โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Business Today Thai Politics 13 มิถุนายน 2568

Businesstoday

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.49 น. • Businesstoday

“อนุทิน” มั่นใจเก้าอี้ มท.1 ยังแข็งแรง ประกาศ พร้อมเป็นฝ่ายค้าน หากถูกปรับออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ยืนยันยังมั่นใจในตำแหน่ง มท.1 พร้อมประกาศหากถูกปรับออกจากตำแหน่ง ก็พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

โดยนายอนุทินกล่าวว่า การเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเดิมมีกำหนดในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีที่เหมาะสม สืบเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หากมีการประชุมสัญจรในช่วงนี้ อาจก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

เมื่อถูกถามว่ามีการส่งสัญญาณปรับ ครม. มาหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า ยังไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ และไม่มีการแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งของตน

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจว่า จะยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อไปหรือไม่ นายอนุทินตอบชัดว่า “มั่นใจ”

จากนั้น ผู้สื่อข่าว ได้ถามว่าหากต้องพ้นจากตำแหน่งจริงๆจะพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่นายอนุทิน ตอบเสียงดังชัดเจนว่า “พร้อมครับ” ก่อนทิ้งท้ายว่า

“ให้รบกับศัตรูกันก่อน อย่าเพิ่งมารบกันเอง ถ้าเราหันมารบกันเอง จะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง?”

“ทนายทักษิณ” ยืนยันอดีตนายกฯป่วยจริง ทำให้สามารถเข้ากระบวนการพักโทษและอภัยโทษได้

ศาลฎีกา วันนี้ ( 13 มิ.ย.) นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยหลังการไต่สวนกรณีความปรากฎการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าวันนี้เป็นวันที่ตนเองในฐานะที่เป็นทนายฝ่ายจำเลย ที่ศาลได้มีหมายนัดแจ้งมา เพื่อจะนัดพร้อมและนัดไต่สวน จากเดิมที่ยังไม่รู้ว่าศาลจะดำเนินกระบวนการพิจารณาอย่างไร วันนี้ศาลก็ได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนแล้ว

ซึ่งศาลได้ไต่สวนพยาน 1 ปาก คือนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และมีการซักถามพยาน แต่ศาลก็เห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงอีกพอสมควรที่จะต้องแสวงหาความจริงและหลักฐาน มาประกอบการวินิจฉัย มีพยานบุคคลอีกกว่า 20 ปากที่ศาลมีหมายเรียกมาให้การไต่สวนต่อศาล และให้โอกาสจำเลยด้วย โดยตนเองได้ยื่นเสนอพยานบุคคลเพื่อประกอบการชี้แจงต่อศาล และศาลก็ให้เขียนคำร้องเข้าไป และศาลจะพิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่

ศาลไม่ได้รับฟังกระแสสังคมอย่างเดียว แต่ฟังพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องจริงๆ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ยังบอกไม่ได้ว่าแนวทางเหล่านี้จะเป็นคุณหรือเป็นโทษ แต่ความจริงคือ นายทักษิณมอบตัว ถูกหมายจำคุก ได้ถูกนำตัวเข้าเรือนจำไปอยู่ในแดนที่อยู่ในบริเวณของเรือนจำ ถือว่าได้อยู่ในกระบวนการของการบังคับโทษเบื้องต้นแล้ว ต่อมานายทักษิณป่วย ได้รับการตรวจอย่างน้อย 3 เวลาตามมาตฐาน แต่แพทย์เห็นว่าเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง

ก่อนจะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล และกระบวนการหลังจากนี้ก็เป็นการถูกจำคุกตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ถือว่าโรงพยาบาลเป็นสถานที่คุมขัง และยังอยู่ในความควบคุมของกรมราชทัณฑ์ เมื่อมีสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขัง เช่น การขอพระราชทานอภัยโทษ นายทักษิณก็ใช้กระบวนการนั้น เมื่อถึงเวลาคณะอนุกรรมการพิจารณาการพักโทษ ซึ่งจะต้องเข้าเกณฑ์เป็นผู้ถูกคุมขังและเป็นนักโทษเด็ดขาด ซึ่งก็ผ่านกระบวนการมาหมด จนนายทักษิณได้รับการพักโทษออกมา และต่อมาก็ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ เท่ากับนายทักษิณผ่านกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศไทยทั้งหมด

นายวิญญัติ ยังกล่าวว่า นายทักษิณเป็นนักโทษเด็ดขาด ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ถึงผ่านการพิจารณาอภัยโทษ จึงได้รับการพิจารณาปล่อยตัว ส่วนจะนำนายทักษิณมาเบิกความต่อศาลฎีกาหรือไม่ ขอไม่ตอบ

ส่วนเรื่องมติแพทยสภา เป็นเรื่องหมอกับหมอ ก็ว่ากันไป มีข้อบังคับของตนเอง และจริยธรรมต่างๆ แต่แพทยสภาจะมีข้อเคลือบแคลงถึงความไม่เป็นกลาง หรือมีนัยยะใดหรือไม่ ตนเองไม่มีความเห็น ขอยืนยันเพียงว่าเป็นคนละประเด็นกับที่ศาลไต่สวน เนื่องจากแพทยสภาก็ไม่เคยปฏิเสธว่านายทักษิณไม่ได้ป่วย มีเพียงเรื่องอาการวิกฤติหรือไม่

ซึ่งก็ไม่ใช่ประเด็น เพราะในกฎหมายไม่มีคำนี้ ดังนั้นแพทยสภาจะมีมติอย่างไรก็เป็นเรื่องของแพทยสภา แต่ตนเองเชื่อว่านายแพทย์ที่รักษานายทักษิณ ใช้ดุลพินิจส่วนตัววินิจฉัยร่างกายของผู้ป่วย และดุลพินิจสามารถแตกต่างกันได้ในแพทย์แต่ละคน หากเป็นเรื่องผิดจริยธรรม ก็อาจเป็นมาตรฐานใหม่ของแพทยสภาหรือไม่ อย่างไรก็ตามแพทย์ทั้ง 3 คน ยังสามารถเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านการยื่นศาลปกครองได้อยู่

‘ชาญชัย’ เผยสอบพยานปากแรก คดีจำคุก ‘ทักษิณ’ ศาลให้ความเป็นธรรม นัดไต่สวนเพิ่มอีก 6 นัด

ศาลฎีกา วันนี้ (13 มิ.ย.) นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังศาลได้ไต่สวน กรณีการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ว่าไต่สวนนัดแรกจบไปแล้ว คงจะมีคำสั่งตามมา แต่โดยสรุปคือ วันนี้ศาลได้ไต่สวนทางกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำคนปัจจุบัน และคณะแพทย์ของราชทัณฑ์ ทั้งประเด็นข้อกฎหมาย และการนำตัวไปตรวจร่างกายก่อนพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีการสอบถามเกี่ยวกับหลักปฏิบัติต่างๆ จากเรือนจำสู่สถานพยาบาล โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลด้านนอก โดยศาลถามว่าถ้าเกิดนักโทษป่วยในเรือนจำ จุดแรกที่จะไปคือที่ใด ซึ่งก็คือทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เสมอ แต่หากรักษาแล้วไม่ดีขึ้น ต้องส่งโรงพยาบาลภายนอกที่มี MOU อยู่ด้วยกัน

โดยภาพรวมวันนี้ศาลให้ความเป็นธรรมและให้โอกาสทนายของนายทักษิณอย่างครบถ้วน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังมีหมายเรียกพยานเพิ่มเติม เป็นพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงอดีตผู้บัญชาการเรือนจำ และแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ รวมทั้ง กสม. รวมถึงเรียกขอรายงานการสอบสวนจาก กสม. และมติแพทยสภาล่าสุดด้วย โดยจะนัดไต่สวนเพิ่มอีก 6 นัด แต่ยังไม่มีการออกหมายเรียกนายทักษิณ

‘นฤมล เน้นย้ำ ต้องบริหารจัดการน้ำให้มั่นคง เข้าถึงทุกพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 123 ปี กรมชลประทาน ภายใต้แนวคิด “123 ปี พลังน้ำ พลังอนาคต (Power of Water – Power Driven Future)”

โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ

โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภารกิจสำคัญของกรมชลประทานในการสืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการน้ำ ขยายโอกาสการเข้าถึงน้ำในทุกพื้นที่ เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้มีการดำเนินงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำควบคู่ไปกับการป้องกันความเสียหายจากน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ พร้อมทั้งมุ่งมั่นเดินหน้าปฏิบัติงานภายใต้การบริหารงานตามนโยบาย “RID UNITED” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ กรมชลประทาน 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) และมุ่งสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะภายในปี 2580

เน้นการทำงานร่วมกันอย่างมีมาตรฐาน บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ อีกทั้งยกระดับการทำงานในองค์กรให้ทันสมัย สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศปัจจุบัน พร้อมเดินหน้าพัฒนาการทำงานอย่างไม่หยุดนิ่ง มุ่งสู่การบริหารจัดการน้ำที่มั่นคงและยั่งยืน

“สมชัย” แจงมติการลงโทษของแพทยสภา ร้องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน

กทม. วันนี้ ( 13 มิ.ย.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการ กล่าวถึงมติลงโทษของแพทยสภา มีผลอะไรตามมาบ้าง ว่าโทษตักเตือน เป็นการตักเตือนว่า สิ่งที่ทำนั้นผิดอย่าได้ทำอีก แต่ยังสามารถประกอบวิชาชีพแพทย์ได้ตามปกติ เพียงแต่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติรับราชการว่า เคยมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่แต่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง

โทษพักใบอนุญาต โดยมีกำหนดเวลา เช่น 3 เดือน 6 เดือน ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่สามารถประกอบวิชาชีพแพทย์ได้ ไม่ว่าจะในโรงพยาบาลรัฐ เอกชน หรือคลินิกส่วนตัว แต่การประกอบวิชาชีพอื่น ๆ ยังสามารถทำได้ แพทย์ที่ถูกพักใบประกอบวิชาชีพ หากปัจจุบันเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลก็ยังทำหน้าที่บริหารและรับเงินเดือนได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถตรวจโรค เยี่ยมไข้ และรับรายได้พิเศษจากกิจกรรมดังกล่าวได้

ทั้งนี้แพทย์ที่ถูกพักใบอนุญาต และปัจจุบัน เป็นตำแหน่งอื่น เช่น เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ กรรมการบริษัทพลังงาน ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวรับเงินเดือน เบี้ยประชุม สิทธิประโยชน์ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพแพทย์ หรือจะไปขับแกร็บ ก็ไม่มีใครว่า ทั้งหมด คือ การลงโทษโดยใช้คำสั่งปกครองของแพทยสภา ซึ่งสามารถร้องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองภายในกรอบ 90 วัน หลังจากได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการ

ส่วนโทษทางอาญาอาจยังไม่จบ เนื่องจากทุกคนเป็นข้าราชการ จึงอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีโทษจำคุกและให้ออกจากราชการได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...