โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สวยหล่อแบบเกาหลี "K-Beauty" โตแซงหน้าอเมริกา ขึ้นแท่นเบอร์ 2 เครื่องสำอางโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น.
สวยหล่อแบบเกาหลี

"K-Beauty" สู่ระดับสากล

มาแรงที่สุดในระดับโลกตอนนี้ คือ เครื่องสำอางของเกาหลีใต้

ไม่ใช่แค่คนไทยที่นิยม อยากสวยหล่อเหมือนดาราเหมือนไอดอลเกาหลี

แต่วันนี้ยอดการส่งออกเครื่องสำอางเกาหลีใต้ แซงหน้าสหรัฐอเมริกาไปแล้ว

กลายเป็นเบอร์สองของโลก เป็นรองเพียงแค่พี่ใหญ่ฝรั่งเศสประเทศเดียว

กระแส K-beauty มาแรงไม่แผ่ว คนไทยเรารู้จักกันดี

หลายคนใช้กันอยู่แล้ว ตั้งแต่คุชชั่นไปจนถึงน้ำตบ

ส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลของ K -POP K - Drama

ตั้งแต่ซีรีส์ไปจนถึงเพลงจากเกาหลีใต้ เราได้เห็นหน้าตาสวยๆหล่อๆของไอดอล

และนักแสดงชั้นนำ ที่ต่างก็เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆ ในตลาดความงาม

ตั้งแต่ของกินยันของใช้ ที่แฟนคลับก็อยากจะอุดหนุน

ยิ่งถ้าใครดูซีรีส์ น่าจะเข้าใจ และเห็นภาพได้ชัด

หลายครั้งที่กล้องตั้งใจจับภาพตอนที่นางเอกแต่งหน้าด้วยลิปติกของเกาหลียี่ห้อดัง

หรือก่อนนอนและตอนเช้าต้องทาครีมตัวไหนบ้าง นางเอกก็ขยันทาให้ดู

รวมไปถึงสไตล์การแต่งหน้า ของคนเกาหลีใต้

กับสายฝอ หรือแบบตะวันตก แบบฝรั่งก็แตกต่างกัน

ความหวาน ความใส เน้นเป็นธรรมดา ถือเป็นหัวใจหรือ Beauty Standard ของเกาหลี

หลายคนดูแล้วก็อยากสวยอยากหล่อตามแบบฉบับนี้

แน่นอนว่าก็ต้องอยากใช้สินค้าของเกาหลีใต้เท่านั้น จะได้ถอดแบบออกมาเหมือนกันเป๊ะๆ

แม้กระทั่งผู้ชายเองสมัยนี้ก็มีการดูแลตัวเอง แต่งหน้าเป็นเรื่องปกติ

เช่นเหล่าไอดอลหรือนักร้องของเกาหลีที่นิยมแต่งหน้าเขียนตา หรือทำสีผมให้ดูสดใส

และทั้งหมดนี้มีสินค้าภายใต้แบรนด์เกาหลีรองรับอยู่ทุกตัว

แต่ถามว่ากระแสเหล่านี้จะไปได้ไกลแค่ไหน หรือฮิตแค่ไทยเท่านั้น

คำตอบ คือ ไปได้ไกลระดับโลก

ข้อมูลจากทางการเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยอดส่งออกเครื่องสำอางของเกาหลีใต้

4 เดือนแรกของปี 2568 พุ่งแรงแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้เป็นครั้งแรก

และขึ้นแท่นกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากฝรั่งเศส

ข้อมูลของสมาคมการค้าระหว่างประเทศเกาหลีใต้ (KITA) ระบุว่า

ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ยอดส่งออกเครื่องสำอางของเกาหลีใต้

แตะ 3.61 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าสหรัฐฯ ซึ่งส่งออกได้ที่ 3.57 พันล้านดอลลาร์

แม้ตัวเลขจะห่างกันไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่เกาหลีใต้สามารถแซงหน้าสหรัฐฯ ได้สำเร็จในตลาดความงามโลก

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 68

เกาหลีใต้ยังตามหลังสหรัฐฯ โดยมียอดส่งออกแตะ 2.58 พันล้านดอลลาร์

เทียบกับสหรัฐฯ ที่ 2.72 พันล้านดอลลาร์

ก่อนที่ยอดส่งออกของเกาหลีใต้จะพุ่งหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลายคนอาจจะคิดว่าเครื่องสำอางเกาหลีอาจจะขายได้แค่ในเอเชีย

แต่ในความเป็นจริง สินค้าจากเกาหลีใต้กำลังมาแรงไปทั่วโลกแล้ว

โดยเฉพาะในตลาดใหม่อย่างยุโรปและตะวันออกกลาง

เช่น โปแลนด์ ไอร์แลนด์ เบลเยียม และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

เจาะตัวเลขแค่ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้

ยอดส่งออกเครื่องสำอางของเกาหลีใต้ไปยังโปแลนด์

รวมมูลค่าอยู่ที่ 111.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 121% เมื่อเทียบรายปี

ส่วนยอดส่งออกไปยัง UAE พุ่งขึ้น 74% แตะ 99.3 ล้านดอลลาร์

จาก 57 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เครื่องสำอางเกาหลีใต้ ปี 67 นิวไฮ ทะลุหมื่นล้านเหรียญ

เครื่องสำอางเกาหลีใต้ กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง

ปีที่แล้ว ทำสถิตินิวไฮ ส่งออกได้กว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

และโตที่สุดในกลุ่มท้อปทรีของโลก

ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้เองก็เร่งเครื่อง ส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง

รายงานจากสมาคมการค้าระหว่างประเทศเกาหลีใต้

ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว (2567)

เกาหลีใต้ส่งออกเครื่องสำอางรวม 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 20.3% เมื่อเทียบรายปี

แซงหน้าเยอรมนีขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของโลก

ส่วนอันดับหนึ่ง คือ ฝรั่งเศส ที่ขยายตัวเพียง 6.3%

และอันดับสอง คือสหรัฐฯ โตที่ 1.1%

จะเห็นได้ว่าการเติบโตมากกว่าหลายประเทศชั้นนำ

การันตีถึงความแกร่งของกระแส K Beauty

ขณะเดียวกันรัฐบาลของเกาหลีใต้ก็มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาทางการของเกาหลีใต้

โดยกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า

ยอดส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเกาหลีใต้ที่มีมูลค่าทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567

นับเป็นหลักชัยสำคัญของอุตสาหกรรมความงามเกาหลี

รายงานระบุว่า ยอดส่งออกเครื่องสำอางของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 20.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี

สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567

หรือคิดเป็นเงินไทยคือมากกว่า 3.4 แสนล้านบาท

เพิ่มขึ้น 20.6% จากปีก่อน

มาจากแรงหนุนของ K Culture หรือกระแสวัฒนธรรมเกาหลี

ที่ได้กำลังเติบโตได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สินค้า Skin Care ได้รับความนิยม - ส่งออกพุ่งสูงสุด

สินค้าที่ขายดี ส่งออกเยอะที่สุด คือ กลุ่มของ Skin Care

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวขั้นพื้นฐานมีมูลค่าการส่งออกสูงสุดที่ 7,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 265,458 ล้านบาท)

ตามด้วยเครื่องสำอางแต่งหน้า ที่ 1,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 46,723 ล้านบาท)

และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่ 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (16,266 ล้านบาท)

ซึ่งกลุ่มของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุด

คือยอดเพิ่มขึ้นถึง 30.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี

แล้วถามว่าประเทศนำเข้าเยอะสุด หรือชอบสินค้าจากเกาหลีมากสุด

พบว่ามีประเทศจีนเป็นเบอร์หนึ่ง

จีนนำเข้าเครื่องสำอางเกาหลีใต้มากที่สุดด้วยมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์

ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา 1.9 พันล้านดอลลาร์

และญี่ปุ่น 1 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ยังมีฮ่องกง เวียดนาม รัสเซีย และไต้หวัน

รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่ติดอันดับ 10 อันดับแรก

แซงหน้ามาเลเซีย

เจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรมดังกล่าวให้ข้อมูลว่า

ผู้บริโภคในสหรัฐให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

ซึ่งมีส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ

ส่วนผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นสนใจเครื่องสำอางที่มีสีสันเฉพาะ

และบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย

ขณะที่สื่อของเกาหลีใต้ สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า โอ ยูคยอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา ระบุว่า

“รัฐบาลจะเสริมสร้างความร่วมมือกับบรรดาประเทศคู่ค้า

เพื่อช่วยให้บริษัทในประเทศขยายการส่งออกเครื่องสำอางต่อไปได้

พร้อมทั้งช่วยให้บริษัทเหล่านี้สามารถปฏิบัติ

ตามมาตรฐานความปลอดภัยในสหรัฐอเมริกาและจีน”

ชัยชนะของเกาหลีใต้ปาดหน้าอเมริกาได้สำเร็จ

แถมลูกค้าหลักยังเป็นอเมริกาอีกด้วย

เพราะเครื่องสำอางของเกาหลีใต้มีการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง

ตั้งใจขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายและสากลมากขึ้น

อ้างอิงจากรายงานของ BBC ระบุว่า เครื่องสำอางของเกาหลีใต้

มีการพัฒนาสินค้าให้หลากหลายรองรับความแตกต่างกันทั่วโลกมากขึ้น

อย่างที่คนไทยเราชินตากันว่า ความงามแบบเกาหลี

คือผิวที่ขาวใส หรือหน้าตาแบบคนเอเชียดั้งเดิมเท่านั้น

แต่ถ้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปขายยังต่างประเทศ

ที่มาตรฐานความงามแตกต่างออกไป จะขายได้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ไม่นานในโลกโซเชียลเกิดกระแสไวรัล

เมื่อมีอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ

ทำคลิปรีวิวบอกว่าไม่สามารถหาเครื่องสำอางเกาหลีที่มีสีเหมาะสมกับผิวของเธอได้

ตั้งแต่รองพื้น ลิปสติก ไปถึงบลัชออนที่ปัดแก้ม

แต่ล่าสุดสิ่งนั้นกำลังเปลี่ยนไป

เพราะแบรนด์ของเกาหลีใต้ได้ออกเฉดสีที่หลากหลายมากขึ้นแล้ว

และโปรโมทขับเคลื่อนโดยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์

ที่มากันรีวิวให้เห็นว่าใช้ได้จริง และสวยสมใจ

และเกิดกระแสในทางบวกว่าแบรนด์เหล่านี้ใส่ใจลูกค้า

K-Beauty ขยายตลาดใหม่ สินค้ารองรับความหลากหลาย

BBC รายงานว่าเครื่องสำอางเกาหลีได้รับความนิยมในทวีปแอฟริกา

เช่น เคนยาและไนจีเรีย

ความสำเร็จส่วนใหญ่มาจาก K Culure อุตสาหกรรมบันเทิงต่างๆ

ที่มีอิทธิพลกับแฟนคลับและคนที่ติดตาม

ร้านเครื่องสำอางแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของเคนยา

บอกว่ารองพื้นคุชชั่นของเกาหลีเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีที่สุดของร้าน

ขณะที่ผู้ใช้หลายชอบที่ราคาจับต้องได้ และมีประสิทธิภาพที่ดี

ขณะที่โคลมาร์ (Kolmar) เป็นผู้ผลิตเครื่องสำอาง

(Original Design Manufacturer - ODM) ให้กับแบรนด์ความงาม

มากกว่า 3,700 แบรนด์ในเกาหลีใต้

บอกว่าบริษัทได้ทำการวิจัยกับกลุ่มเป้าหมายจากแอฟริกา อเมริกา แปซิฟิก และภูมิภาคอื่น ๆ

มีการจับคู่เฉดสีกับโทนสีผิวที่หลากหลาย

และพัฒนาเฉดสีที่หลากหลายขึ้นเพื่อรองรับโทนสีผิวเข้ม

ที่สำคัญ คือ การเติบโตของตลาดทวีปแอฟริกานั้นน่าสนใจ

จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ตลาด สตาติสตา (Statista) คาดว่า

รายได้ในตลาดความงามและการดูแลส่วนบุคคลของแอฟริกา

จะเติบโตจาก 66,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024

พุ่งเป็น 85,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2027

นับว่าเป็นปรากฎการณ์ของเครื่องสำอางเกาหลีใต้ที่กำลังมาแรง

ขึ้นแท่นเป็นตัวท็อปเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำของตลาดโลกได้สำเร็จและสวยงาม

ที่น่าสนใจมาก คือ นี่อาจจะกลายเป็นเทรนด์ของความงามแบบเอเชีย หรือ ตะวันออกที่มาแรงมากขึ้น

แข่งกับมหาอำนาจตะวันอย่างอเมริกา หรือยุโรป

และที่สำคัญกว่านั้นนี่คือผลส่วนหนึ่งจาก Soft Power จาก K Culture ด้วย

ซึ่งหลายประเทศ แม้กระทั่งประเทศไทยก็อยากจะถอดความสำเร็จเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...