โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมศักดิ์” แจงยิบวีโต้มติแพทยสภา ยันไร้ใบสั่ง ปัดเอื้อ “ทักษิณ”

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 21.27 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 13.12 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รัฐสภา 30 พ.ค.- “สมศักดิ์” แจงยิบ วีโต้มติแพทยสภา ยกโทษให้หมด แพทย์ไม่มีความผิด อ้างไม่อยากสร้างบรรทัดฐานใหม่ เกรงกระทบแพทย์ทั้งประเทศ ยันไม่มีใบสั่ง-ไม่ได้เอื้อ “ทักษิณ” ขึ้นศาล 13 มิ.ย. ไม่หวั่นถูกล่าชื่อถอดถอน บอกทำการเมืองมา 43 ปีแล้ว ไม่ห่วงเรื่องพวกนี้ มั่นใจไม่ใช่การเปิดศึกแพทย์ เพราะถ้าอยู่ในวิชาชีพจะรู้ว่าเป็นการปกป้อง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงเหตุผลหลังวีโต้มติแพทยสภา ว่า หลังจากการพิจารณาในรายละเอียดขั้นตอนการพิจารณาลงโทษ 3 แพทย์ พบว่า คณะกรรมการจริยธรรมรับเรื่องรองเรียนพบว่ามีความผิด จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งใช้เวลารวบรวมข้อเท็จจริงและพิจารณาถึง 4 เดือน ก่อนจะความเห็นว่านายแพทย์วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ผู้ถูกร้องที่1 ไม่มีความผิด ส่วนแพทย์หญิง รวมทิพย์ สุภานันท์ ในฐานะแพทย์ผู้ตรวจร่างกาย ขณะรับตัวผู้ต้องขังใหม่ รพ.ราชทัณฑ์ ผู้ถูกร้องที่2 มีความผิด ลงโทษให้ว่ากล่าวตักเตือน ขณะที่พลตำรวจโท โสภณรัชต์ สิงหจารุ เมื่อครั้งนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ มีความผิดให้ลงภาคทัณฑ์ ส่วนพลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ คนปัจจุบัน ในฐานะผู้ออกใบความเห็นแพทย์ ไม่มีความผิด แต่เมื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองจริยธรรมกลับมีการพิจารณาปรับเพิ่มโทษแพทย์ 3 คน โดยใช้พิจารณาไม่ถึง 1 วัน ก่อนจะส่งความเห็นมาให้คณะกรรมการแพทยสภา ที่ใช้เวลาพิจารณา 7 วัน ก่อนมีมติเห็นตามคณะกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การพิจารณาวีโต้ในครั้งนี้ ได้ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเท่านั้น เพราะเคยส่งหนังสือขอข้อมูลจากคณะกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม ถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ได้รับข้อมูลแต่อย่างใด โดยความเห็นที่วีโต้กลับไปนั้น คือ เห็นด้วยกับมติแพทยสภา ที่ไม่ลงโทษ นายแพทย์วัฒน์ชัย ส่วนแพทย์หญิง รวมทิพย์ ที่อนุญาตให้ใช้ใบส่งตัวเพื่อประกอบในการส่งผู้ป่วย เห็นว่าไม่มีผลต่อการส่งตัวเพราะมีผลตรวจของผู้ต้องขังในเวลากลางวันและเก็บผลไว้ ซึ่งแพทย์รายดังกล่าวไม่มีอำนาจในการส่งตัวผู้ต้องขังนอกเรือนจำ เพราะเป็นอำนาจของผู้บัญชาการเรือนจำ จึงยกประโยชน์ให้ผู้ถูกร้อง ส่วนพลตำรวจโท โสภณรัชต์ จากการย้อนฟังคำสัมภาษณ์พบว่าไม่เคยพูดว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤต พูดเพียงว่าอาการหนักน่าเป็นห่วงและเป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน อีกทั้งเป็นแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจที่ได้รับรายงานข้อมูลมาเท่านั้น จึงยกประโยชน์ให้ผู้ถูกร้อง ขณะที่พลตำรวจโท ทวีศิลป์ มีการเขียนคำสั่งแพทย์ควรให้รักษาในโรงพยาบาลโดยไม่ได้ระบุว่าที่ไหน ซึ่งการเขียนคำสั่งถือดุลยพินิจของแพทย์แต่ละคน ซึ่งผู้ถูกร้องทราบว่าผู้ป่วยมีโรค 14 โรค และรู้ถึงความซับซ้อนในการรักษา ต่างจากความเห็นของราชวิทยาลัยที่รู้เพียงบางโรคเท่านั้น การเขียนคำสั่งแพทย์จึงไม่อาจเหมือนกันทั้งหมด และคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเห็นว่าไม่มีความผิด ตนจึงเห็นตามความเห็นดังกล่าว โดยส่งหนังสือความเห็นส่งให้แพทยสภาได้พิจารณาทบทวน

“การดำเนินการครั้งนี้ยึดข้อมูลอันเดียวกัน แต่มาตรฐานการลงโทษถ้าหากว่าเรายอมให้ปล่อยไป โดยการสร้างมาตรฐานใหม่ ผมเห็นว่าแนวทางของลงโทษแพทย์ทั่วประเทศต้องเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติใหม่ อัตราโทษที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะทำให้เดือดร้อนกันไปหมด ผมไม่สามารถมีความเห็นเป็นอย่างอื่นได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าแนวทางต่างๆ เหล่านี้ถูกเปลี่ยนให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่อยากให้มีมาตรฐานใหม่ และการดำเนินการที่เห็นอยู่หากเป็นไปตามธรรมชาติแล้ว ไม่มีอะไรที่ออกมาโวยวายหรืออย่างไร ไม่อยากให้มีความเคลื่อนไหว เพราะมันไม่เป็นธรรมชาติของแพทยสภา ที่ผ่านมาไม่เคยยับยั้งเลย เพราะไม่มีผู้ใดมาร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรม แต่ครั้งนี้มีผู้มาร้องเรียนก็ควรที่จะพิจารณา ”

ส่วนที่มีการตั้งคำถามถึงความไม่เป็นธรรมชาติถึงการทำหนังสือวีโต้ เพราะแพทย์ที่ถูกร้อง 4 คน 1 คนถูกยกคำร้อง 1คนเสียงข้างมากให้ตักเตือน อีก 1 คน เสียงเอกฉันท์ให้พักใช้ใบอนุญาต และอีก 1 คน เสียงข้างมากให้ยกคำร้อง แต่กลับเลือกวีโต้เฉพาะมติที่ลงโทษแพทย์ 3 คนเท่านั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราดูแค่แนวทางแต่ไม่ได้ดูระเบียบกฎหมายราชทัณฑ์ ซึ่งไม่มีอำนาจส่งตัว แต่อนุโลมให้ใช้ข้อมูลเพื่อการส่งตัว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเป็นข้อมูลราชการใช้ตามระเบียบราชทัณฑ์

พร้อมกันนี้นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากมติแพทยสภา วันที่ 12 มิถุนายน ลงโทษแพทย์ ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตน เพราะมีนักกฎหมายหลายคนช่วยกันดูแล้วมีข้อมูลแบบก้ำกึ่งๆ และอนุกรรมการเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ลงโทษไปแล้ว ยังจับเขามาลงโทษจะโหดร้ายไปหรือเปล่า ถ้าเป็นตนทำไม่ได้หรอกก็จะยกผลประโยชน์ให้

ส่วนที่มีการปลุกกระดมแพทย์ออกมาปลดท่านออกจาก รมว.สาธารณสุข นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไรเพราะตนอยู่กับการเมืองมานาน 43 ปีแล้ว ใช้เวลากับการเมืองนานพอสมควร ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ไม่เป็นไร ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หมายถึงพร้อมที่จะออกจากตำแหน่งใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า เป็นคนที่มีความพร้อม ไม่ตระหนกตกใจเรื่องอะไรทั้งสิ้น เราคิดว่าทำดีที่สุด และตรงไปตรงมา และมีเหตุผล ไม่มีการเอนเอียง เพราะหาเอนเอียงไปจะนอนหนาวสะท้าน แต่ถ้าแบบนี้จะทำให้รู้สึกสบายเพราะไม่ได้ไปทำอะไรที่เสียหาย พร้อมปกป้องงานนี้เพื่อไม่ให้มาตรฐานการลงโทษคนมีสติปัญญามันสมองล้ำเลิศ ดังนั้นควรควรใช้ความรู้ความสามารถเพื่อทำประโยชน์ให้สูงสุด

ส่วนที่หลายคนมองว่าการวีโต้ เป็นการเปิดศึกกับแพทยสภานั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่จริง แพทย์ถ้ายังอยู่ในวิชาชีพจะรู้ว่าตนออกมาปกป้อง เรื่องอัตราโทษที่เกิดขึ้นไม่ใช่การเพิ่มโทษ อย่างในอดีตที่มีการกระทำผิดในลักษณะนี้ก็มีการยกโทษให้ แต่วันนี้กลับมาโดนพักใบอนุญาต หากทำให้เขาตกงาน ครอบครัวพี่น้องเขาจะเป็นอย่างไร ตนมาเพื่อทำให้ทิศทางการลงโทษและอัตราโทษยังคงเหมือนเดิม ยืนยันว่าทำถูกต้อง เชื่อว่าไม่มีผลอะไรตามมา อย่าไปคิดมาก

นายสมศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีใบสั่ง การวีโต้ถ้าไม่มีข้อมูลทำไม่ได้ และไม่มีข้อมูลใหม่ จะสั่งตนได้อย่างไร ทั้งนี้ ไม่ได้คุยอะไรกับนายทักษิณในเรื่องนี้ มีแค่ไลน์หลุด ไม่มีการเอื้อนายทักษิณที่จะขึ้นศาลในวันที่ 13 มิ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวถามถึง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง จะเข้าร่วมประชุมวันที่ 12 มิ.ย.หรือไม่ นพ.โอภาส ยิ้ม แล้วไม่ได้ตอบคำถามอะไร.-316 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...