โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฮุน มาเนต” ซัดไทย “เปลี่ยนใจไม่ยอมหยุดยิง” อ้างกัมพูชาพร้อมยุติศึก!

เดลินิวส์

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 20.03 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.03 น. • เดลินิวส์
“ฮุน มาเนต”เผยหลังคุยผู้นำมาเลย อ้างหยุดยิงแล้วแต่ไทยไม่ยอมหยุดชี้กุญแจสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจจริงของฝ่ายไทย

วันที่ 25 ก.ค. นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กภายหลัง นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียน ได้โทรศัพท์หารือเรื่องการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา

นายฮุน มาเนต ระบุว่า เมื่อค่ำวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 นายอันวาร์ อิบราฮิม ได้โทรศัพท์มาหารือสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย พร้อมแสดงความกังวลและต้องการให้มีการหยุดยิงทันทีเพื่อหาทางออก ซึ่งนายฮุน มาเนต ได้แจ้งอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาเห็นด้วยกับข้อเสนอหยุดยิงนี้ เนื่องจากกัมพูชาไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มการโจมตี

นายฮุน มาเนต เผยต่อไปว่า คำตอบเบื้องต้นที่ได้รับจากนายอันวาร์ อิบราฮิม หลังจากที่ท่านได้หารือกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย คือ ฝ่ายไทยได้ตกลงตามข้อเสนอหยุดยิง โดยกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 24 กรกฎาคม 2025

"อย่างไรก็ตาม น่าเสียใจที่เพียงชั่วโมงต่อมา ฝ่ายไทยกลับแจ้งว่าพวกเขาได้เปลี่ยนจุดยืน จากที่ตกลงหยุดยิงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 เป็นไม่เห็นด้วย และขอเลื่อนไปเป็นวันถัดไป ซึ่งท่านอันวาร์ อิบราฮิม ก็รับทราบสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี" นายฮุน มาเนต กล่าว

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาย้ำทิ้งท้ายว่า กุญแจสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างไทยและกัมพูชาในขณะนี้ คือ "ความตั้งใจจริงของฝ่ายไทยที่จะยอมรับการหยุดยิง" ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...