้นทุนระยะยาว เช่น
ค่าไฟฟ้าที่ลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...