“ManageEngine” ชี้ตลาดไทยมีศักยภาพ จ่อตั้งสำนักงานในไทยรุกธุรกิจเต็มสูบ
นายอรุณ คูมาร์ รองประธานประจำภูมิภาค ManageEngine กลุ่มธุรกิจบริหารจัดการไอทีสำหรับองค์กรในเครือ Zoho Corporation เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทรนด์การทำงานองค์กรได้เปลี่ยนไปหลังโควิด-19 ระบาด โดยต้องสามารถทำงานได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องเข้ามานั่งทำงานที่สำนักงาน องค์กรจึงต้องดูแลเรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้มากขึ้น บริษัทจึงพร้อมจะโฟกัสธุรกิจเข้ามายังประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เยเฉพาะด้าน ความปลอดภัย การเข้าถึงระบบ ซึ่งบริษัทมีการให้บริการครบ กว่า 60 ผลิตภัณฑ์ ให้บริการในทั่วโลก และมีดาต้าเซ็นเตอร์ อยู่ 18 แห่งทั่งโลก โดยปัจุบันที่มีลูกค้าในไทยกว่า 500 ราย ครอบคลุมทั้ง เอสเอ็มอี ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีการการใช้งานระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นถึง 30% และอัตราการเติบโตต่อปี อยู่ที่ 25%
“ตลาดประเทศไทย มีความน่าสนใจ เพราะ รับฐาล มี นโยบายส่งเสริมดิจิทัล ให้คนไทยเข้าถึงดิจิทัล และการมีนโยบายยกระดับเป็นรัฐบาลลดิจิทัล ชณะเดียวกันเอกชน ก็ตื่นตัวในการนำดิจิทัลมายกระดับการทำงานโดยเฉพาะเอไอ เพื่อทำอย่างไรที่ลดต้นทุน แต่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด หันมาใช้ ระบบอัตโนมัติ และ เอไอ เข้ามาช่วย ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งบริษัทก็มีการลงทุนและศึกษาวิจัย เรื่องเอไอ มาเป็นเวลา 10 ปี แล้ว พร้อมร่วมมือกับบริษัทใหญ่ ในการพัฒนาผลิตภัฑณ์อย่างต่อเนื่อง”
นายอรุณ กล่าวต่อว่า สำหรับ ManageEngine ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน พื้นที่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว (Hyper-Growth Area) ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) และถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยมีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางหลักในการดำเนินงาน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดเผยแผนการขยายธุรกิจสู่กลุ่มตลาดในเมืองรอง (Tier-2) ที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ ด้วย
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ธนาคารและบริการทางการเงิน ยานยนต์ การผลิต หน่วยงานภาครัฐ และสาธารณสุข โดยในปัจจุบัน ManageEngine ให้บริการแก่ลูกค้ารายสำคัญหลายแห่ง อาทิ CIMB, Fujikura และ Panasonic
“ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเคลื่อนไหวและเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภารกิจของเราคือการส่งเสริมศักยภาพให้องค์กรธุรกิจภายในประเทศด้วยโซลูชันไอทีที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น รองรับยุคของปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติในปัจจุบัน” อรุณ คูมาร์ กล่าว
ด้านนาย ณัฐวิชช์ ว่องสิทธิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคระดับภูมิภาค ประจำประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจในไทย ผ่านความร่วมมือกับบริษัท พี.พี. บางแก้ว บิสซิเนส จำกัด มาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี และได้ขยายความแข็งแกร่งในตลาดเพิ่มเติมผ่านความร่วมมือครั้งล่าสุดกับบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
โดยบริษัทเตรียม ตั้งสำนักงานในไทย และ ขยายทีมงานในประเทศ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับงานด้านเทคนิคและการดูแลลูกค้า การสนับสนุนและพัฒนาพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการฝึกอบรมขั้นสูงและเครื่องมือเสริมศักยภาพ การนำเสนอเทคโนโลยีด้านไอทีและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ทันสมัย โดยวิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในประเทศไทยอย่างมั่นคง ปลอดภัย ขยายตัวได้ และยั่งยืน