โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ปี1985 ฉันเป็นภรรยาทหาร

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 17.47 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 08.15 น. • อาเธน่า
ชาติที่แล้วไป๋อี๋นั่วถูกสามีฆ่าตาย เกิดใหม่อีกครั้งเธอเลยยอมแต่งงานกับคู่หมั้นที่พ่อแม่ว่าเป็นคนดีมาก ๆ ผลคือ…คนดีที่พ่อว่าไม่ตรงปกเลย ! หลังประตูบานนั้นสามีผู้เคร่งขรึมเป็นนักเล่านิทานชั้นยอด

ข้อมูลเบื้องต้น

คำเตือน ไรต์กะมือไม่ถูก NC อาจหนักไป

*******ลงให้อ่านฟรีจนจบ ทุกวันค่ะ******

ชาติที่แล้วไป๋อี๋นั่วถูกสามีฆ่าตาย เกิดใหม่อีกครั้งเธอเลยยอมแต่งงานกับคู่หมั้นที่พ่อแม่ว่าเป็นคนดีมาก ๆ

ผลคือ…คนดีที่พ่อว่าไม่ตรงปกเลย !

หลังประตูบานนั้นสามีผู้เคร่งขรึมเป็นนักเล่านิทานชั้นยอด หนำซ้ำยังมักมากผิดธรรมดาอีกต่างหาก

พ่อนะพ่อ พ่อไม่รู้เลยว่าคนดีที่พ่อว่าแท้จริงเป็นอย่างไร

เขาชอบเล่าเรื่องบ้า ๆ บนเตียง !

บทนำ

“เรามาซื้อบ้านหลังนี้กันเถอะ”

เสียงที่คุ้นเคยนั้นปลุกให้หญิงสาวที่ตกอยู่ในภวังค์ให้ได้สติขึ้นมา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก็พบกับใบหน้าของฝันร้าย ทั้งชีวิตของเธอในทันที

เขาก็คือสามีที่อยู่ร่วมกันมาหลายปี เขาผู้เป็นต้นเหตุให้เธอก่อหายนะทุกรูปแบบให้กับครอบครัว โดยเฉพาะวันนี้วันที่เธอตัดสินใจซื้อบ้านภายใต้การยุยงของว่าที่ครอบครัวในอนาคต ฉากที่คุ้นเคยนี้ทำให้ไป๋อี๋นั่วแค้นใจจนอยากจะฆ่าคน

“บ้านหลังนี้สวยมาก เหมาะจะเป็นบ้านของคู่รักที่สุด ว่าไหมอานั่ว”

หญิงวัยกลางคนเจ้าของน้ำเสียงใจดีเดินเข้ามาจับแขนของว่าที่ลูกสะใภ้ นางยิ้มอย่างมีความสุขรอคอยการตัดสินใจของหญิงสาวด้วยหัวใจพองฟู

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามาโอบไหล่บางพลางสนับสนุนว่า

“อานั่ว บ้านหลังนี้ดีจริง ๆ เราเลือกบ้านหลังนี้กันเถอะ”

หลังจากที่หยวนหมิงเจ๋อชักชวนเช่นนั้น สายตาของทุกคนในครอบครัวและพนักงานฝ่ายขายก็พากันย้ายมาที่ไป๋อี๋นั่วโดยสมบูรณ์

แล้วเธอจะปล่อยให้ทุกคนผิดหวังได้อย่างไรล่ะ

“นั่นสิ บ้านหลังนี้สวยจริง ๆ” ไป๋อี๋นั่วฉีกยิ้มพร้อมกับ พยักหน้าเห็นด้วย

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเซ็นสัญญากันเถอะ” หลิวต้านีซึ่งเป็นว่าที่แม่สามียืดอกกล่าวสรุปด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ดวงตาของนางเปล่งประกายแวววาว

เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของพนักงานขายก็เปลี่ยนเป็นประจบประแจงอย่างรวดเร็ว ลูกค้าตัดสินใจเซ็นสัญญาก็เท่ากับเหลืออีกก้าวเดียวก็สำเร็จ

“คุณผู้หญิงจะชำระทั้งหมด หรือจะวางเงินประกันไว้ก่อนดีครับ”

หยวนหมิงเจ๋อหันไปทางแฟนสาวของเขา ถามเป็นเชิงปรึกษา

“อานั่ว เราจะจ่ ายอย่างไรดี”

“แล้วแต่พี่หมิงเลยค่ะ”

คราวนี้หยวนหมิงเจ๋อแทบระงับน้ำเสียงตื่นเต้นของเขาเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อคิดว่าบ้านสามห้องนอนตรงหน้ากำลังจะเป็นของเขา

“ถ้าอย่างนั้นก็จ่ายทั้งหมดเลยแล้วกัน”

“เยี่ยมไปเลยครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาเซ็นสัญญากันเถอะ” พนักงานขายเชื้อเชิญให้ทุกคนนั่งอย่างพินอบพิเทาแล้วนำเอกสารไปวางไว้ตรงหน้าหยวนหมิงเจ๋อ “ราคาบ้าน 3,800 หยวน ฟรีค่าธรรมเนียม 200 หยวนครับ”

“ดี ๆ” แม่หยวนพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเห็นโฉนดบ้านวางอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มของนางกว้างแล้วกว้างอีก พ่อหยวนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มีความสุขจนใบหน้าแดงก่ำไปหมด พวกเขาอาศัยอยู่ห้องพักสวัสดิการขนาด 40 ตารางเมตร อัดแน่นด้วยสมาชิกในครอบครัว 6 คน ใครจะคิดว่าวันหนึ่งพวกเขาจะได้รับบ้านทั้งหลังมาฟรี ๆ แบบนี้ ทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้กับลูกชายผู้มีความสามารถของเขา

“อานั่ว เอาเงินออกมาจ่ายสิ” หยวนซินซึ่งเป็นน้องสาวของหยวนหมิงเจ๋อและเพื่อนสนิทของไป๋อี๋นั่วหันมาเร่งเร้าหญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งอย่างโง่เขลาให้นำเงินออกมา

“อะไรนะ” ไป๋อี๋นั่วแสร้งทำเป็นตกตะลึง “เงินอะไร”

“ก็เงินค่าบ้านไง” คราวนี้แม่หยวนถึงกับอุทานเสียงสูง ดวงตาของนางเบิกโพลงอย่างไม่อยากเชื่อเลย ว่าจะได้ยินไป๋อี๋นั่วพูดแบบนี้ออกมา สีหน้าของหลิวต้านีเต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับไป๋อี๋นั่วขุดหลุมศพบรรพบุรุษทั้ง 8 ชั่วรุ่นของเธอ

“อานั่วอย่าล้อเล่นสิ เรามาซื้อบ้าน เธอลืมไปแล้วหรือ” หยวนหมิงเจ๋อหันมาพูดกับแฟนสาวของเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชายหนุ่มจับมือของไป๋อี๋นั่วแล้วบีบเบา ๆ

“นั่นสิอานั่ว เราตกลงกันแล้วว่าเธอจะจ่ายค่าบ้านก่อนแล้วพวกเราค่อยผ่อนคืนเธอทีหลัง จำไม่ได้เหรอ” หยวนซินชักชวนเพื่อนสาวอีกแรง “รีบเอาเงินออกมาสิ”

ไป๋อี๋นั่วแทบหัวเราะออกมาเมื่อเห็นความร้อนใจของครอบครัวหยวน

ใช่แล้ว! เธอได้รับโอกาสเกิดใหม่ ได้มองเห็นความโง่เขลาของตัวเองอย่างชัดเจน

วันนี้ในชาติที่แล้วภายใต้การเกลี้ยกล่อมของว่าที่สามีและเพื่อนสนิท หญิงสาวจึงแอบเอาเงินอั่งเปาที่สะสมมาตลอดชีวิตไปซื้อบ้านในนามของหยวนหมิงเจ๋อ ซึ่งเขาสัญญาว่าจะทยอยผ่อนคืนค่าบ้านที่ยืมมาจากเธอในภายหลัง ดังนั้นชื่อบ้านจึงควรเป็นชื่อของเขา

ตั้งแต่ต้นจนจบไป๋อี๋นั่วเชื่ออย่างสนิทใจจนถึงกับทะเลาะกับพ่อแม่ และเอาชีวิตของตัวเองข่มขู่ผู้ให้กำเนิดจนได้ทุกอย่างสมใจ โดยไม่รู้เลยว่าสวรรค์ที่เธอมองเห็นกลับเป็นนรกที่รอคอยอยู่

ไป๋อี๋นั่วเป็นลูกสาวของอดีตนายทหารไป๋หยู๋ถงและคุณครูสาวกู้รั่วซี เนื่องจากพ่อไป๋ได้รับอุบัติเหตุร้ายแรงในสนามรบส่งผลให้กลายเป็นหมัน เด็กน้อยไป๋อี๋นั่วซึ่งอายุได้ 2 ขวบจึงกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเขา

เพราะสุขภาพไม่ดีเหมือนก่อน ทางหน่วยงานจึงจัดสรรงานสบายสวัสดิการดีในหน่วยงานขนส่งให้เขา ไป๋หยู๋ถงจึงได้อยู่ร่วมกับภรรยาสาวอย่างมีความสุขตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ในตอนนั้นเงินเดือนคนขับรถ 70 หยวนและเงินเดือนครู 50 หยวนรวมกันถือว่าเป็นรายได้ในครัวเรือนที่สูงมาก โดยเฉพาะเมื่อสองสามีภรรยามีลูกเพียงคนเดียว ปู่ย่าของไป๋อี๋นั่วก็เอ็นดูหลานสาวมาก โดยเฉพาะเมื่อคนที่เป็นหมันคือลูกชายของ พวกเขา พวกเขาจึงยิ่งเมตตาลูกสะใภ้มากกว่าเมื่อก่อน เพราะกลัวว่ากู้รั่วซีจะอยากมีลูกชายจนหนีไปแต่งงานใหม่

ดังนั้นชีวิตของไป๋อี๋นั่วจึงเพียบพร้อมสมบูรณ์ มีทุกสิ่ง ทุกอย่างราวกับเป็นองค์หญิงในราชวงศ์ก่อน

เมื่อประเทศเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ในปี 1976 ไป๋หยู๋ถงซึ่งมีวิสัยทัศน์สูงและมีเงินออมในครัวเรือนมากพอได้เริ่มต้นธุรกิจขายจักรยาน นาฬิกา จักรเย็บผ้า และวิทยุ ตามความนิยมของประชาชนที่เรียกว่า 3 รอบ 1 เสียง ซึ่งหมายถึงการหมุนรอบของจักรยาน จักรเย็บผ้าและนาฬิกา อีก 1 เสียง คือเสียงวิทยุ

ในยุคนั้นใครจะแต่งงาน สินสอดที่ถูกเรียกร้องคือสินค้าเหล่านี้ทั้งนั้น จะซื้อได้ครบ 4 ชิ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของฝ่ายชาย ไป๋หยู๋ถงจับทิศทางของเศรษฐกิจและค่านิยมในสังคมได้อย่างรวดเร็วจนสามารถกลายเป็นครัวเรือนหมื่นหยวนได้ในระยะเวลาไม่กี่เดือน และมีเงินล้านในไม่กี่ปีต่อมาจากการทำธุรกิจหลายอย่าง

เดิมทีทุกอย่างราบรื่นและสุขสงบมาโดยตลอด ชีวิตของไป๋หยู๋ถงและครอบครัวควรจบลงอย่างสวยงาม

ทว่าเมื่อลูกสาวของเขาไปเรียนมหาวิทยาลัย หายนะของครอบครัวก็ได้เริ่มต้นขึ้นโดยที่ไป๋หยู๋ถงและภรรยาไม่สามารถหยุดยั้งได้

ทั้งหมดเป็นเพราะลูกสาวที่โง่เขลาของพวกเขาเอง

เป็นเพราะเธอเอง

ไป๋อี๋นั่ว!

1

“อานั่ว!”

หยวนหมิงเจ๋อขึ้นเสียงใส่แฟนสาว

“เธอกำลังทำอะไรอยู่!”

“…” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้า

ใช่ เธอทำอะไรอยู่ เธอคือไป๋อี๋นั่ว ชื่อที่หมายถึงการรักษาสัญญาอย่างแน่วแน่

อานั่วที่ทุกคนเรียกเป็นการย้ำเตือนถึงคำมั่นสัญญาที่ถูกลบล้าง ทำให้พ่อแม่ต้องอับอายเมื่อต้องแบกหน้าไปหาสหาย ร่วมรบเพื่อบอก ว่าพวกเขารักษาสัญญาเอาไว้ไม่ได้

“อานั่ว ถ้าเธอไม่พอใจอะไรก็จ่ายค่าบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกันเถอะ อายพนักงานนะ” หยวนซินมองเพื่อนสาวด้วยดวงตา สีแดงคู่หนึ่ง น้ำตาแทบจะหยดออกมา เหมือนไป๋อี๋นั่วทำผิดต่อเธอและครอบครัวอย่างร้ายแรง “ดูสิ พนักงานมองพวกเราไม่ดีแล้ว”

ฝ่ายขายที่ถูกอ้างถึงนั้นกำลังมีสีหน้าไม่สู้ดีอยู่จริง ๆ เพราะเขาเริ่มเห็นเค้าลางแล้ว ว่าครอบครัวนี้กำลังหลอกให้เขาเสียเวลาต้อนรับอยู่นาน ที่แท้แค่มาล้อเล่น

“พวกเธอตระกูลหยวนจะซื้อบ้าน ทำไมต้องให้ฉันเป็นคนจ่ายเงินด้วยล่ะ”

ไป๋อี๋นั่วตะคอกใส่ทุกคนอย่างไม่ไว้หน้า พวกคนหน้าซื่อ ๆ พวกนี้ล้วนแต่เป็นหมาป่าชั่วร้ายในคราบหนังแกะ ในชาติที่แล้วเธอเชื่อทุกคนอย่างสนิทใจ แม่หยวนใจดีกับเธอมาก พ่อหยวนเป็นคนซื่อสัตย์ สมาชิกในบ้านล้วนแต่มีอัธยาศัยดี เธอคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่จะได้แต่งงานในครอบครัวของเพื่อนสนิท อนาคตเต็มไปด้วยความสุข

“อะไรนะ” แม่หยวนกรีดร้องเสียงแหลม “ไหนว่าเธอจะซื้อบ้านให้อาหมิงของฉัน ทำไมเธอกลับคำพูดล่ะ”

ไป๋อี๋นั่วหัวเราะออกมา “ไร้สาระ เงินของฉันแท้ ๆ ทำไมต้องซื้อบ้านให้คนอื่นด้วยล่ะ”

“อานั่ว เธอลืมไปแล้วหรือเปล่า ว่าพรุ่งนี้เราจะไปรับใบรับรองกันนะ” หยวนหมิงเจ๋อพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้ดี และเกลี้ยกล่อมหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง “เราจะอยู่ด้วยกันแต่ที่บ้านไม่มีห้อง ถ้าเราไม่ซื้อบ้านแล้วเราจะอยู่อย่างไรล่ะ”

“อานั่ว หนูไม่ได้เอาเงินมาหรือ” แม่หยวนถามว่าที่ลูกสะใภ้อีกครั้ง นางพยายามคุมน้ำเสียงและสีหน้าอย่างเต็มที่

หญิงสาวคลี่ยิ้ม เธอชอบสิ่งที่เห็นตอนนี้มาก ความร้อนใจบนหน้าของทุกคนทำให้ไป๋อี๋นั่วรู้สึกสะใจ

ดูสิ แค่นี้พวกเขาก็ปวดใจแล้ว

“แล้วทำไมฉันต้องเอาเงินมาด้วยล่ะ”

“เธอพูดอะไรออกมา!” แม่หยวนกรีดร้องเสียงแหลม พอนึกขึ้นได้ก็พยายามข่มอารมณ์อีกครั้ง ใบหน้าของหลิวต้านีเปลี่ยนสีเร็วยิ่งกว่างิ้วเปลี่ยนหน้ากาก นางจับมือไป๋อี๋นั่วพลางปลอบว่าที่ลูกสะใภ้ปากสั่น “อานั่ว วันนี้ถ้าอาหมิงทำอะไรให้หนูไม่พอใจ บอกป้าได้เลย ป้าจะสั่งสอนเขาให้ ดีไหมเด็กน้อย วันนี้เรามาถึงที่นี่แล้ว ถ้าไม่ซื้อบ้าน แล้วหลังจากแต่งงานกันแล้วหนูกับลูกชายป้าจะอยู่กันที่ไหนล่ะ คู่รักจำเป็นต้องมีบ้านนะ”

แม่หยวนไม่เต็มใจจะยอมแพ้จริง ๆ นางลดตัวแล้วลดตัวอีกเพื่อให้ได้บ้าน

“ใช่ ๆ ต้องเป็นไอ้ลูกเลวคนนี้ทำให้ลูกสะใภ้ไม่พอใจ ใช่ไหม”

พ่อหยวนก็เชื่อว่าต้องเป็นเพราะลูกชายก่อปัญหาขึ้น ปกติยัยหนูโง่คนนี้เชื่อฟังลูกชายของเขาทุกอย่าง จู่ ๆ เอาแต่ใจขึ้นมาต้องไม่พอใจอะไรแน่ ๆ

หยวนหมิงเจ๋อก็คิดเช่นนั้น เพราะปกติแล้วไป๋อี๋นั่วทั้งโง่และเชื่อฟังมาก ดังนั้นแม้ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร เขาก็ยังก้าวไปข้างหน้าแล้วกล่าวขออภัยอย่างจริงใจ บ้านหลังนี้เป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ในการครอบครองทรัพย์สินของตระกูลไป๋ หากก้าวแรกไม่สำเร็จ ก้าวต่อ ๆ ไปคงเป็นไปไม่ได้

“อาลั่ว ฉันผิดเอง”

ถ้าเป็นชาติที่แล้ว เพียงเห็นเขาทำหน้าเศร้าแบบนี้ ไป๋อี๋นั่วคงรีบซื้อบ้านให้หยวนหมิงเจ๋อในทันที ทว่า…

“พ่อแม่ของฉันไม่ยอมให้ฉันซื้อบ้าน พวกเขาไม่ได้ให้เงินฉันมา ไม่ได้ตกลงให้ฉันแต่งงานด้วยซ้ำ”

ไป๋อี๋นั่วแกล้งแสดงท่าทางโมโหออกมา ให้ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะพ่อแม่ของเธอที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น

แม่หยวนถึงกับตะลึง “ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ก็ตกลงกันแล้วนี่ ว่าพวกเราจะเตรียมบ้านให้คู่รัก สินสอดอีก 1,000 หยวน อานั่ว เธออย่าลืมนะว่าตระกูลไป๋มีแค่ลูกสาวคนเดียว วันหน้า แก่เฒ่าต้องอาศัยอาหมิงของบ้านเราเลี้ยงดู แล้วทำไมพ่อแม่ของหนูยังไม่พอใจอีกล่ะ”

ไป๋อี๋นั่วยิ้มเยาะ พอหลังแต่งงานไปแล้ว แม่หยวนก็พูดแรงกว่านี้อีก บอกว่าต่อไปเรื่องเป็นตายของพ่อแม่เธอยังต้องพึ่งพาหยวนหมิงเจ๋อเซ่นไหว้อีก ยังต้องอาศัยลูกหลานตระกูลหยวนมาเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ เธอต้องสำนึกบุญคุณพวกเขา

ไป๋อี๋นั่วรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลาไม่สมกับที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ชาติที่แล้วเธอฟังคำพูดเหล่านี้แล้วรู้สึกซาบซึ้งได้อย่างไร

เธอมีน้ำท่วมในสมองใช่ไหม

เห็นได้ชัดว่าบ้านที่ตระกูลหยวนบอกว่าเตรียมให้นั้นแท้จริงแล้วหลอกให้เธอจ่าย ค่าสินสอด 1,000 หยวน เป็นราคาที่ต่ำพอ ๆ กับค่าสินสอดของหญิงชนบท แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้เลย เธอคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องพิธีทางสังคมเท่านั้น

เมื่อแม่ของเธอทักท้วง แม่หยวนก็กรีดร้องไปทั่วชุมชนว่าพ่อแม่ของไป๋อี๋นั่วเกลียดคนจนรักคนรวย เป็นพวกนายทุนเห็นแก่เงิน

โดยมีเธอที่โง่เขลาคอยเป็นกันชนนุ่ม ๆ ให้ตระกูลหยวน ในที่สุดพ่อไป๋แม่ไป๋ก็พ่ายแพ้

เมื่อย้อนคิดตั้งแต่ต้นจนจบ ที่จริงแล้วหายนะทุกอย่างล้วนมาจากตัวเธอทั้งนั้นที่ทำให้ครอบครัวค่อย ๆ ล้มลงทีละขั้นทีละตอน

“ใจเย็น ๆ ก่อน อาหมิงและอาลั่วต้องอยู่ด้วยกันไปทั้งชีวิต ค่อย ๆ คุยกันดีกว่า” พ่อหยวนเห็นว่าแม่หยวนพูดแรงเกินไปจึงหันมารับบทคนดี “อาลั่ว ต้องโทษลุงที่ไม่มีความสามารถ ลูกชายจะแต่งงานก็ไม่มีเงินซื้อบ้านให้พวกเธอ วันนี้เลยต้องให้หนูออกเงินซื้อบ้านก่อนแล้วลุงและครอบครัวค่อยทำงานจ่ายคืน หรือไม่อย่างนั้นบ้านนี้ก็ใส่ชื่อหนูเป็นเจ้าของ ถ้าวันไหนอาหมิงทำตัวไม่ดีหนูก็ไล่มันออกไปซะ ไม่อย่างนั้นหนูซื้อบ้าน ครอบครัวหยวนของเราจะออกเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างและรถมอเตอร์ไซค์ ดีไหม”

ไม่ว่าจะพูดดีขนาดไหน ไป๋อี๋นั่วที่เกิดใหม่จะเชื่อคำพูดของคนตระกูลหยวนได้อย่างไร

“ฉันไม่รู้ค่ะ พ่อแม่ของฉันบอกว่าถ้าฉันจะแต่งงานกับ พี่หมิง พ่อแม่จะให้ฉันไปแต่ตัว พวกเขาจะไม่ให้อะไรฉันทั้งนั้น”

“อะไรนะ!” คนตระกูลหยวนอุทานพร้อมกัน ดวงตาทั้งสี่คู่มองไป๋อี๋นั่วอย่างตกตะลึง พ่อแม่อะไรใจร้ายขนาดนี้ อยากให้ พวกเขาได้ผู้หญิงที่มีแต่ตัวเข้ามาในครอบครัวได้อย่างไร

“พี่หมิง พ่อบอกว่าถ้าฉันยังดื้อรั้นต่อไป เขาจะเอาลูกชายของอามาเลี้ยงแทนฉัน แต่ฉันไม่เชื่อหรอก ลูกชายบุญธรรมจะดีกว่าลูกสาวแท้ ๆ ได้อย่างไร” ไป๋อี๋นั่วเชิดคางพูดอย่างเย่อหยิ่ง

ทว่าคนตระกูลหยวนกลับรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาทันที

“ห๊ะ!” ทุกคนอุทานแล้วอุทานอีก

รับเลี้ยงลูกบุญธรรม! นั่นเท่ากับทุกอย่างสูญเปล่าไม่ใช่เหรอ พวกเขาอุตส่าห์วางแผนทั้งหมดก็เพื่อสมบัติของตระกูลไป๋ ถ้ารับเลี้ยงลูกชายของคนอื่นแล้ว ไป๋อี๋นั่วก็ไร้ประโยชน์

ไป๋อี๋นั่วไม่พลาดสีหน้าของทุกคน จะมาหลอกเธอด้วย รถมอเตอร์ไซค์ ?

ชาติที่แล้วก็ให้เธอไปขอจากพ่อมาฟรี ๆ ไม่ใช่หรือ ไป๋อี๋นั่วนึกย้อนไปแล้วรู้สึกละอายใจมาก ทุกครั้งที่เธอกลับบ้าน เมื่อ พ่อแม่เห็นหน้าเธอพวกเขาจะถอนหายใจอย่างหนัก คำพูดที่ พวกเขาพูดอยู่บ่อย ๆ คือลูกเป็นเจ้าหนี้ในชาติที่แล้ว

หลังเปิดประเทศนอกจากจักรยานจะเป็นยานพาหนะ ยอดนิยมมากที่สุดแล้ว มอเตอร์ไซค์ยังเป็นความหรูหรามากบนท้องถนน คนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ได้คือคนรวย เพราะราคาสูงพอ ๆ กับราคาบ้าน โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่น ยี่ห้อฮอนด้า ยามาฮ่าและคาวาซากิ ราคาเริ่มต้นที่ 4,000 หยวนทั้งสิ้น

ไป๋หยู๋ถงที่เริ่มต้นกิจการจากการขายเครื่องจักรและจักรยานเองก็ปรับตัวตามยุคสมัย โดยเปิดร้านขายมอเตอร์ไซค์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ไป๋อี๋นั่วจึงทราบราคาของรถมอเตอร์ไซค์ทั้งยี่ห้อในและต่างประเทศดี

หญิงสาวยืนประจัญหน้ากับคนในครอบครัวหยวนด้วยใบหน้าไร้เดียงสา คิด ๆ ไปแล้วชีวิตที่ผ่านมาก็ช่างน่าขำ

เธอเข้ามหาวิทยาลัยด้วยความฝันอันสวยงาม ได้พบเพื่อนสนิทที่เข้ากันได้ดีมากอย่างหยวนซิน และเพื่อนที่ดีคนนี้เองที่แนะนำให้เธอรู้จักกับพี่ชายที่อ่อนโยนและรักเธอมากอย่างหยวน หมิงเจ๋อ

ไป๋อี๋นั่วไม่เคยมีความรัก แม้มีผู้ชายหลายคนมาแสดงความรู้สึก แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวกับใครเท่ากับหยวน หมิงเจ๋อที่เพื่อนสนิทเชียร์แล้วเชียร์อีก เธอจึงตกลงที่จะคบกับเขา หลังจากนั้นยิ่งคบหาก็ยิ่งรักใคร่ หยวนหมิงเจ๋อดีไปหมดทุกอย่าง ทั้งเรียนดี หน้าตาดีและนิสัยดี ที่สำคัญที่สุดคือรักเธอมาก ตลอดเวลาที่คบหากันไป๋อี๋นั่วเหมือนเดินอยู่บนเมฆ

ซึ่งเธอไม่เคยคิดเลยว่า ในวันข้างหน้าจะมีวันที่เธอร่วงหล่นจากฟ้า มันเจ็บจริง ๆ

การซื้อบ้านครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเชิญหมาป่าเข้าบ้าน เมื่อพ่อแม่ของเธอคัดค้านความสัมพันธ์ ไป๋อี๋นั่วก็ใช้การ อดอาหารและการทำร้ายตัวเองเป็นการบังคับให้พ่อแม่ยอมแพ้

หลังจากที่หยวนหมิงเจ๋อขอแต่งงานและบอกเล่าปัญหาด้วยใบหน้าเศร้า ว่าที่บ้านไม่มีห้องหอให้พวกเขา การซื้อบ้านก็ตามมา ในตอนแรกเขาพาเธอไปดูบ้านหลายหลัง เมื่อรู้ราคาก็สัญญากับว่าจะรีบทำงานเก็บเงินซื้อบ้านเพื่อให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน เขาทำงานหนักจนเป็นลมต่อหน้าเธอ

เมื่อเพื่อนรักเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่าหยวนหมิงเจ๋อทำงานหลายอย่างเพื่อเก็บเงินสำหรับบ้านแต่งงาน ไป๋อี๋นั่วจึงเกิดความประทับใจในความทุ่มเทของแฟนหนุ่มอย่างสุดซึ้ง

ต่อมาหยวนซินเสนอให้เธอจ่ายเงินค่าบ้านก่อนแล้วค่อยให้ตระกูลหยวนผ่อนคืนทีหลัง ไป๋อี๋นั่วจึงตกลงทันทีโดยไม่ลังเลใจ

แต่เด็กสาวอย่างไป๋อี๋นั่วจะเอาเงินมากมายมาจากไหน

ในปี 1985 ค่าเฉลี่ยเงินเดือนของคนทั่วไปคือ 60 หยวน นักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่มีงานทำจะหาเงินค่าบ้านเกือบ 4,000 หยวนมาจากไหน

ตอนนั้นไป๋อี๋นั่วรับปากว่าจะซื้อบ้านด้วยอารมณ์ แต่เมื่อได้สติอีกครั้งหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินก้อนนี้มาจากไหนเช่นกัน สุดท้ายเมื่อถึงวันนัดซื้อบ้าน เธอจึงนำเงินอั่งเปาที่สะสมมาตลอดชีวิตออกมาซื้อบ้านให้พวกเขา

ภายใต้การชักจูงกึ่งเยินยอกึ่งขอร้อง ในที่สุดชื่อเจ้าของบ้านจึงกลายเป็นชื่อของหยวนหมิงเจ๋อ

เมื่อไป๋อี๋นั่วกลับบ้านก็ทะเลาะกับครอบครัว เรื่องที่ใช้เงินซื้อบ้านให้ผู้ชาย พอได้ยินพ่อแม่ใส่ร้ายว่าหยวนหมิงเจ๋อปอกลอกเธอ ต้องการให้เลิกลากัน ไป๋อี๋นั่วเพื่อปกป้องแฟนหนุ่มจึงโกหกว่าตัวเองนอนกับเขาไปแล้ว แม่ไป๋โกรธลูกสาวจนเป็นลม พ่อไป๋ก็โมโหจนผมขาวในชั่วข้ามคืน แต่ลูกสาวไร้หัวใจกลับวิ่งไป จดทะเบียนสมรสกับแฟนหนุ่มในวันรุ่งขึ้น ทำให้ครอบครัวปั่นป่วนอีกครั้งจนพ่อไป๋ต้องไล่ไป๋อี๋นั่วออกจากบ้าน

ตอนนั้นเธอมีสติที่ไหน ในสายตาของไป๋อี๋นั่วมีแต่หยวน หมิงเจ๋อ ต่อให้พ่อแม่โกรธ เธอก็แน่ใจว่าเดี๋ยวทั้งสองก็จะยกโทษให้

ดังนั้นไป๋อี๋นั่วจึงใช้ชีวิตคู่กับสามีอย่างมีความสุข พ่อแม่สามีและเพื่อนรักย้ายมาอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน โดยทิ้งบ้านพักสวัสดิการโรงงานหลังเดิมให้พี่ชายและน้องชายของหยวน หมิงเจ๋อ

ไป๋อี๋นั่วไม่ได้คิดอะไรมาก ตราบใดที่ยังมีห้องแต่งงานของเธอและสามีอะไรก็ได้ทั้งนั้น ส่วนเรื่องผ่อนคืนเงินค่าบ้านนั้น ถูกลืมไปนานแล้ว ค่าใช้จ่ายในบ้านไป๋อี๋นั่วก็เป็นคนแบกรับมันไว้…ด้วยการกลับบ้านไปขอเงินจากแม่ไป๋เป็นระยะ ๆ

ต่อมาเธอก็ท้องและคลอดลูกสาว เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้ให้กำเนิดลูกชาย จิตใจของหญิงสาวก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ในยุคที่รัฐบาลอนุญาตให้มีลูกได้แค่คนเดียวเท่านั้น การคลอด ลูกสาวต่างอะไรกับการทำลายครอบครัว ถ้าอยู่ในชนบทเด็กผู้หญิงต้องถูกนำไปถ่วงน้ำทันทีเพื่อสงวนสิทธิ์ให้ชื่อเด็กชายถูกวางไว้ในทะเบียนบ้าน

ในตอนนั้นไป๋อี๋นั่วกอดลูกสาวตัวเล็ก ๆ เอาไว้แน่น ตัวเธอเองก็เป็นผู้หญิง เธอไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าผู้ชายตรงไหน ไม่ว่าทัศนคติของครอบครัวหยวนจะเป็นอย่างไร เธอก็จะปกป้องชีวิตของลูกสาวไว้เป็นอย่างดี

แต่กลับกลายเป็นว่าครอบครัวหยวนมีความสุขมาก แม่สามีไม่เคยบ่นเลยสักคำที่เธอคลอดลูกสาว ไป๋อี๋นั่วจึงยิ่งซาบซึ้งใจ

เมื่อคลอดลูกคนที่สอง พ่อไป๋แม่ไป๋ก็ใจอ่อนหนำซ้ำยังช่วยจ่ายค่าปรับมูลค่าสูงจากการมีลูกเกินของไป๋อี๋นั่วอีกต่างหาก

สุดท้ายเมื่อหยวนหมิงเจ๋อเหนื่อยจากการทำงาน ประกอบกับที่แม่หยวนเกลี้ยกล่อม ไป๋อี๋นั่วจึงเห็นด้วยที่ควรจะให้สามีและเพื่อนรักเข้าไปทำงานในบริษัทของพ่อไป๋ เธอจึงไปขอร้องพ่อแม่อยู่นาน ในที่สุดไป๋หยู๋ถงก็พาลูกเขยเข้าบริษัท

เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน ไป๋อี๋นั่วจึงพาสามีและลูกอีกสองคนย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ บ้านเดิมที่ซื้อมาก็กลายเป็นของพ่อหยวนแม่หยวนโดยอัตโนมัติ

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้อย่างใจ ชีวิตของไป๋อี๋นั่วก็เหมือนฝันที่ทุกอย่างราบรื่นสวยงามตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน พ่อแม่รัก สามีทะนุถนอม ลูก ๆ น่ารัก ครอบครัวสมบูรณ์แบบ

ทว่าที่จริงแล้วความสวยงามเป็นเพียงฉากหน้า เบื้องหลังนั้นครอบครัวหยวนกลับค่อย ๆ เข้ามาทำงานในบริษัทของ พ่อไป๋ จากหยวนหมิงเจ๋อและหยวนซิน ก็ค่อย ๆ มีพี่ชายน้องชายของเขาเข้ามาทำงานในบริษัททีละคน ต่อมาก็ยังต้องจัดหาตำแหน่งให้พี่สะใภ้น้องสะใภ้ จนลากยาวไปถึงญาติตระกูลหยวน ทั้งหมด พวกเขาล้วนแต่เป็นปลวกที่มากัดแทะ ไม่ใช่มดงานที่ขยันขันแข็ง ซึ่งสร้างปัญหามากมายให้กับบริษัท พ่อไป๋และแม่ไป๋ชักชวนลูกสาวครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อคำพูดดี ๆ ของสามีที่บอกว่าเขาก็ลำบากใจมากทุกครั้ง

นานวันเข้าพ่อไป๋ก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเพื่อรักษาบริษัทให้เป็นทางรอดสุดท้ายของครอบครัว พ่อไป๋จึงบอกลูกสาว ว่าเขาตัดสินใจว่าจะมอบเงินทุนให้ลูกเขย ให้หยวน หมิงเจ๋อนำคนตระกูลหยวนออกไปเปิดบริษัทเล็ก ๆ เริ่มต้นใหม่ เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเอง

ด้วยความใสซื่อ ไป๋อี๋นั่วจึงเห็นด้วยกับความคิดของบิดาอย่างมีความสุข เธอนำเรื่องนี้ไปบอกสามี แน่นอนว่าหยวน หมิงเจ๋อก็เห็นด้วย ในช่วงสามเดือนหลังจากนั้นทั้งครอบครัวเต็มไปด้วยความสามัคคี ทุกอย่างราบรื่นมาก

ในเช้าวันหนึ่งที่สวยงามขณะที่เธอและพ่อแม่นั่งรถยนต์ออกจากบ้าน คนขับรถเหลือบมองเจ้านายทั้งสามที่นั่งอยู่เบาะหลัง จู่ ๆ ก็มีรถบรรทุกพุ่งตรงเข้ามาชนกับรถยนต์ของครอบครัว พ่อและแม่ที่นั่งประกบไป๋อี๋นั่วอยู่ต่างรีบใช้ร่างของตัวเองกอดกำบังลูกสาวเอาไว้แน่น

รถยนต์พลิกคว่ำกระแทกดังปัง สมองของไป๋อี๋นั่วมึนงง ร่างกายของเธอกระเด็นไปมาอย่างไร้ทิศทางก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดนิ่ง ร่างพ่อแม่ลูกทั้งสามกองทับกันที่มุมหนึ่งของประตูรถยนต์ ขณะที่คนขับปีนหนีออกไปโดยไม่เหลียวหลัง

ตอนนั้นเองที่ไป๋อี๋นั่วรู้ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม

‘อย่ากลัว พ่อแม่อยู่ตรงนี้’ พ่อไป๋บอกอย่างแผ่วเบา ภายในรถเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

แม่ไป๋ใช้แรงทั้งหมดขยับมือตบเบา ๆ บนตัวลูกสาว

‘อย่ากลัว…’

‘พ่อ…แม่…หนูขอโทษ’ น้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

‘ไม่เป็นไร’

นั่นคือประโยคสุดท้ายก่อนที่รถยนต์ทั้งคันจะระเบิด

2

ไป๋อี๋นั่วนึกว่าความตายเป็นจุดสิ้นสุด ทว่าเธอกลับกลายเป็นวิญญาณโดดเดี่ยวล่องลอยต่อไป เธอได้เห็นความสุขของครอบครัวหยวน ได้รู้ว่าสามีสุดที่รักของเธอเองเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งหมดก็เพื่อทรัพย์สินของครอบครัวไป๋ พวกเขารอไม่ไหวแล้ว

พ่อไป๋ยังแข็งแรงมาก พวกเขาต้องรอไปอีกกี่สิบปีกว่าพ่อตาแม่ยายจะตายไปพ้น ๆ ไหนจะยังเมียน่าเบื่ออีก หยวน หมิงเจ๋อมีคนรักที่เขาลุ่มหลงและแอบซ่อนมาหลายปี แถมยังมี ลูกชายสุดน่ารักอีกคน เขาทนไม่ไหวจึงตัดสินใจจบชีวิตครอบครัวไป๋ โดยอาศัยลูกสองคนของไป๋อี๋นั่วในการครอบครองทรัพย์สิน

ไม่กี่ปีต่อมาลูก ๆ ของไป๋อี๋นั่วคนหนึ่งตกน้ำตาย อีกคนก็ป่วยเสียชีวิต หยวนหมิงเจ๋อครองตัวเป็นโสดหลายปีก่อนจะแต่งงานกับแม่หม้ายลูกติด ซึ่งก็คือคนรักและลูกนอกสมรสของเขานั่นเอง คนภายนอกพากันชื่นชมหยวนหมิงเจ๋อที่มีคุณธรรม ครอบครัวหยวนล้วนแต่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ หยวนซิน กลายเป็นภรรยาของเศรษฐีรุ่นสอง เป็นคุณนายที่มีอิทธิพลมากในแวดวงไฮโซปักกิ่ง

ส่วนครอบครัวไป๋นั้นถูกลบเลือนไปอย่างสิ้นเชิง

ไป๋อี๋นั่วติดตามครอบครัวหยวนด้วยความแค้นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งใกล้จะเป็นผีร้าย จู่ ๆ ก็พบว่าตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด ชาตินี้ครอบครัวหยวนจะไม่มีวันสมหวัง!

“อานั่ว พ่อไป๋แม่ไป๋รักเธอมากขนาดนั้น พวกเขาจะรับลูกบุญธรรมได้อย่างไร”

หยวนซินตั้งสติได้จึงรีบซักถาม ในเวลานี้เรื่องซื้อบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

“ก็พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ พวกเขาบอกว่าพี่หมิงหลอกลวงฉัน กำลังจะปอกลอกครอบครัวไป๋ ถ้าฉันไม่เลิกกับพี่หมิง พวกเขาจะรับลูกบุญธรรมมาสืบทอดทรัพย์สินของครอบครัว เพื่อให้อย่างน้อยวันหน้าฉันยังมีที่ให้ขอข้าวกิน” ไป๋อี๋นั่วแสดงสีหน้าบึ้งตึง เธอเกาะแขนแฟนหนุ่มด้วยท่าทางออดอ้อน “ฉันกลัวที่ไหน พี่หมิงเลี้ยงฉันได้อยู่แล้ว ทำไมต้องรอขอข้าว คนอื่นกินด้วยล่ะ”

พนักงานขายดูละครสดด้วยหัวใจเต้นรัว โอ้ ๆ สาวโง่คนนี้ พวกเราแค่ฟังผ่าน ๆ ตรงนี้ก็เห็นด้วยกับพ่อแม่ของเธอแล้ว นี่มันสาวที่มีน้ำท่วมสมอง ในอนาคตต้องไปขอข้าวคนอื่นกินจริง ๆ

กลับกันหยวนหมิงเจ๋อและคนในครอบครัวแทบรักษา สีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ คนโง่นี่! ยังไม่รู้ตัวอีกว่ากำลังจะถูกพ่อแม่ทิ้งแล้ว

“อาลั่ว ทำไมพ่อแม่ของเธอถึงทำแบบนี้ล่ะ แค่เพราะ ฉันยากจนเหรอ”

หยวนหมิงเจ๋อถามแฟนสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ดวงตาของเขามีน้ำตาคลอ ดูเจ็บปวดใจมากกระทั่งพนักงานขายที่ไม่พอใจครอบครัวนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสงสารเขา

ที่แท้นี่เป็นโศกนาฏกรรมที่พ่อแม่ร่ำรวยรังเกียจลูกเขยยากจนนี่เอง

“ถึงจะจนแต่ฉันก็รักพี่หมิงเท่านั้น ฉันไม่สนใจเงินเหม็น ๆ พวกนั้นหรอก ต่อให้ไม่มีบ้านก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกัน”

ไป๋อี๋นั่วแสดงความมุ่งมั่นท่ามกลางสีหน้าหมองคล้ำของคนตระกูลหยวน

ซึ่งหยวนหมิงเจ๋อจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ผู้หญิงมีแต่ตัวมีประโยชน์อะไร

“อานั่ว ความกตัญญูมาก่อนความรัก ผมจะปล่อยให้คุณกลายเป็นคนอกตัญญูได้อย่างไร” ในนาทีนี้หยวนหมิงเจ๋อตัดสินใจทำให้แฟนสาวของเขารักษาตระกูลไป๋เอาไว้ก่อน “ลูกบุญธรรมอย่างไรก็ไม่ดีเท่าลูกแท้ ๆ อานั่ว คุณไม่สามารถปล่อยให้พ่อแม่ของคุณรับลูกบุญธรรมได้”

“แต่ฉันไม่อยากเลิกกับพี่หมิง” ไป๋อี๋นั่วยังคงดื้อรั้น “ใครอยากจะรับลูกบุญธรรมก็ปล่อยพวกเขาไป เราจะสร้างครอบครัวใหม่ด้วยกัน ให้พ่อแม่รู้ว่าฉันเลือกไม่ผิด”

พ่อหยวนและแม่หยวนต่างหน้าเขียว กว่าอาหมิงจะพิสูจน์ตัวได้ ตอนนั้นสมบัติของตระกูลไป๋จะยังเหลืออยู่หรือเปล่า ลูกบุญธรรมคนนั้นจะใจดีได้อย่างไร แค่ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้แล้วว่าถ้าตระกูลไป๋รับเลี้ยงลูกบุญธรรมจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น

ดูนังเด็กโง่ไป๋อี๋นั่วยังไม่รู้ตัว ยังมีหน้ามามั่นใจอีก

“อานั่ว พ่อของเธอจะรับใครเป็นลูกบุญธรรมกันเหรอ” หยวนซินตั้งคำถามได้อย่างชาญฉลาด เราต้องรู้ก่อนว่าใครคือศัตรู

“เป็นลูกพี่ลูกน้อง ไป๋เจียงซู”

“ไป๋เจียงซู!”

หยวนหมิงเจ๋อแทบไม่อยากจะเชื่อ ไป๋เจียงซูคนนั้นคือรุ่นพี่อัจฉริยะของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง หลังเรียนจบกองทัพก็ส่งรถมารับเขาเข้าสถาบันวิจัยทันที จนกลายเป็นเทพในตำนานมหาวิทยาลัย ถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่พ่อไป๋และแม่ไป๋จะเต็มใจยอมรับให้อีกฝ่ายมาสืบทอดมรดกแทนลูกในไส้โง่ ๆ อย่างไป๋อี๋นั่ว

หยวนซินได้ยินชื่อนี้ก็ถึงกับหน้าซีด คนๆ นี้ก็คือรักแรกของเธอ เพื่อเข้าใกล้เขา เธอจึงจงใจตีสนิทลูกพี่ลูกน้องของเขาอย่างไป๋อี๋นั่ว แต่ไป๋อี๋นั่วไร้ประโยชน์มาก ไม่สามารถเชื่อมโยงเธอและไป๋เจียงซูให้สำเร็จได้ ทั้งหมดเป็นความผิดของไป๋อี๋นั่วที่ไม่ช่วยเธอมากพอ

เมื่อหยิบยกลูกพี่ลูกน้องที่โดดเด่นที่สุดในตระกูลไป๋ออกมา ไป๋อี๋นั่วก็แทบหัวเราะเพราะสีหน้าราวกับสุนัขกินอึของหยวนหมิงเจ๋อและหยวนซิน นี่ควรเป็นศัตรูในจินตการที่มีพลังสูงใช่ไหม น่าเสียดายที่พ่อแม่ของเธอแม้จะคิดแผนนี้ได้ แต่พวกเขาไม่โหดเหี้ยมพอที่จะลงมือ ในชาติที่แล้วพ่อก็ได้แต่ตะโกนขู่เช่นนี้เพื่อปราบปรามลูกเขยให้หยุดสร้างปัญหา

“อาลั่ว” หยวนหมิงเจ๋อมองไป๋อี๋นั่วด้วยท่าทางเจ็บปวด น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย

“พี่หมิง” ไป๋อี๋นั่วจับมือเขาไว้แน่น “พี่ไม่ต้องกลัว ต่อให้ฉันเหลือแต่ตัว ฉันก็จะไม่มีวันทิ้งพี่ไปอย่างแน่นอน ก่อนฉันจะออกจากบ้านพ่อแม่กล้าขู่แบบนี้ วันนี้ฉันจะไม่กลับบ้าน ให้พวกเขารู้ไปเลยว่าใครคือคนสำคัญของฉัน”

เหลือแต่ตัว!? ประโยคนี้เหมือนฟ้าร้องในหูของคนตระกูลหยวน หากคนโง่คนนี้ตามพวกเขากลับบ้านวันนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตระกูลไป๋จะรีบรับลูกคนใหม่เข้ามาเพื่อตอบโต้

แม่หยวนรีบส่งสายตาให้ลูกชาย อย่ายอมให้ไป๋อี๋นั่วตามพวกเขากลับบ้าน

“อานั่ว หรือเราควรจะห่างกันไปก่อน” เวลานี้เรื่องซื้อบ้านได้หรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไป๋อี๋นั่วจะเหลือแต่ตัว

หยวนหมิงเจ๋อตัดสินใจ ตอนนี้พ่อไป๋แม่ไป๋กำลังโกรธ เขาไม่ควรวิ่งต้อนสุนัขให้จนตรอก ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น ระหว่างนี้ก็แอบคบกันไปก่อนเพื่อเพิ่มตัวแปร เขาไม่เชื่อว่าถ้าไป๋อี๋นั่วท้อง พ่อแม่ของเธอจะใจแข็งได้

“ไม่! เราไม่จำเป็นต้องกลัวเลย ยุคนี้เป็นยุคเสรีภาพ การแต่งงานสามารถตัดสินใจเองได้ พี่หมิงอย่ากลัวเลย”

หญิงสาวตัวเล็กยังคงฉีกยิ้มอย่างมั่นใจ ที่ไป๋อี๋นั่วยังคงแสร้งทำเป็นยืดเยื้อไม่พูดตัดขาดทันที ก็เพราะแม้ว่าตอนนี้รัฐบาลจะเปิดประเทศแล้ว นโยบายต่าง ๆ ได้ผ่อนคลายลงมาก ทว่าข้อหาเกลียดคนจนรักคนรวยนั้นยังคงเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก

หากใครได้ชื่อว่าเป็นนายทุนจะเป็นที่อับอายและถูกดุด่ามาก เผลอ ๆ จะโดนทำร้ายด้วยซ้ำ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ทุกวันนี้คนจนมีมากกว่าคนรวย

เมื่อมีคนอ้างตัวเป็นคนจน ผู้คนที่ยากจนเหมือนกันจะ เห็นใจและเข้าข้างมาก แค่พวกเขาช่วยกันถ่มน้ำลายคนละครั้งชื่อเสียงคน ๆ หนึ่งก็พังได้แล้ว

อย่าประมาทคำว่าคนจน เพราะคนจนนี่เองที่ล้มระบบราชวงศ์ลงแล้วสร้างประเทศได้

เพราะคนจนนี่เองที่ทำให้ครั้งหนึ่งเคยมีการแบ่งชนชั้น ว่าเลือดคนจนมีสีแดงอันบริสุทธิ์ ส่วนคนรวยนั้นมีเลือดสีดำเพราะ ใจดำ

เนื่องจากตระกูลหยวนเข้าใจประโยชน์ของความจนดี ในชาติที่แล้วแม่หยวนจึงชอบกลิ้งตัวบนพื้นแล้วดุด่าพ่อแม่ของ ไป๋อี๋นั่ว ว่าเป็นพวกนายทุนขูดรีดและเกลียดชังคนจน เมื่อผู้คนมามุงดูแม่ไป๋และพ่อไป๋ก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ปิดประตูบ้านด้วยความอับอายทุกครั้งไป

ครั้งนี้เมื่อไป๋อี๋นั่วเกิดใหม่อีกครั้ง ทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อปิดประตูข้อกล่าวหานี้ ไม่ให้หยวนหมิงเจ๋อและครอบครัวใช้ประโยชน์ได้อีก

“อานั่ว เราเลิกกันเถอะ”

หยวนหมิงเจ๋อปาดน้ำตาแล้วหันหลังให้แฟนสาว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาบอกเลิกไป่อี๋นั่ว แต่เขาพูดประโยคนี้มาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่แกล้งทำเป็นรู้ความจริง ว่าฐานะทางบ้านของไป๋อี๋นั่ว ดีมาก เขาซึ่งมาจากครอบครัวยากจนจึงทำการเอ่ยบอกเลิก ครั้งแรก ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับแฟนสาวเป็นอย่างมาก ไป๋อี๋นั่วจึงยิ่งหลงใหลเขามากยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่บอกเลิกคือการสร้างมูลค่าเพิ่ม หยวนหมิงเจ๋อจึงไม่เคยลังเลใจที่จะพูดประโยคนี้ออกมา

“อะไรนะ” ไป๋อี๋นั่วแสร้งตกตะลึง มองแผ่นหลังของแฟนหนุ่มอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ครอบครัวของเราต่างกันเกินไป ถ้าการคบกันของเรา ทำให้พ่อแม่ของเธอต้องรับลูกบุญธรรม ทำให้เธอลำบากใจ ฉันตัดสินใจขอเลิกกับเธอ”

ความหมายก็คืออย่าให้ครอบครัวรับลูกบุญธรรมนั่นเอง

“เกี่ยวอะไรกับไป๋เจียงซูด้วยล่ะ!” ไป๋อี๋นั่วโวยวายเสียงดังน้ำตาไหลพราก “ถ้าฉันมีแต่ตัว พี่หมิงจะไม่รักฉันเหรอ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” หยวนหมิงเจ๋อรีบหันกลับมาอธิบาย “ฉันรักเธอมาก แต่ฉันไม่อยากให้เธอลำบาก…”

“ฉันไม่ลำบาก ฉันเต็มใจ ต่อให้พี่ไม่มีอะไรเลยฉันก็ไม่กลัว” ไป๋อี๋นั่วขัดจังหวะด้วยความมุ่งมั่นที่จะกัดก้อนเกลือซึ่งทำให้ครอบครัวหยวนรู้สึกป่วย

หยวนซินรีบเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย “นั่วนั่ว ฉันว่าเธอควรรีบกลับไปคุยกับพ่อแม่ให้ดี ๆ ก่อนจะดีกว่า ต่างฝ่ายต่างอารมณ์ไม่ดี ถ้าพ่อแม่ของเธอไปรับลูกบุญธรรม แล้วตอนหลังจะยกเลิกได้อย่างไร” เชิญผีมาง่ายส่งผีกลับยาก คิดว่ารับใครสักคนเป็นลูกแล้วตอนหลังนึกจะไม่เอาก็โยนทิ้งไปง่าย ๆ หรือ

“ฉันไม่สน! ฉันบอกพวกเขาตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว ว่าให้พวกเขาเอาเงินเหม็น ๆ พวกนั้นให้พี่เจียงซูให้หมด ส่วนฉันจะไปอยู่กับพี่หมิง พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าพี่หมิงของฉันดีแค่ไหน”

“อานั่ว!” ใครอยากจะกัดก้อนเกลือกัน !

“ฉันพูดได้ดีใช่ไหม” ไป๋อี๋นั่วแสดงสีหน้าภูมิใจ

เพียงมองใบหน้าสวยงามตรงหน้า ชายหนุ่มก็รู้สึกท้อใจ ไม่แปลกใจเลยที่ไป๋อี๋นั่วมีฉายาที่คนอื่นเรียกลับหลังว่าแจกันหยก มีดีแค่หน้าตาแต่กลับสมองกลวง เขาพูดอยู่นานแต่หญิงสาวกลับไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย

“ไป๋อี๋นั่ว เราเลิกกันเถอะ” หยวนหมิงเจ๋อบอกเลิกอีกครั้ง

“ใช่ ตระกูลหยวนทนลูกสะใภ้อย่างเธอไม่ได้หรอก”

แม่หยวนกลัวว่าไป๋อี๋นั่วจะยังลากยาวต่อไปจึงรีบสำทับอีกประโยค

“ทำไมล่ะ ฉันทำผิดอะไรไป๋อี๋นั่วถามคนตระกูลหยวนทั้งน้ำตา เธอโวยวายเสียงดัง “เป็นเพราะฉันไม่ซื้อบ้านให้พวกเธอเหรอ”

พนักงานขายสองสามคนที่ยืนฟังอยู่นานเผลอพยักหน้า ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี

คนตระกูลหยวนเองก็อับอายที่ถูกถามเช่นนั้น

“ไม่จริงเลย พวกเราก็บอกแล้วว่าจะยืมเธอก่อน เป็นเธอเองที่ไม่ได้เอาเงินมาแล้วสร้างปัญหา เธอยังจะพูดอะไรอีก”

พ่อหยวนอดไม่ได้ที่จะแก้ต่าง

ไป๋อี๋นั่วปาดน้ำตา “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเอามา แต่พ่อแม่ของฉันบอกว่าไม่มีผู้ชายดี ๆ ที่ไหนให้ผู้หญิงซื้อบ้านให้ มีแต่ผู้ชายต้องซื้อบ้านให้ผู้หญิง เรื่องยืมเงินเป็นเพียงการหลอกให้จ่าย เป็นการปอกลอก ถ้าเป็นลูกผู้ชายเขาจะไม่คิดขอเงินผู้หญิงเลย”

เสียงหวานตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด แต่คนทั้งสำนักงาน ซื้อขายที่มองมาที่นี่เป็นตาเดียวก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดมานานแล้ว เดิมทีนี่เป็นละครแนวพ่อตาแม่ยายรังเกียจลูกเขยยากจน ต่อมาเรื่องราวกลับพลิกผันเป็นเรื่องพ่อแม่มีคุณธรรมป้องกันลูกสาว โง่เขลาจากหมาป่า ในตอนท้ายชายหนุ่มรูปหล่อท่าทางสุภาพ คนนั้นแท้จริงแล้วก็คือแมงดาดี ๆ นี่เอง

ด้วยทุกสายตาร้อนแรงที่มองมา ตระกูลหยวนยิ่งอยู่นานก็ยิ่งขายหน้า ใบหน้าของพวกเขาร้อนผ่าวราวกับมีไฟเผา

“ถ้าครอบครัวของเธอคิดอย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะคบกันต่อไป เราเลิกกันเถอะ”

“ใช่ ๆ บ้านตระกูลหยวนยากจนไม่สามารถรองรับ พระใหญ่จากตระกูลไป๋ได้หรอก” แม่หยวนตะโกนกลับ “ขายหน้าจริง ๆ”

“ไป๋อี๋นั่ว ตั้งแต่แรกที่ฉันรู้ว่าพวกเราเติบโตมาจากครอบครัวที่ต่างกัน ฉันก็เจียมตัวว่าไม่เหมาะสมกับเธอ เป็นเธอเองที่ยืนกรานจะไล่ตามฉันมา…”

ก่อนที่หยวนหมิงเจ๋อจะสาธยายว่าเป็นความผิดของเธอ ไป๋อี๋นั่วก็ตัดบททันที

“ก็ได้! เลิกก็เลิก”

ไป๋อี๋นั่วแสร้งทำเป็นโกรธ ปาดน้ำตาแล้วมองทุกคนด้วยดวงตาสีแดง “ฉันก็เป็นคนมีการศึกษา ให้ผู้ชายบอกเลิกซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าฉันก็อายเป็นเหมือนกัน วันนี้ให้ทุกคนเป็นพยาน เลิกกันวันนี้ ถ้าฉันยังกลับไปตามตื้อคบหากับหยวนหมิงเจ๋ออีกครั้ง ขอให้ฉันถูกฟ้าผ่า ขอให้ไม่ได้ตายดี!” พูดจบก็วิ่งออกไปจากสำนักงานขายท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

หยวนหมิงเจ๋อก็ไม่คาดคิดว่าไป๋อี๋นั่วจะสาบานแบบนั้น ถ้าพูดอย่างนี้ไม่เท่ากับว่าเธอจะเลิกกับเขาจริง ๆ หรือ

“พี่ชาย รีบตามไปสิ” หยวนซินรีบตบไหล่พี่ชาย ตั้งแต่รู้จักเพื่อนสาวคนนี้ ไป๋อี๋นั่วมีอารมณ์ที่ง่ายต่อการเกลี้ยกล่อมเสมอ ไม่มีสักครั้งที่ดูเด็ดขาดเช่นนี้

พ่อหยวนแม่หยวนเองก็ตกตะลึง พวกเขาเห็นการเลิกลาของเด็กทั้งคู่หลายครั้ง ทุกครั้งลูกชายจะเป็นคนบอกเลิก และสาวน้อยตระกูลไป๋จะเป็นฝ่ายตามง้อ ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีอะไรผิดพลาด

“อานั่ว!” หยวนหมิงเจ๋อวิ่งออกไปก็เห็นไป๋อี๋นั่วขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม “อานั่ว ฉันผิดเอง”

แน่นอนว่าแม้คำสาบานจะเป็นจริง ก็ยังเป็นไป๋อี๋นั่วที่ต้องถูกฟ้าผ่าและไม่ตายดี เขาหวังว่าเธอจะคิดได้และกลับมาง้อเขาโดยเร็วที่สุด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...