โบรกฯ มองตลาดหุ้นผันผวนหนัก “สงครามอิสราเอล-อิหร่าน” ทำราคาน้ำมันพุ่ง นักลงทุนหาสินทรัพย์ปลอดภัย
นักวิเคราะห์ฯ ประเมินสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจากการโจมตีของ อิสราเอล ต่อ อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 10% ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่โหมด "Risk-off" นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตร ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศที่ไร้เสถียรภาพซ้ำเติมความกังวลกดดันตลาดหุ้นไทย
13 มิถุนายน 2568 บล.หพหยวนต้า ระบุว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยอ้างว่าเป็น “การโจมตีเชิงป้องกัน” ท่ามกลางความตึงเครียดจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นทันที โดยน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรงถึง 10% ในช่วงเช้าวันนี้ ใกล้เคียงระดับ $75 ต่อบาร์เรล การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นความเสี่ยงอาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาค
ขณะที่อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน อีกทั้งการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่มีกำหนดในสุดสัปดาห์นี้ก็มีความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น
บล.กสิกรไทย มองว่า ตลาดการเงินทั่วโลกอยู่ในภาวะ “Risk-off” โดยนักลงทุนเร่งหาสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ขณะเดียวกันยังชี้ว่า Dollar Index กลับอ่อนค่า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่า หากสถานการณ์คลี่คลาย สินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ (EM) รวมถึงหุ้นไทยอาจได้แรงฟื้นในระยะต่อไป
บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET มีโอกาสปรับฐานลงสูงที่แนวรับ 1,110 จุดหลังปัจจัยเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลางสูงขึ้น ประกอบกับภาวะการเมืองในประเทศยังไม่มีเสถียรภาพ โดยมีแนวต้านที่ 1,130 – 1,140 จุด ทั้งนี้ แนะนําซื้อเก็งกําไร อาทิ PTT และ PTTEP ตามราคาน้ำมันดิบเช้านี้ เพิ่มขึ้น 7.5% จากเหตุอิสราเอลโจมตีอิหร่าน รวมถึงแนะนำพักเงินในกลุ่มปลอดภัย อาทิ CPF TFG และ BDMS
บล.ดาโอ ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงทั้งจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศ หลังที่ประชุมแพทยสภามีมติเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติเดิม ทำให้ภาพการเมืองดูอ่อนแอลง และความตรึงเครียดในประเด็นสงครามตะวันออกลางก็ดูร้อนแรงขึ้น ในขณะที่ปัจจัยบวกเรื่องการเจรจาทางการค้าชองสหรัฐ-จีน รวมถึงไทยยังไม่มีความชัดเจน
ปัจจัยเหล่านี้มีผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกเพื่อลดความเสี่ยงลงในระยะสั้นอาจจะทำให้ SET index กลับมามีแนวโน้มอ่อนแอรอบใหม่