โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินเดียไม่ใช่ม้ามืดอีกต่อไป เพราะนี่คือประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก

SMART SME

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.23 น.

อินเดียไม่ใช่ม้ามืดเพราะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก อย่างเป็นทางการแซงหน้าญี่ปุ่น นับเป็นครั้งแรกที่อินเดียสามารถทำได้สำเร็จ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ก้าวกระโดดและศักยภาพอันแข็งแกร่งในเวทีโลก

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก Word Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน ของกองทุนระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าอินเดียก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกในปี 2568 แซงหน้าญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คิดเป็นมูลค่า 4,187 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าญี่ปุ่นที่มีมูลค่า 4,186 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่อันดับ 1 ยังคงเป็นสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 30,507 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ไม่เพียงเท่านั้น อินเดียยังตั้งเป้าหมายที่จะเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ตามคำกล่าวของ นายบี.วี.อาร์. สุพรามันยม (B.V.R. Subrahmanyam) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่งองค์กรนโยบายแห่งชาติของอินเดีย (National Institution for Transforming India: NITI Aayog) ที่เชื่อมั่นว่าหากกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นไปได้

ปัจจัยการสนับสนุนให้เศรษฐกิจอินเดียเติบโตอย่างต่อเนื่องมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน

1.การบริโภคที่แข็งแกร่งจากแรงหนุนของอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐฯ และการปฏิรูปโครงสร้างที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

2.ภาคบริการของอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีสารสนเทศ การเงิน และการค้า ที่เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินเดีย ดูได้จาก GDP ที่ครองสัดส่วนถึง 54% (เกินครึ่งหนึ่ง)

3.การฟื้นตัวของภาคชนบท โดยอุปสงค์ในชนบทที่กำลังฟื้นตัว อัตราภาษีที่ลดลง การลดดอกเบี้ย ฤดูมรสุมที่เอื้ออำนวย เหล่านี้สามารถกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

4.วิสัยทัศน์ “Viksit Bharat @ 2047” ขององค์กรนโยบายแห่งชาติของอินเดีย (NITI Aayog) ที่กำหนดแผนงานผลักดันให้ประเทศมีขนาดเศรษฐกิจถึง 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2047 โดยเน้น 4 เสาหลัก ได้แก่ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจมหภาค การเสริมพลังแก่ประชาชน การเติบโตอย่างยั่งยืน และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี

นอกจากนี้ อินเดียยังมีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการภายในประเทศที่สร้างธุรกิจสตาร์ทอัพได้มากกว่า 111 ยูนิคอร์น ทำให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 350 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นโอกาสทางด้านธุรกิจของอินเดียเป็นอย่างมาก

โอกาสของผู้ประกอบการไทยรุกตลาดอินเดีย

ผู้ประกอบการไทยที่มองโอกาสที่จะเข้าไปเจาะตลาดอินเดีย ควรจับตากลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะชนชั้นกลาง และคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้บริโภคเหล่านี้มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับชาวไทย ซึ่งสินค้าที่มีโอกาสสูงในตลาดนี้ ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน และสินค้าวัฒนธรรม

นอกจากนี้ การมองหาโอกาสที่จะไปเปิดตลาดในเมืองรองที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจมีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย เช่น เมืองโคอิมบาตอร์ (Coimbatore) เมืองวิศาขปัตนัม เมืองโคชิ เมืองอาห์เมดาบัด เมืองปูเน่ เมืองลักเนาว์ โดยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจท้องถิ่นจะช่วยลดความซับซ้อนด้านกฏระเบียบการค้า และเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การประสบความสำเร็จในตลาดอินเดียได้ ผู้ประกอบการไทยต้องมีความเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ค่านิยม ศาสนา พฤติกรรมการซื้อ ตลอดจนการสร้างอัตลักษณ์ของสินค้าไทยกับความเป็นมิตรต่อวัฒนธรรมอินเดีย อีกทั้ง เรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีไทย–อินเดีย (Thai-India FTA) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย (ASEAN–India FTA) และกรอบความร่วมมือ BIMSTEC รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจของอินเดียที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ

มาถึงตรงนี้มองภาพได้ว่าอินเดียไม่ใช่ม้ามืด เพราะนี่คือประเทศที่พลิกโฉมโลกสู่เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก และไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, บลจ.กสิกรไทย, ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทย-อินเดีย

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...