โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก.ยืนยัน ไทยไม่เพิกเฉย หากตรวจสอบพบ "กัมพูชา" วางทุ่นระเบิดใหม่

Thai PBS

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 06.51 น. • Thai PBS
ศบ.ทก. ลั่น ไทยไม่เพิกเฉย หากตรวจสอบพบกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ ผิดอนุสัญญาออตตาวา ปี 2542 หลัง 3 ทหารพรานเหยียบทุ่นระเบิดขณะลาดตระเวน ขอประชาชน เชื่อมั่น หากพบรุกล้ำอธิปไตย พร้อมตอบโต้ทันที

วันนี้ (18 ก.ค.2568) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ( ศบ.ทก.)

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวชี้แจงกรณี สถานการณ์ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบ.ทก ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จากการเหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี โดยทหารทั้ง 3 นาย อยู่ในสภาวะขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม ปัจจุบันได้ดูแลอย่างใกล้ชิดจากคณะแพทย์ เป็นไปตามมาตรฐาน และทันท่วงที ขณะนี้อาการทหารทั้ง 3 นายอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย

สำหรับพลทหารที่เหยียบกับระเบิดจนทำให้ขาด้านซ้ายขาด กองทัพภาคที่ 2 ได้มีมาตรการในการช่วยเหลือสวัสดิการให้กับกำลังพลอย่างเต็มที่ โดยมีการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นจากพลทหารเป็นสิบเอก หลังจากรักษาตัวเสร็จด้วยเหตุสูญเสียจากการรบ นอกจากนี้ได้รับบำเหน็จเดือนละ 15,600 บ. หากรวมเงินรายเดือนจากหน่วยงานต่าง ๆ คาดว่าจะได้รับเงินจำนวนถึง 29,800 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ยังได้รับเงินก้อนจากหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งทางราชการเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ที่กำลังพลได้ปฏิบัติช่วยเหลือทางราชการ มองเห็นการบรรจุทายาททดแทนโดยพี่สาวเข้าเป็นกำลังพล หากมีความเหมาะสมที่จะรับราชการก็จะมีการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังได้รับเหรียญพิทักษ์เสรีชนประเภท 2 ชั้น 1 และบัตรทหารผ่านศึกชั้นที่ 3 ที่จะมีสิทธิลดค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทางตลอดชีวิตของกำลังพล

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

คาดใช้เวลา 2-3 วัน ตรวจสอบทุ่นระเบิด

ขณะเดียวกันหน่วยทุ่นระเบิด กองทัพบก ส่งหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานนำมาวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดอย่างละเอียด คาดการณ์ว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน เพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ชัดเจนในเรื่องของชนิดและห้วงเวลาที่มีการวางทุ่นระเบิดว่า จะเป็นการวางทุ่นระเบิดขึ้นมาใหม่หรือเป็นของเดิม

ทั้งนี้ หากเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ถือว่า เป็นการละเมิดต่ออนุสัญญา ออตตาวา ว่าด้วย การห้ามใช้และเก็บสะสมทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพราะไทยและกัมพูชา เป็นประเทศภาคีในอนุสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยหากมีการตรวจพบว่า เป็นทุ่นระเบิดที่มีการวางใหม่ฝ่ายไทยจะไม่เพิกเฉย นอกจากนั้นหากมีการพบว่า มีการรุกล้ำอธิปไตยของไทยทางเราจะมีการดำเนินการโต้ตอบอย่างชัดเจน

พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทางฝ่ายไทยได้ยึดมั่นในการใช้ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นหลักการที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด ในการยึดถือปฏิบัติตามหลักสากลโดยข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะนำไปสู่การปฏิบัติของฝ่ายไทยต่อไป

ป้องกัน "เหตุยั่วยุ" แนวชายแดน

ส่วนกรณีที่หญิงชาวกัมพูชาตะโกนใส่ทหารไทยณปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ประชุมหารือเมื่อวันที่ 16 ก.ค.เพื่อร่วมกำหนดมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ซ้ำซ้อน โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุปว่า หากมีปัญหาจากนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นให้ชุดประสานงานปราสาทที่มีอยู่ฝ่ายละ 7 คนแก้ไขปัญหา โดยไม่ต้องเรียกกำลังชุดอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องมาเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเผชิญหน้าจากทั้ง 2 ฝ่าย

พร้อมขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ดำเนินการคัดกรองนักท่องเที่ยวของแต่ละฝ่ายก่อนขึ้นมาท่องเที่ยวบริเวณปราสาทอย่าเข้มข้น ซึ่งก็น่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวขึ้นมาได้เนื่องจากจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ด้านนางมาระตี กล่าวว่า สถานการณ์ในจุดผ่านแดนและครอบครัวมีความเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไทยยังคงมาตรการเดิมไม่ปิดด่านแต่เพิ่มมาตรการควบคุมการผ่านแดนให้เข้มข้น พร้อมขอกัมพูชาประสานเวลาเปิด-ปิดด่าน เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ที่ต้องการผ่านข้ามแดน และเพื่อประโยชน์ของความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน

กต.แสดงความเสียใจ 3 ทหารบาดเจ็บ

ขณะเดียวกันทางกระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ซึ่งทำให้มีทหารได้รับบาด 3 นาย และในระหว่างที่กองทัพบกกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นของเก่าหรือของใหม่ ก.ต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ และเมื่อรับทราบ ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จากรายงานในพื้นที่แล้วจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปัจจุบันทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งในข้อบทแรกของอนุสัญญาดังกล่าวชัดเจนว่า ห้ามใช้ ห้ามผลิต ภาคีมีหน้าที่ที่ต้องทำลายคลังทุ่นระเบิดที่มี ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเองเป็นเจ้าภาพในการประชุมทบทวนอนุสัญญา ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 25 -29 พ.ย.2567 ที่ผ่านมา

ดังนั้น หากการตรวจสอบและพบหลักฐานที่เป็นที่ประจักษ์ นอกเหนือจากจะเป็นที่ผิดหวังของรัฐภาคี ที่สำคัญก็จะถือว่า ผิดต่อภาคีอนุสัญญา ไทยจะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงโดยตรงต่อกัมพูชาและทวิภาคีและมาตรการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

โดยเฉพาะหากพบว่า เป็นการละเมิด MOU 2543 และละเมิดอธิปไตย แต่ว่าไทยเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ยืนยันจุดยืนที่จะเจรจาทวิภาคี เพื่อแก้ไขสถานการณ์ความตึงเครียดในเวลานี้ ผ่านกลไกที่มีอยู่ โดยเฉพาะ JBC, RBC และ GBC ซึ่ง ก.ต่างประเทศ จะมีหนังสืออย่างเป็นทางการไปถึงฝ่ายกัมพูชา เพื่อประชุม JBC สมัยพิเศษ ที่ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนกันยายนที่กรุงเทพฯ ตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว

อ่านข่าว : เหตุการณ์ที่ปราสาท “ตาเมือนธม” แรงยั่วยุที่ฝ่ายไทยต้องอดกลั้น

ทหารไทยเหยียบกับระเบิดบริเวณเนิน 481 เจ็บ 3 มทภ.2 ชี้เป็นของเก่าตกค้าง

ทภ.2 ส่งพิสูจน์ "ทุ่นระเบิด" ช่องบก ยังไม่ยืนยันของใหม่หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ที่ประชุมเลือก ‘โสภณ ซารัมย์’ ประธานสภาฯ คนใหม่

22 นาทีที่แล้ว

EP.287 เบิ่งอีสานผ่าน กิน อยู่ ตุย

47 นาทีที่แล้ว

สบอ.5 จับ 2 พรานป่าลอบล่าสัตว์เขาหลวง-น้ำตกโยง พบของกลางซากเม่น

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ศิวา" พ่ายตัวเต็งคาซัคฯ คว้าเหรียญเงินมวย "ฟิวเจอร์สคัพ"

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...