โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ไต่สวนคดี ‘ทักษิณ’ สอบ 4 พยานคุมหน้าห้องรักษา ทนายโต้ไม่เคยขอพิจารณาลับ

เดลินิวส์

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.04 น. • เดลินิวส์
บ่ายศาลไต่สวนพยาน 4 ปาก จนท.ราชทัณฑ์ คุมหน้าห้องผู้ป่วย คดีทักษิณพักชั้น 14 จบวันที่ 3 ทนายวิญญัติ ขอบคุณศาลที่ออกข้อกำหนดห้ามเผยแพร่ข้อมูลไต่สวน ยันทักษิณ ไม่ได้เป็นคนขอพิจารณาลับ แต่มีคนบางกลุ่มไม่เชื่อฟัง อาจมีฟ้องป้องสิทธิ โนคอมเมนต์ฮุน เซนแฉป่วยทิพย์

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ศาลได้ไต่สวน นายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนปัจจุบัน เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในขั้นตอนของการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ ต่อมาวันที่ 4 ก.ค.ได้ไต่สวนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 5 ปาก โดยในวันนี้จะเป็นการไต่สวนพยานที่เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จำนวน 9 ปาก

ช่วงเช้าไต่สวนพยานทั้งหมด 5 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่พัศดีและเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 22 ส.ค. 66-23 ส.ค. 66 มาเบิกความในการรับตัวนายทักษิณที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ การส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยศาลได้กำชับสื่อมวลชนไม่เผยแพร่รายละเอียดการเบิกความของพยาน

ต่อเวลา 13.30 น. ศาลไต่สวนพยานกลุ่มเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้อีก 4 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมบริเวณหน้าห้องรักษาตัว ของนายทักษิณ ชินวัตร ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ประกอบด้วย นายนพรัตน์ ไกรแสวง นักทัณฑวิทยาชำนาญการ นายเจนวิทย์ เรือนคำ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญการ นายศิวพันธุ์ มูลกัน เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ปฏิบัติการ และนายนิภัทร์ชล หินสุข เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ปฏิบัติงาน จนศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นเวลา 14.45 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ศาลมีการซักถามพยานเกือบทุกรายถึงลักษณะห้องพักที่จำเลยพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ การเข้าตรวจเยี่ยมและรักษาของแพทย์และพยาบาลในแต่ละวัน และเน้นย้ำถึงจำนวนผู้เข้าเยี่ยมซึ่งมี 10 รายชื่อเท่านั้นที่ระบุว่าเป็นครอบครัวของจำเลย

ต่อมาศาลได้อ่านรายงานกระบวนพิจารณา ระบุว่า ให้เลื่อนการไต่สวนไปในวันที่ 15 ก.ค. 68 เวลา 09.00 น. ตามที่นัดไว้เดิมเนื่องจากศาลเคยมีคำสั่งให้คู่ความและผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีงดเว้นการเผยแพร่โฆษณาคำเบิกความพยานบุคคลและพยานเอกสารที่ศาลไต่สวน แต่ปรากฏว่ายังมีผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีและผู้สื่อข่าวบางรายนำคำเบิกความพยานไปโฆษณาเผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ ศาลกำชับคู่ความและผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด

จากนั้นนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการไต่สวนในวันนี้เสร็จสิ้นว่า ตนขอกราบขอบคุณทางศาล ที่ได้กำชับในสิ่งที่ตนได้ร้องขอไปสองครั้งแล้ว ซึ่งตนได้ร้องขอไม่ให้มีการนำข้อเท็จจริงในการเบิกความหรือสาระสำคัญต่าง ๆ ออกไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ แม้บางคนจะไม่ได้เผยแพร่คำเบิกความ แต่นำไปสรุปและวิเคราะห์ตั้งประเด็นการซักถามของศาล ถึงปฏิกิริยาของพยาน ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ ทางศาลก็กรุณากำชับให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ความจริงตนขอให้ศาลออกข้อกำหนดให้พิจารณาคดีลับ แต่ศาลเห็นว่ายังไม่มีเหตุให้พิจารณาลับ จึงยังคงให้การพิจารณาเป็นไปอย่างเปิดเผย ซึ่งภายหลังจากศาลออกคำสั่งแบบนี้ ตนก็ต้องยอมรับ เชื่อว่าหลังจากนี้ถ้าการพิจารณาเสร็จสิ้นและมีคำสั่งของศาลออกมาชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงในคดีตนก็พร้อมที่จะพูดในภายหลัง แต่ระหว่างนี้ตนยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะเป็นข้อมูลหลายส่วน

นายวิญญัติ กล่าวอีกว่า โดยนัดไต่สวนครั้งต่อไป ศาลนัดอีกครั้งวันที่ 15 ก.ค. และมีการกำหนดพยานเอาไว้ 5-6 ปาก โดยจะเป็นกลุ่มผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และผู้บริหารโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังจากนั้นจะมีการไต่สวนอีกในวันที่ 18 ก.ค. และ 25 ก.ค. ในส่วนของจำเลย หากศาลยังไม่มีหมายเรียกพยานอื่นเพิ่มเติม ตนก็จะขอใช้สิทธิระบุพยานจำเลยที่เราประสงค์ไว้เข้ามาเบิกความในวันที่ 30 ก.ค. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะมีดุลพินิจอย่างไร เราก็จะดูอีกว่าพยานจำเลยซ้ำกับพยานที่ศาลมีหมายเรียกมาหรือไม่ และถ้าคนไหนไม่ซ้ำและเราเห็นว่ามีข้อเท็จจริงที่อยากให้ศาลทราบ ก็จะเตรียมมา ซึ่งตนยังบอกไม่ได้ว่ามีทั้งหมดกี่ปาก และคาดว่าจะแล้วเสร็จในระยะเวลา 1 นัด

ส่วนเรื่องการแถลงปิดคดี ตนยังไม่ทราบว่าจะมีขึ้นหรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการพิจารณาคดีทั่วไป เป็นการไต่สวนที่ศาลเห็นว่ามีความปรากฏ การจะให้แถลงปิดคดีหรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล แต่ถ้าอนุญาตก็จะแถลงปิดคดี

เมื่อถามว่าประเด็นที่สมเด็จฮุน เซน ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการไม่ได้ป่วยจริงของนายทักษิณ นายวิญญัติ กล่างว่า ตนไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างประเทศ คดีนี้ศาลอยากทราบอะไรก็จะออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ส่วนใครจะพูดอะไรก็ขอให้ใช้ดุลพินิจว่าจะรับฟังหรือไม่ และตนไม่มีความกังวลในคดีนี้ เพราะนายทักษิณมีอาการป่วย และได้รับการปฏิบัติจากหน่วยงานราชการ กระบวนการได้รับสิทธิประโยชน์ในช่วงที่เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดก็ได้รับการปฏิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนความกังวลเกิดขึ้นเป็นรายครั้ง เหมือนวันนี้ที่ได้นำเรียนต่อศาล

เมื่อถามว่า ทนายจำเลยร้องขอให้พิจารณาเป็นการลับเป็นคำสั่งของนายทักษิณ หรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า นายทักษิณไม่ได้กังวลในส่วนนี้ เป็นหน้าที่ของตนที่ทำงานอยู่หน้างานอยู่แล้ว ซึ่งตนจะเป็นคนประเมินและดูบรรยากาศ และจะดูว่าฟีดแบ็กหรือมีผลอะไรตามมา เพราะตนเป็นคนหนึ่งที่ต้องช่วยศาลตรวจสอบด้วย จึงถือเป็นดุลพินิจที่ศาลออกข้อกำหนดออกมา ซึ่งศาลก็กำชับเรื่องที่มีบุคคลไปโพสต์เฟซบุ๊กและออกรายการต่าง ๆ แล้วให้ข้อมูลขาด ๆ เกิน ๆ ถ้าถึงเวลาเมื่อไหร่ก็จะใช้สิทธิปกป้องตนเอง ซึ่งตอนนี้ตนยังไม่ร่างคำฟ้องเพื่อฟ้องใครเพราะยังอยู่ในการไต่สวนอยู่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...