โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เพื่อล้างแค้นให้พี่น้องชาวไทย'ตระกูลฮุน'จะต้องถูกเผด็จศึก แม้การยิงกับกัมพูชาจะยุติลงก็ตาม

The Better

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 02.49 น. • THE BETTER

ศึกครั้งนี้ "ตระกูลฮุน" เป็นผู้ก่อและจะต้อง "รับผลกรรม" ไม่มีการไกล่เกลี่ยใดที่จะบรรเทาผลกรรมที่พวกนี้ทำลงไปได้

นั่นคือการโจมตีพื้นที่พลเรือนอย่างหนักทุกวัน การสังหารพลเรือนพี่น้องชาวไทยอย่างเหี้ยมโหด การยิงทำลายโรงพยาบาล การถล่มโรงเรียน และการทำสงครามข่าวปลอมที่หลอกคนทั้งซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็น "ประเทศสแกมเมอร์"

ทั้งหมดนี้ทำให้ตระกูลฮุนเป็น "อาชญากรสงคราม" ไปแล้ว

คนที่เป็นอาชญากรไม่ควรที่รัฐบาลไทยจะไปต่อรองอะไรด้วยตั้งแต่แรกแล้ว แต่รัฐบาลนั้น "อ่อนแอ" และ "พึ่งพาไม่ได้" จึงยอมคล้อยตามเสียงเรียกร้องจาก "ข้างนอก" ให้ไปเจรจากับพวกฮุนอย่างว่านอนสอนง่าย

ยังไม่นับที่รัฐบาลไทยชุดนี้ยังมีข้อครหาเรื่อง "ฮุน เซน คอนเนกชั่น" อันทำให้เกิดความกังขาต่อผู้คนจนบัดนี้

ส่วน "ข้างใน" มีแต่เสียงตำหนิ ถึงขั้นสาปส่งที่รัฐบาลจะไปคุยเรื่องหยุดยิง

ถึงจะ "ไม่ไปไม่ได้" แต่การเจรจาหยุดยิงควรมีหลายรอบ ไม่ใช่ว่าเจรจากันรอบเดียวแล้วประเทศไทยจะยอมหยุดยิงในทันทีที่กัมพูชา "ร้องขอ" แล้วก็ตลฃบหลัลโจมตีไทยด้วยสงครามนอกรอบไปเรื่อยๆ

แม้จะมีแรงกดดันจากมาอำนาจที่เข้าร่วมเจรจา คือ สหรัฐฯ และจีน

แต่รัฐบาลไทยต้องตระหนักว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นมิตรที่ดีกับไทยเพราะทำสงครามภาษีกับไทยและฉวยโอกาสนี้ "เหยียบย่ำไทย" ในขณะที่จีนนั้นต้องรักษาผลประโยชน์ของเขาในภูมิภาคนี้เป็นหลัก ดังนั้นทุกคนล้วนมีวาระของตนเอง

หน้าที่ของรัฐบาลคือรักษาผลประโยชน์ชาติไทย ไม่ใช่ไปคล้อยตามคนอื่น แม้แต่มาเลเซียเองก็ควรถูกตำหนิที่มา "ยุ่มย่าม" ทำตัวเป็นคนกลาง แม้จะเป็นประธานอาเซียนที่มีพันธะจะต้อง "ไกล่เกลี่ย" ก็ตาม

แม้ผมจะเห็นด้วยกับเสียงของประชาชนในประเทศที่ไม่ต้องการให้ไปคุย แต่ต้องยอมรับว่าการคุยครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ และจีน ได้รับรู้ว่า "ใครกันแน่ที่เป็นอาชญากรสงคราม" และบอกกับมหาอำนาจว่า "ไทยตัดสินใจเองได้" เรื่องสั่งสอนกัมพูชา

และใช้โอกาสนี้เรียกร้องเอาหนักๆ จากกัมพูชา ทั้งประกาศยกเลิกข้อตกลงเรื่องชายแดนทั้งหมด ชดใช้ความเสียหาย เอาตัวผู้สังหารพลเรือนไทยมาลงโทษ และข้อแม้ให้ทำลายศูนย์สแกมเมอร์ทั้งหมด

หากรัฐบาลไปเจรจาแบบนี้ผมจะ "ยอมให้อภัยอยู่บ้าง"

แต่ถ้าไปแล้วกลับมามือเปล่า แถมแบกเอาเงื่อนไขของฝ่ายโน้นฝ่ายนี้มาด้วย ผมคงจะต้องนิ่งเฉย แล้วปล่อยให้รัฐบาลรับ "แรงแค้น" จากพี่น้องผองไทยกันเอาเอง

อย่างที่ผมกังวลครับ รัฐบาลไม่มีความน่าเชื่อถือ โอกาสที่เราจะรับเงื่อนไขที่ไม่เข้าท่ามีสูงมาก

ผมจึงทำใจไว้แล้วว่าการเจรจาอาจจะไม่ตรงกับใจพี่น้องชาวไทย

แต่ผมอยากจะบอกคนไทยว่า แม้จะการหยุดยิงจะเกิดขึ้นโดยที่ไทย "เสียเปรียบ" หรือ กระทั่งถูกกัมพูชาเอาไปใส่ความว่า "ยอมแพ้"

แต่คนไทยจะต้องไม่ยุติ "สงครามปราบตระกูลฮุน"

"สงครามปราบตระกูลฮุน" คือการเปิดโปงความชั่วร้ายของ ฮุน เซน, ฮุน มาเนต, และเครือข่ายทั้งหมดของวงอำนาจนี้ ทุกชื่อเสียงเรียงนาม ทุกหน้าตาของคนพวกนี้จะต้องถูกเผยออกมาให้คนไทยได้รู้จัก และได้เห็นว่าคนพวกนี้บ่อนทำลายไทยมานแค่ไหน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามเข่นฆ่าคนไทยอย่างไร

เช่นเดียวกับ "ศาลอาชญากรโลก" คนพวกนี้จะถูก "ศาลเสียงประชาชน" หรือ Court of public opinion พิพากษาให้เป็น "บุคคลไม่พึงปรารถนา" ที่ไม่ควรต้อนรับเข้าประเทศใดๆ

ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่จะช่วยกันหมายหัวพวกนี้ แต่คนไทยจะช่วยกันเปิดโปงพวกนี้ในระดับโลกด้วย ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเหมือนเวลานี้ที่เราทำสงครามข่าวสารเปิดโปงอาชญากรรมสงครามของกัมพูชา "ด้วยตัวของเราเอง"

ประเทศกัมพูชาภายใต้ระบอบตระกูลฮุนจะต้องเป็นที่รังเกียจในสายตาชาวโลก แม้แต่คนกัมพูชาที่ยอมสยบให้ตระกูลนี้อย่างเต็มใจและร่วมมือกับพวกนี้ ก็ควรจะถูกเปิดโปงและทำให้อับอายไปด้วย

ครับ การทำสงครามกับคนพวกนี้ การเข่นฆ่ากวาดล้างไม่ใช่ทางออก แต่เป็นการทำ Public humiliation หรือทำให้ขายขี้หน้าด้วยวิธีการป่าวประกาศรูปแบบต่างๆ ในภาษาต่างๆ และในสื่อต่างๆ

ผมยังหวังว่า สักวันหนึ่งเมื่อเรามี "รัฐบาลชาตินิยมที่แท้จริง" รัฐบาลนั้นจะเข้ามาร่วมใน "สงครามประชาชนไทยต่อต้านตระกูลฮุน" อย่างเต็มตัว ริเริ่มปฏิบัติการโค่นล้มระบอบฮุนอย่างเป็นระบบ แล้วทำให้เกิด "กัมพูชายุคใหม่ที่ใฝ่สันติและผู้คนมีสติปัญญา" ไม่ว่าจะแทรกแซงโดยตรง หรือสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจในบ้านเมืองนั้น

พูดตรงๆ ก็คือ แม้จะยึดแผ่นดินกัมพูชามาอยู่ในกำมือของไทย "เพื่อรักษาความปลอดภัยของคนไทย" ไม่ได้ แต่เรายังสามารถกำหนด "หลักการทางการเมือง" เพื่อแทรกแซงการเมืองในกัมพูชาแล้วทำให้ "กัมพูชาเป็นรัฐใต้เงาอิทธิพลไทย"

ถึงเวลาที่ไทยต้องมี Doctrine ทางการเมืองระหว่างประเทศเพื่อปกป้องตัวเองแล้ว นั่นคือ "แนวคิดเรื่องควบคุมกัมพูชาให้อยู่ในอำนาจเรา" ไม่ใช่ให้กัมพูชาอยู่เท่าเทียมกับเรา

เช่นเดียวกับที่ไทยแต่โบราณทำกับกัมพูชา คือ แม้จะไม่เอาเป็นเมืองขึ้น แต่ "กรุงเทพฯ ต้องคุมพนมเปญให้ได้" ไม่อย่างนั้นจะเป็นหอกข้างแคร่ที่จ้วงแทงไทยเมื่อมีโอกาส

หากควบคุมกัมพูชาไม่ได้ ประเทศไทยจะไม่มีวันสงบสุข

ทั้งหมดนี้ต้องฝากความหวังไว้กับอนาคต ในวันที่บ้านเมืองมีผู้บริหารประเทศที่ "รักบ้านเมืองเต็มหัวใจจริงๆ"

และต้องฝากพี่น้องชาวไทย ในการเลือกตั้งในอนาคตหากมีพรรคการเมืองใดที่ประกาศจะกำราบตระกูลฮุน ก็ขอให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเทใจเลือกกันให้มากๆ เพื่อเชิญคนเหล่านั้นมาเป็น "รัฐบาลปราบกัมพูชา"

หากทำได้ พี่น้องที่ชายแดนไทยจะอยู่อย่างเป็นสุข และดวงวิญญาณผู้สูญเสียในครั้งนี้จะนอนตาหลับไปตลอดกาล

นี่คือ "สงครามยืดเยื้อ" ที่คนไทยสามารถร่วมทำกันได้ ไม่ว่าชายแดนจะยิงต่อหรือไม่ยิงกันแล้วก็ตาม แต่การกำจัดตระกูลฮุนให้หมดไปจากโลก หรืออย่างน้อยให้คนพวกนี้กลายเป็นคนที่โลกไม่ต้องการ คือภารกิจที่จะหยุดไม่ได้

เพราะตราบใดที่ตระกูลฮุนยังครองอำนาจ และตราบใดที่รัฐบาลกัมพูชายังสอนให้ประชาชนเกลียดชังไทย

"ตราบนั้นจะไม่มีสันติภาพถาวรระหว่างสองประเทศ"

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...