พลังบวกเชิงลบที่ แอฟ-ทักษอร และผู้หญิงที่คบคนอายุน้อยกว่าต้องเผชิญ จากอคติที่ว่า เมื่อผู้หญิงไม่สาวสะพรั่ง “เด็กมันจะรักเราได้นานแค่ไหน?”
การร่วม ‘ยินดี’ กับความรักของคนอื่น บางครั้งก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน (?) และขั้นกว่าของความไม่ยินดี บางคนก็ถือวิสาสะวิพากษ์วิจารณ์ความรักของคนอื่น ทั้งๆ ที่ความสัมพันธ์นั้นก็เป็นความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่สองคนที่เฮลตี้ ไม่ได้มีอะไรผิด และไม่ได้มีประเด็นน่ากังวลใดๆ เพียงแต่ดัน ‘ไม่ถูกใจ’ คนนอกความสัมพันธ์บางคนก็เท่านั้น โดยเฉพาะกับคู่รักนักแสดงหรือบุคคลสาธารณะ ที่หลีกเลี่ยงการถูกจับจ้องเรื่องส่วนตัวนี้ได้ยาก ซึ่ง ‘แอฟ-นนกุล’ ก็เป็นอีกคู่ที่กำลังเผชิญกับคอมเมนต์ที่แฝงไปด้วยการเหยียดเพศ และเหยียดอายุของฝ่ายหญิง โดยมีจำนวนหนึ่งเลยที่ผูกคุณค่าของเธอไว้กับอายุ โดยคิดว่า ‘ความไม่สาว’ และ ‘ไม่เด็ก’ ของเธอ จะไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์นี้ยืนยาวได้?! และสบประมาทความจริงใจของฝ่ายชาย ที่ถูกมองว่าเมื่อฝ่ายหญิงโรยรา คนที่ยังหนุ่มอย่างเขาเดี๋ยวก็คง ‘เบื่อ’ แล้วไปหาคนที่สาวกว่า เสมือนเหมารวมว่าผู้ชายทุกคนจะให้ค่ากับผู้หญิงที่ยังสาวเท่านั้น และอาจหมายถึงคนยังมองว่าการจะถูกรักโดยใครสักคนดูเป็นเรื่องยากถ้าผู้หญิงอายุมากขึ้น ซึ่งนับเป็นอคติที่ผู้หญิงหลายคนกำลังเผชิญอยู่เช่นกัน
ตั้งแต่ แอฟ-นนกุล คบกันมาราวๆ 2 ปี มีหลายคนที่ชื่นชอบเคมีของคู่นี้ที่มีความน่ารัก ดูแล้วอบอุ่น และชวนเขินจิกหมอน เมื่อทั้งคู่คอยส่งพลังบวกและให้กำลังใจกันเสมอ แฟนๆ บางคนยังเอ่ยปากว่า ชอบแอฟเวอร์ชันที่คบกับนนกุล และชอบนนกุลเวอร์ชันที่คบกับแอฟ เพราะทั้งคู่ต่างส่งเสริมกันและกัน ทั้งยังพยายามช่วยกันประคองความเฮลตี้ในความสัมพันธ์ ถึงอย่างนั้น ชาวเน็ตบางส่วนก็ยังมีอคติโดยไม่เชื่อว่า Age gap relationship ครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงมีอายุมากกว่าจะไปกันรอด (กลับกันถ้าฝ่ายชายอายุมากกว่าทำไมบางคนถึงตั้งคำถามนี้น้อยกว่า?)
ล่าสุดนี้ ทั้งคู่ได้ไปออกรายการ ‘แฉ’ ทางช่อง GMM25 และคอมเมนต์ของชาวเน็ตก็ทวีคูณความดุเดือดมากขึ้น หลังจากที่นนกุลตอบคำถามถึงเรื่องการแต่งงานไว้ว่า เขาได้ตกลงกับแอฟว่าจะดูใจกัน 3 ปี แล้วมาคุยกันอีกทีว่าจะไปด้วยกันต่อหรือไม่ ถ้าไปต่อเรื่องแต่งงานจะเข้ามาเร็ว ส่วนถ้าไม่ได้ไปต่อ ก็อาจลดสถานะเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้เหลือเวลาอีก 1 ปี แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ต้องลุ้น เพราะยังเชื่อในการค่อยเป็นค่อยไปในความสัมพันธ์อยู่ เมื่อมีปัญหาก็เคลียร์กันตลอด ไม่ปล่อยปัญหาไว้ข้ามคืน ซึ่งมองแบบนี้ก็นับว่าเป็นข้อตกลงกันในความสัมพันธ์ที่ชัดเจน และค่อนข้างแฟร์เลยทีเดียว ทว่าชาวเน็ตบางคนกลับมองว่า การกำหนดขอบเขตแบบนี้เป็นอะไรที่ ‘ข้อจำกัดเยอะ’ และมองว่า ถ้าคนมันใช่ มันจะต้องไม่คิดเยอะ ซึ่งสะท้อนถึงการตัดสินความสัมพันธ์ของคนอื่นโดยใช้แต่มุมมองของตัวเอง ที่สำคัญยังวนมาพูดถึงเรื่อง ‘อายุ’ กันอีกครั้งเต็มโลกโซเชียลฯ บ้างก็ย้อนจับผิดภาษากายของฝ่ายชาย ว่าสายตาเปลี่ยนไป ท่าทางไม่เหมือนเดิม เพื่อยืนยันในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ซึ่งล้วน ‘คิดกันไปเอง’ กันทั้งนั้น โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ในสถานการณ์ต่างๆ เช่นความรู้สึกของนนกุลในช่วงที่เพิ่งสูญเสียคุณแม่ไป ที่เขาไม่อาจสดใสหน้ากล้องได้มากขนาดนั้น หรือในช่วงที่แอฟกำลังเศร้า เขาก็คงไม่อาจแสดงสีหน้าสดใสได้เช่นกัน
“คบแบบถามความพร้อมโอเคจากเด็ก เหนื่อยหน่อยนะ” / “เด็กมันจะรักเรานานแค่ไหน สักวันนึงมันอาจจะอยากได้สาวๆ สวยๆ หรือเขาอยากมีลูกเป็นของตัวเอง ตอนแรกรักก็แบบนี้ ขอให้ฉันคิดผิดละกัน” / “ไม่น่ารอด ดูทรงล่ะ” / “กูว่าแล้วเรื่องอายุต่างกันมาก” / “อีก 3 ปี ได้อาม่ามาคนนึง” / “เด็กน้อยก็คือเด็กน้อย แอฟไม่น่าไปคบเลย ผญอายุมากกว่าหลายปีแถมลูกติด มันยากที่จะรอด” / “ส่วนตัวมองว่าระยะยาวอาจจะมีปัญหา ผู้หญิงอีกไม่กี่ปีอายุจะใกล้ 50 แล้วข้างนอกดูสวยงาม เพราะสามารถฉีด botox เมคอัพแต่งหน้าได้ แต่ข้างใน มดลูก รังไข่ ไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นสาววัยรุ่นได้” / “แม่กับลูกใช่มั้ยเนี่ย ผู้หญิงหน้าแก่จัง” / “ชอบแม่แอฟค่ะ แต่คนนี้ไม่ใช่เนื้อคู่แม่แอฟแน่นอน ฟันธง” / “วันนึงแอฟก็แก่แต่ผู้ชายยังหนุ่ม ยังไงก็เบื่อ” / “แอฟต้องมีแฟนอายุเท่ากันหรือแก่กว่าเรา” / “อย่าเสียเวลา ความรู้สึกที่ดีเลย แอฟรักตัวเองให้มากกว่านี้ หาคนที่เหมาะสม อายุ วุฒิภาวะ จะได้ไม่เสียใจภายหลังดีกว่าค่ะ” / “ถ้าผู้หญิงอายุมากกว่าส่วนใหญ่แล้วจะอยู่กันไม่ยืดด้วยสภาวะทางร่างกายอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ” / “เสียเวลาผู้หญิงเขานะเมิง ไม่เอาก็บอกผู้หญิงเขาไปเลย เขาแก่ลงทุกวันนะ” / จริงแท้ ผู้หญิง 60 ให้ฉีดโบท็อกซ์ทำศัลยกรรมยังไง แต่อวัยวะภายในมันไปตามสภาพอายุขัย ผู้ชายเพิ่งจะเป็นวัยผู้ใหญ่ ถึงเวลานั้นความคิดเปลี่ยน ความรัก ณ เวลานี้มันจะดูสวยงาม ความรักเยียวยาทุกสิ่งไม่จริงเสมอไป” ฯลฯ
เหล่านี้คือบางส่วนของคอมเมนต์ที่ถากถางไปถึงอายุและความสาวของฝ่ายหญิง ซึ่งแม้บางความเห็นจะมาในรูปแบบแฝงความเป็นห่วง แต่ก็นับว่าเป็นพลังบวกเชิงลบ ที่ทำร้ายจิตใจคู่รักคู่นี้ได้ไม่น้อย และทั้งหมดทั้งมวล ก็สะท้อนถึงการผูกคุณค่าของผู้หญิงไว้กับเลขอายุและฟังก์ชันร่างกายที่เปลี่ยนไป ซึ่งละลาบละล้วงไปถึงเรื่องความต้องการทางเพศของฝ่ายชาย ราวกับว่า ‘ความรัก’ ครั้งนี้จะไม่มีมุมอื่นๆ ที่ควรคำนึงถึงเลย ทั้งยังเต็มไปด้วยความกดดันมหาศาลว่าผู้หญิงควรจะดูแลตัวเองและสู้สุดใจเพื่อให้ตัวเองดูไม่แก่ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะยังดู ‘เหมาะสม’ ในสายตาของคนอื่น
น่าคิดเหมือนกันว่า หากเป็นฝ่ายชายที่มีอายุมากกว่า ความกดดันตรงนี้จะมีมากเท่านี้ไหม? เพราะการยกตัวอย่างว่าผู้ชายที่ควรคบกับแอฟควรจะดู ‘โตกว่า’ จึงจะเหมาะสม ก็เป็นการยึดถือคติเดิมๆ ที่เชื่อว่า ผู้ชายควรเป็นผู้นำในทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแต่ ‘อายุ’ เพราะหากกวาดตาดูหลายๆ คู่ ที่ผู้ชายมีอายุมากกว่าผู้หญิง คนจะมองว่าเป็นปกติมากกว่า เพราะผู้ชายควรจะดูพึ่งพาได้ ซึ่งฉายภาพความไม่เท่าเทียมในความสัมพันธ์ที่คนมองเข้ามาตั้งแต่ต้น ทั้งที่การจะอยู่ด้วยกันได้ของคู่รัก จริงๆ มันประกอบไปด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง และสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ ‘ความสบายใจ’ ซึ่งกันและกัน ที่คู่นี้ก็มีให้แก่กันอย่างมาก
“แอฟไม่ได้รู้สึกว่าเราแปลก เหมือนทุกๆ คน เราศึกษากันกับนนที่อายุน้อยกว่า ต้องยอมรับว่า คนเราเวลาคุยกันไปเรื่อยๆ รู้จักกันนานๆ อายุมันก็เกี่ยว ปฏิเสธไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข หรืออุ่นใจ มันไม่ใช่เรื่องอายุ ความที่เขาทำให้แอฟรู้สึกอุ่นใจและสบายใจได้ มันคือความเป็นเขา มันไม่ใช่เร่องอายุ ถ้าเรื่องอายุ ยิ่งจะทำให้แอฟไม่สุขสงบไหม? (หัวเราะ) น่าจะยิ่งเป็นกังวล แต่ความเป็นเขา มันทำให้แอฟรู้สึกสบายใจ” แอฟกล่าวในรายการ และย้ำว่า “มีหลายๆ อย่างที่เขาก็โตกว่าเราเยอะ”
ส่วนนนกุลก็เสริมว่า “เป็นตัวของตัวเอง สุดท้ายมันก็จะมีคนที่เข้ากับเราได้จริงๆ” และ “บางเรื่องเราก็เข้าล็อกกับพี่เขาได้พอดี”
ดังนั้นแล้ว การจะมีความรักที่ยั่งยืนมันเป็นเรื่องของคนสองคน อายุอาจมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็จริง แต่นั่นไม่มีทางเป็น ‘ทั้งหมด’ ของความสัมพันธ์ คู่ที่ผู้หญิงอายุน้อยกว่าผู้ชายก็เลิกกันได้ คู่ที่ต่างฝ่ายต่างอายุเท่ากันก็ไปกันไม่รอดก็มี เช่นเดียวกับที่คู่ที่ผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชาย หรือผู้ชายอายุมากกว่าผู้หญิง ก็มีทั้งไปรอดและไปไม่รอด สิ่งที่จะวัดว่าความสัมพันธ์นั้นจะไปได้ไกลแค่ไหน มันจึงขึ้นอยู่กับคนในความสัมพันธ์ล้วนๆ ที่จะปรับจูนเข้าหากันให้ได้มากที่สุดได้แค่ไหน เรายอมรับความเป็นเราและความเป็นเขาได้เท่าไหร่ให้ยังคงเฮลตี้และไม่ท็อกซิก และสำคัญที่สุด คงจะดีมากๆ ถ้าคนอื่นรู้จักเพลาๆ เรื่องการตัดสินความสัมพันธ์ของพวกเขาหรือของใครก็ตาม เพราะอย่าลืมว่า ความรักครั้งนี้ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย
สามารถดูวิดีโอสัมภาษณ์จากรายการแฉได้ที่ https://youtu.be/oJFzK8eOxSM?si=iN-Sa6YVF7hFXvBN
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- พลังบวกเชิงลบที่ แอฟ-ทักษอร และผู้หญิงที่คบคนอายุน้อยกว่าต้องเผชิญ จากอคติที่ว่า เมื่อผู้หญิงไม่สาวสะพรั่ง “เด็กมันจะรักเราได้นานแค่ไหน?”
- ‘Niran’ แบรนด์พวงหรีดจาก ‘ผ้าห่อศพและชุดนักเรียน’ ความตั้งใจลดขยะพวงหรีดซึ่งมีปีละหนึ่งแสนพวง ลดปัญหาขาดแคลนผ้าห่อศพของกู้ภัยในต่างจังหวัด และช่วยให้เด็กในถิ่นทุรกันดารเข้าถึงชุดนักเรียน
- โดนคุกคามเพียงเพราะเปิดตัวแฟน เมื่อผู้คนบางส่วนยังมองผู้หญิงเป็น ‘วัตถุทางเพศ’ กรณี ‘พั้นรักแมว’ อินฟลูเอนเซอร์ขวัญใจชายไทยได้รับคอมเมนต์ส่อถึงเรื่องเพศ หลังเปิดเผยว่ามีแฟน
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com