โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“บริษัทญี่ปุ่น” เตรียมจ่ายเงินปันผลแตะระดับสูงสุดเป็นปีที่ 5 แม้กำไรหด หวังหนุนการบริโภค

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 04.53 น.

กว่า 2,300 "บริษัทญี่ปุ่น" จ่อเพิ่มเงินปันผลรวมแตะ 19.99 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณนี้ แม้คาดว่ากำไรจะลดลง 7% เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามการค้าและเงินเฟ้อที่ฉุดค่าจ้างจริง

วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เวลา 23.05 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า บริษัทญี่ปุ่นเตรียมเพิ่มเงินปันผลแตะระดับสูงสุดเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้า ซึ่งอาจฉุดรายได้ของบริษัทลง อย่างไรก็ตามการเพิ่มเงินปันผลนี้อาจช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนได้ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่บั่นทอนค่าจ้างที่แท้จริง

จากการคำนวณของ Nikkei ซึ่งอิงจากการคูณเงินปันผลรายปีด้วยจำนวนหุ้นที่จดทะเบียน พบว่าบริษัทญี่ปุ่นราว 2,300 แห่งที่ปิดงบในเดือนมีนาคม คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลรวมเพิ่มขึ้น 3% ในปีงบประมาณนี้ แตะระดับ 19.99 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับบริษัทที่ยังไม่ได้ประกาศคาดการณ์ปันผล จะใช้ประมาณการของตลาดจาก QUICK consensus

ยอดรวมดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 66% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2561 โดยนักลงทุนรายบุคคลถือหุ้นเกือบหนึ่งในห้าของบริษัทจดทะเบียน เท่ากับว่ามีเงินปันผลก่อนหักภาษีราว 3.5 ล้านล้านเยน ไหลเข้าสู่ภาคครัวเรือน

โดยบริษัทประมาณ 910 แห่ง หรือเกือบ 40% ระบุว่าจะเพิ่มหรือกลับมาจ่ายเงินปันผลอีกครั้งในปีงบประมาณนี้ แม้ว่าหลายบริษัทคาดว่ากำไรจะลดลง โดยกำไรสุทธิรวมของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) กลุ่ม Prime คาดว่าจะลดลง 7% ในปีงบประมาณ 2568 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยบริษัทประมาณ 250 แห่งที่มีกำไรลดลงยังคงแผนจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น ซึ่งมากกว่าปีก่อนราว 30 บริษัท

โตโยต้า มอเตอร์ ซึ่งคาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มจะลดลง 35% ยังคงตั้งใจเพิ่มเงินปันผลอีก 5 เยนต่อหุ้น รวมเป็น 95 เยน โดย รองประธานบริหาร โยอิจิ มิยาซากิ ระบุว่า “แม้การคาดการณ์กำไรจะไม่แน่นอนจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภาษีของสหรัฐ แต่เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มเงินปันผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รางวัลแก่ผู้ถือหุ้นระยะยาว”

ด้านMitsui & Co. บริษัทเทรดดิ้งเฮาส์ ก็มีแผนเพิ่มเงินปันผลอีก 15 เยน แม้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะอ่อนตัวและกดดันกำไร แนวโน้มนี้สะท้อนแรงกดดันจากตลาดและตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ที่ผลักดันให้บริษัทใช้ทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทกลุ่ม Prime ที่มีเงินสดสะสมรวมถึง 112 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นระดับสูงในประวัติศาสตร์ การลดส่วนของผู้ถือหุ้นจึงเป็นอีกทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพทุน Takeda Pharmaceutical และ Ricoh ต่างวางแผนเพิ่มเงินปันผลปีนี้อีก 4 เยน และ 2 เยน ตามลำดับ

ขณะเดียวกันบริษัทหลายแห่งพยายามดึงดูดนักลงทุนรายย่อยในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลเปิดตัวโครงการ NISA (Nippon Individual Savings Account) โฉมใหม่ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเพิ่มขึ้นกว่า 10% แตะ 83.59 ล้านคน ตามรายงานการถือหุ้นปีงบประมาณ 2567

หลายบริษัทเริ่มกำหนดนโยบายจ่ายปันผลที่อิงกับ “dividends on equity” หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อส่วนผู้ถือหุ้น เพื่อให้การจ่ายเงินปันผลมีเสถียรมากขึ้นและไม่ผันผวนตามกำไร เช่น Citizen Watch ที่ตั้งเป้าหมายในรูปแบบนี้ และเพิ่มปันผลอีก 2 เยนในปีนี้

ข้อมูลเบื้องต้นจากแบบสำรวจแรงงานรายเดือนของรัฐบาลญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมพบว่า ค่าจ้างที่แท้จริงลดลง 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ จะปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 5.25% แล้วก็ตาม

ฮิเดโอะ คุมาโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Dai-ichi Life Research Institute คาดการณ์ว่า เงินปันผลรวม 20 ล้านล้านเยน อาจช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนได้ราว 520 พันล้านเยน และเพิ่ม GDP ได้ประมาณ 0.1%

“เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ค่าจ้างที่แท้จริงก็ไม่สามารถเพิ่มได้ การเพิ่มรายได้จากเงินปันผลจึงช่วยเสริมรายได้ที่ใช้จ่ายได้ และน่าจะเป็นแรงหนุนต่อการบริโภคในประเทศ” คุมาโนะกล่าว

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...