โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักการตลาดเตรียมปากกาจด 4 เทรนด์ประกันรถยนต์ปี 2025 เจาะสถิติน่ารู้ธุรกิจประกันภัยในงานเปิดตัว “InsureX FORUM 2025”

Ad Addict

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.52 น. • AD ADDICT TH

ในปี 2025 มีหลายเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวงการประกันภัยรถยนต์เต็ม ๆ การปรับตัวและการจับเทรนด์ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก จึงจำเป็นอย่างมากสำหรับธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย

จึงเป็นที่มาของงาน InsureX FORUM 2025 : Uncertainty to Transformation ‘ก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงบนโลกที่ไม่แน่นอน’ งานเพื่อคนในวงการประกันภัยที่จะนำทุกคนไปสู่การรู้ทันสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไปและปรับตัวได้ทันก่อนที่ปัญหาต่างๆจะเกิดขึ้นกับธุรกิจประกันภัย

งานนี้รวม Speaker ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ไว้มากมาย ไม่ว่าจะในวงการประกันภัย หรือตัวจริงด้านการตลาด AI และวงการอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยงานจะจัดในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ณ TRUE DIGITAL PARK ชั้น 6 ห้อง Auditorium

ถ้าคุณเป็นคนในวงการประกันภัย ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แอบกระซิบว่าที่นั่งเหลือไม่ถึง 100 ที่แล้ว รีบลงทะเบียนเข้าร่วมงานก่อนบัตรจะหมด ! https://www.zipeventapp.com/e/InsureX-FORUM-2025---Uncertainty-to-Transformation

โดยก่อนจะถึงวันนั้น Priceza Money ผู้จัดงาน InsureX FORUM ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 ได้นำข้อมูล ‘4 เทรนด์ประกันรถยนต์ปี 2025’ บรรยายโดย คุณสิรวิชญ์ ฉายะวาณิชย์ - Head of Priceza Money ที่จะมาอัปเดตเรื่องราวน่ารู้ของประกันรถยนต์ในปี 2025 และอนาคตอันใกล้นี้มาให้ฟังกัน

จะน่าสนใจแค่ไหน ตามมาอ่านต่อกันเลย

เทรนด์ที่ 1 การบังคับระบุผู้ขับขี่

จากเดิมในปี 2024 เริ่มมีการบังคับใช้กฏใหม่ของประกันรถยนต์กับ ‘ประกันรถยนต์ไฟฟ้า’ ในเงื่อนไขคือ

- หากต้องการทำประกันรถยนต์ ต้องมีการระบุผู้ขับขี่ ระบุชื่อคนขับ 1 คนขึ้นไป สูงสุดได้ 5 คน

- หากคนขับที่ขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้มีชื่อระบุอยู่ในกรมธรรม์ จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 6,000 - 8,000 บาทก่อนที่ประกันจะเคลมให้

- หากคนขับมีประวัติการขับรถที่ดี ในปีต่อ ๆ ไปมีสิทธิ์จะได้รับส่วนลดพฤติกรรมผู้ขับขี่ตั้งแต่ 10% และสูงสุด 40%

*เงื่อนไขนี้ไม่รวมรถเช่า รถรับจ้าง รถแท็กซี่ รถสาธารณะ

และในกฏเกณฑ์ที่ถูกกำหนดข้างต้นนี้ในปี 2025 (1 มิถุนายน 2025) จะถูกนำมาใช้กับ ‘รถยนต์ป้ายแดง’ ที่ต้องการทำประกันรถยนต์ทุกคัน ต่อมาในปี 2026 (1 มกราคม 2026) ก็จะถูกนำมาใช้กับ ‘รถยนต์ทุกคัน’ ที่ต้องการทำประกันรถยนต์ด้วย

โดย Priceza Money มองว่าการบังคับระบุผู้ขับขี่นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดประกันรถยนต์แบบ Personalize Insurance หรือประกันรถยนต์ตามบุคคล ที่จะเปลี่ยนจากการรับประกันรูปแบบเดิม ๆ ที่เป็นการเหมารวม ไปเป็นการกำหนดเบี้ยประกันให้แต่ละบุคคลตามพฤติกรรมการขับและประวัติการเคลม

เทรนด์ที่ 2 EV Insurance

ในปี 2025 คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ‘ประกันรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังแพงกว่ารถยนต์น้ำมันอยู่ไหม?’ คำตอบโดยสรุปคือ ‘ยังแพงกว่า แต่มาก-น้อยต่างกันตามขนาดของรถ’

- รถยนต์ city car EV จะแพงกว่าประมาณ 16%

- รถยนต์ suv EV จะแพงกว่าประมาณ 30%

- รถยนต์ d segment EV จะแพงกว่าประมาณ 48%

โดยในปี 2025 นี้มีแนวโน้มที่ประกันรถยนต์ EV จะแพงขึ้นกว่าในปี 2023-2024 จากเหตุผลหลักๆคือ

- อัตราการเคลม และ ราคาอะไหล่ของ EV

- บริษัทประกันภัยหยุดใช้ price war ในการดึงลูกค้า

- สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของ EV จากประเทศจีน

- การซ่อมอู่ที่ยังจัดซ่อมได้ยา

ความท้าทายของประกันรถยนต์ไฟฟ้ายังมีความไม่แน่นอนสูง ไล่มาตั้งแต่ปัญหาของ ‘NETA’ ที่มีปัญหาด้านการเงินจนบริษัทประกันต่างๆหยุดรับประกันภัย หรือ ขึ้นราคาในอัตราส่วนที่สูงมาก (18,000 บาท > 28,000 บาท) หรือเทคโนโลยีของรถยนต์ที่ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ ทั้งเรื่อง ‘การสลับแบตเตอรี่รถโดยไม่ต้องชาร์จ’ และ ‘รถระบบใหม่ ๆ อย่าง REEV’ ทำให้บริษัทประกันและวงการประกันภัยรถยนต์ยังต้องมีการจับตารถกลุ่ม EV ต่อไปอย่างใกล้ชิด

เทรนด์ที่ 3 ประกันรถยนต์ออนไลน์

ในปัจจุบันประกันรถยนต์ที่ขายแบบออนไลน์มีราคาที่ถูกกว่าการซื้อกับช่องทางดั้งเดิมอย่างตัวแทนหรือนายหน้าราว ๆ 17% คิดเป็นเงินประมาณ 5,000-6,000 บาท แต่กลับยังไม่เป็นที่นิยมในเว็บเปรียบเทียบประกันรถยนต์อย่าง Priceza Money ที่มีอัตราส่วนการเลือกซื้อแบบออนไลน์เพียงแค่ 1 ใน 10 คน เท่านั้น เหตุผลหลัก ๆ มีการคาดการณ์จาก Priceza Money ดังนี้

- ขั้นตอนการซื้อยุ่งยากและซับซ้อน สำหรับคนที่ไม่ได้ถนัดทำรายการออนไลน์ (การทำรายการซื้อต้องกรอกข้อมูลเยอะและยาก หลายขั้นตอน)

- รายละเอียดของประกันรถยนต์มีหลายอย่างต้องเลือก (ชั้นประกัน/ประเภทการซ่อม/ค่าเสียหายส่วนแรก)

  • บริษัทประกันส่วนใหญ่ยังไม่มีการขายออนไลน์เพราะพึ่งพาช่องทางนายหน้าและตัวแทนเป็นส่วนใหญ่ (หากมีการเปลี่ยนไปขายออนไลน์ก็อาจจะสูญเสียช่องทางการขายหลักในปัจจุบันไป)

แต่สุดท้าย Priceza Money ก็มีการคาดการณ์ไว้ว่าใน 5-6 ปีสัดส่วนของประกันรถยนต์ที่ซื้อผ่านออนไลน์จะมีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ และคนขายประกันทั้งตัวแทนและนายหน้าต้องเริ่มคิดตั้งแต่วันนี้ว่า ‘เราจะอยู่ตรงไหนเมื่อประกันรถยนต์ถูกซื้อขายออนไลน์แบบ 100%’ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น อาจจะไม่มีเวลาให้คิด

เทรนด์ที่ 4 ประกันซ่อมศูนย์ถูกเลือกน้อยลง

จากสถิติของ Priceza Money ในช่วง 1-2 ปีให้หลัง มีการเปลี่ยนแปลงสำหรับการเลือก ‘ประกันรถยนต์แบบซ่อมศูนย์’ ว่ามีคนเลือกและสนใจน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเหตุผลหลัก ๆ คือ ‘ประกันซ่อมศูนย์แพงขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา’

เมื่อนำประกันรถยนต์แบบซ่อมศูนย์ไปเปรียบเทียบกับประกันรถยนต์แบบซ่อมอู่ พบว่ามีราคาที่ต่างกันอยู่ที่หลัก 5,000 - 12,000 บาท ซึ่งต่างกันแบบชัดเจนและต่างกันมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา สาเหตุหลักๆมาจากการเคลมและค่าซ่อมของการซ่อมศูนย์มีราคาสูง ประกอบด้วยโปรโมชั่น ‘เคลมสีรอบคันฟรีค่าเสียหายส่วนแรก’ ทำให้ลูกค้าแห่นำรถไปเคลมรอบคัน

เมื่อบริษัทประกันพบว่ามีการเคลมในอัตราสูงจึงมีการปรับเบี้ยประกันรถยนต์แบบซ่อมศูนย์เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้รถเลือกประกันรถยนต์แบบซ่อมศูนย์น้อยลงนั่นเอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...