บราซิล “ไม่พอใจ” สหรัฐข่มขู่ทางการค้า แต่ยังพร้อมเจรจา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า รัฐบาลบราซิลส่งหนังสืออย่างเป็นทางการซึ่งลงนามโดยนายเจรัลโด อัลค์มิน รองประธานาธิบดีและรมว.พาณิชย์ และนายนายเมาโร วิเอรา รมว.การต่างประเทศ ถึงนายโฮวาร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์ และนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ มีเนื้อหาสำคัญว่า บราซิล "มีความขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง" ต่อการที่สหรัฐจ้องการขึ้นภาษีสินค้าของบราซิลเป็น 50%
ทั้งนี้ บราซิลเตือนว่า อัตราภาษีสูงลิ่วดังกล่าว "จะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมากต่อภาคส่วนสำคัญของทั้งสองประเทศ" พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บราซิลหารือกับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง "เพื่อหาทางเลือกในการส่งเสริมการค้าระดับทวิภาคี" และย้ำว่า รัฐบาลบราซิล "พร้อมเจรจาหาทางออกที่ยอมรับร่วมกันได้ในประเด็นทางการค้า"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของบราซิลเกิดขึ้น หลังยูเอสทีอาร์เริ่มสอบสวนบราซิล กรณี "ใช้แนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม" ต่อสหรัฐ ว่า "นโยบายและแนวปฏิบัติทางเศรษฐกิจของบราซิลในหลายด้านนั้น “ไม่สมเหตุสมผล หรือเลือกปฏิบัติ และเป็นภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐหรือไม่” และจะมีการพิจารณาและสอบสวนเกี่ยวกับ การที่บราซิลใช้นโยบายและมาตรการ "โจมตีบริษัทโซเชียลมีเดียของอเมริกา" ด้วย
การสอบสวนดังกล่าวของยูเอสทีอาร์ ดำเนินการโดยใช้อำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ซึ่งระบุว่า หากประเทศใดก็ตามกระทำการที่ไม่เป็นธรรมทางการค้ากับสหรัฐ รัฐบาลวอชิงตันสามารถตอบโต้ด้วยมาตรการที่รวมถึง การเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศแห่งนั้น
อนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้เหตุผลประกอบการเตรียมขึ้นภาษีบราซิล ว่าเพราะ "ไม่พอใจ" ต่อการที่ “รัฐบาลบราซิลชุดปัจจุบันโจมตีกลไกการเลือกตั้งเสรี” โดยเฉพาะการไต่สวนอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองของทรัมป์.
เครดิตภาพ : AFP