โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เริ่มลงทุน ใครว่ายาก! เปิด 4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุน ระวังประโยคเสี่ยง “การันตีผลตอบแทน”

Thairath Money

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 07.52 น.
ภาพไฮไลต์

ในยุคที่รายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน การเก็บเงินอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป “การวางแผนการลงทุน” จึงกลายเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบการ หรือคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างฐานะ การลงทุนอย่างมีระบบ ไม่เพียงช่วยให้เงินงอกเงย แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย

ในงาน Thairath Money Roadshow 2025 กรุงเทพฯ เวิร์กช็อปในหัวข้อ “วิธีการวางแผนการลงทุน” โดย “กาญจนา อ๊อดทรัพย์” นักวางแผนการเงิน จากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจหลักการลงทุนขั้นพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง โดยมีการให้คำปรึกษาแบบเจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินตัวจริงภายในงานอีกด้วย

หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ถูกพูดถึงบนเวที คือ “สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุน” ซึ่ง กาญจนา ได้อธิบายหลักคิดไว้อย่างชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องไกลตัว และสามารถเริ่มได้แม้มีเงินไม่มาก หากมีเป้าหมายที่ชัดเจน และเข้าใจสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุน 4 ข้อสำคัญนี้

4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุน

1.เป้าหมายการลงทุน

การลงทุนที่ดีควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น ต้องการเกษียณตอนอายุ 60 ปี ต้องการมีเงินเก็บ 3 ล้านบาทในอีก 20 ปี หรืออยากใช้เงินก้อนในอีก 5 ปีเพื่อดาวน์บ้าน การมี “ตัวเลข” และ “กรอบเวลา” ที่ชัดเจนจะทำให้สามารถวางแผนอย่างเป็นระบบ และคำนวณต่อได้

2.ความเสี่ยงในการลงทุน

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ใด ๆ ก็ตาม เช่น อสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวม หุ้น ฯลฯ ซึ่งความเสี่ยงในที่นี้ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  • ความเสี่ยงที่ “ตัวเรา” สามารถยอมรับได้ เช่น บางคนอาจรับความผันผวนของราคาหุ้นได้มาก หรือบางคนต้องการความมั่นคง
  • ความเสี่ยงของ “สินทรัพย์” ที่เราเลิกจะลงทุน เช่น หุ้นมีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็ผันผวนสูงเช่นกัน แต่ในขณะที่พันธบัตรหรือเงินฝากมีความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนก็ต่ำตาม การประเมินความเสี่ยงสามารถใช้เครื่องมือจำลอง เช่น แบบสอบถาม หรืองานเวิร์กช็อปจำลองการตัดสินใจทางการเงิน

3.ผลตอบแทนของสินทรัพย์นั้น ๆ

การลงทุนแต่ละแบบให้ผลตอบแทนต่างกัน เช่น หุ้นปันผลอาจให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 - 7% ต่อปี ขณะที่เงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 0.5 - 1%
สิ่งสำคัญคือ ไม่มีการลงทุนใด “การันตีผลตอบแทน” ได้แน่นอน หากมีการชวนลงทุนที่ระบุว่าให้ผลตอบแทนสูงโดยไม่มีความเสี่ยง เช่น 10% ต่อปีตลอดเวลา ควรตั้งข้อสงสัยทันทีว่าอาจเป็นการหลอกลวง

4.สภาพคล่องของสินทรัพย์ที่เราจะลงทุน

สภาพคล่องหมายถึงความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์กลับมาเป็นเงินสด เช่น หุ้นขายได้ทันที แต่ที่ดินอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน เราควรเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะกับสภาพคล่องที่เราต้องการ เช่น หากต้องใช้เงินภายใน 1 ปี อาจไม่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ขายออกได้ยาก

" เมื่อเราเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้แล้ว คำถามสำคัญถัดมาคือ “แล้วเราจะเริ่มลงทุนอย่างไร?” การมีแค่ความรู้ไม่เพียงพอ หากไม่มีแผนที่ชัดเจน การสร้าง “พอร์ตการลงทุน” ที่เหมาะกับตัวเองจึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม"

5 วิธีสร้างพอร์ตการลงทุน ฉบับพื้นฐาน

“กาญจนา” ยังได้แนะนำวิธีสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการตั้งเป้าหมาย และนำข้อมูลส่วนบุคคลมาคำนวณวางแผนต่อ

1.ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
ระบุให้ชัดว่าเป้าหมายคืออะไร ต้องใช้เงินเท่าไหร่ และเมื่อไหร่เราจะใช้ เช่น “อยากเกษียณในอีก 25 ปี และต้องมีเงินอย่างน้อย 5 ล้านบาท”

2.ประเมินเงินต้นและกระแสเงินสด
ตรวจสอบว่าเรามีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ และสามารถออมเพิ่มได้เดือนละกี่บาท เช่น มีเงินเก็บเริ่มต้น 100,000 บาท และออมได้เดือนละ 5,000 บาท

3.วิเคราะห์ผลตอบแทนที่ต้องการ
คำนวณดูว่า จากเงินต้นและการออมรายเดือน ต้องการผลตอบแทนเฉลี่ยกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะไปถึงเป้าหมาย เช่น 5% ต่อปี หรือ 7% ต่อปี

4.เลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม และจัดสัดส่วนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรารับได้
ถ้ารับความเสี่ยงได้สูง อาจเลือกลงทุนในหุ้น 70% และพันธบัตร 30% แต่ถ้ารับความเสี่ยงต่ำ อาจเน้นกองทุนรวมแบบผสม หรือเน้นเงินฝาก นอกจากนี้การกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงของพอร์ต

5.ปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
พอร์ตการลงทุนไม่ใช่สิ่งตายตัว เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน หรือสภาวะตลาดเปลี่ยน ควรกลับมาทบทวนและปรับพอร์ตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

“การที่เราจะลงทุนในอะไรสักอย่าง คำถามสำคัญที่สุดก็คือ ถ้าลงทุนในสิ่งนั้นแล้ว เราจะสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจไหม” ประโยคนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนแก่นของการวางแผนการเงินได้ดีที่สุด เพราะเป้าหมายของการลงทุน ไม่ได้มีแค่ผลตอบแทน แต่คือความมั่นใจและความสบายใจในอนาคตทางการเงินของเราเอง

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เริ่มลงทุน ใครว่ายาก! เปิด 4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุน ระวังประโยคเสี่ยง “การันตีผลตอบแทน”

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...