“จีน” ส่งออก “แม่เหล็กแร่หายาก” เพิ่ม 158% หลังบรรลุดีลลดตึงเครียดการค้าสหรัฐ
"จีน" ส่งออก "แม่เหล็กแร่หายาก" เพิ่ม 158% ภายในเดือนเดียว โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังบรรลุดีลลดตึงเครียดการค้าสหรัฐ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.37 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนเพิ่มการส่งออกแม่เหล็กแร่หายาก (rare earth magnets) อย่างมีนัยสำคัญในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รวมถึงส่งออกไปยังสหรัฐ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนทั่วโลกที่เคยทำให้โรงงานบางแห่งต้องหยุดผลิต และยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดทางการค้า
ข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า ปริมาณการส่งออกแม่เหล็กในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 3,188 ตัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากเดือนพฤษภาคมที่มีเพียง 1,238 ตัน ซึ่งเป็นช่วงที่จีนใช้มาตรการควบคุมการส่งออก โดยเฉพาะการจำกัดแร่หายากบางชนิดเฉพาะการส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 46 ตัน เป็น 353 ตัน
แม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณโดยรวมยังคงต่ำกว่าระดับปกติก่อนที่จีนจะเริ่มควบคุมการส่งออกในเดือนเมษายน โดยปริมาณในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ประมาณ 2 ใน 3 ของค่าเฉลี่ยรายเดือนของปีที่แล้ว
ทั้งนี้จีนได้ประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายาก 7 ชนิด จากทั้งหมด 17 ชนิด รวมถึงแม่เหล็กถาวรที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น รถยนต์ไฟฟ้า สมาร์ทโฟน และเครื่องบินรบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของสหรัฐอย่างมาก และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมทำข้อตกลงหยุดยั้งความขัดแย้งทางการค้า
หลังจากผู้แทนการค้าเจรจากันในกรุงเจนีวาเมื่อเดือนมิถุนายน ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ระดับหนึ่ง ทรัมป์ประกาศว่าจีนตกลงจะกลับมาส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กอย่างเต็มที่
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า ปริมาณแม่เหล็กจากจีนเริ่มไหลกลับมาแล้ว แต่ยังคงไม่เพียงพอ
โดยมาตรการควบคุมของจีนไม่ได้ส่งผลแค่กับสหรัฐ แต่สร้างความกังวลให้กับผู้ผลิตทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศเร่งเจรจากับปักกิ่งเพื่อขอผ่อนปรนข้อจำกัด สหภาพยุโรป (EU) เห็นสัญญาณดีเล็กน้อยในการออกใบอนุญาตส่งออกแม่เหล็ก หลังหัวหน้าการค้าของ EU นายมารอช เซฟโควิช พบหารือกับรัฐมนตรีพาณิชย์จีน นายหวัง เหวินเทา เมื่อเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามปัญหาเชิงระบบยังคงอยู่ และจะถูกหยิบยกเป็นวาระสำคัญใน การประชุมสุดยอด EU–จีน ณ กรุงปักกิ่ง สัปดาห์นี้
ขณะที่อินเดียนั้น จีนยังไม่อนุมัติใบอนุญาตส่งออกแม่เหล็กให้กับผู้ผลิตรถยนต์อินเดียแม้แต่รายเดียวตั้งแต่เดือนเมษายน โดยมีใบสมัครค้างอยู่ราว 30 ฉบับ อย่างไรก็ตามยอดส่งออกไปอินเดียในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 172 ตัน เพิ่มขึ้นจาก 150 ตันในเดือนก่อน
ทั้งนี้จีนผลิตแม่เหล็กแร่หายากถาวรคิดเป็น ราว 90% ของปริมาณทั่วโลก ทำให้การหยุดส่งออกในช่วงที่ผ่านมาเร่งให้รัฐบาลชาติตะวันตกต้องหาทางพึ่งพาตนเอง กระทรวงกลาโหมสหรัฐเพิ่งตกลงลงทุนในบริษัท MP Materials Co. ซึ่งเป็นผู้ขุดแร่หายากรายเดียวในสหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานผลิตแม่เหล็กขนาดใหญ่
ขณะเดียวกันรัฐบาลจีนประกาศจะใช้นโยบายไม่ยอมผ่อนปรน (zero tolerance) ต่อการลักลอบขนแร่หายากออกนอกประเทศ และจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงควบคุมการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างผิดกฎหมาย
แม้จีนจะพยายามยืนยันว่าเศรษฐกิจของตนขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ และไม่มีเจตนาครอบงำตลาดโลก แต่การเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนยักษ์มูลค่า 1.2 ล้านล้านหยวนในทิเบต หรือประมาณ 167,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกวิจารณ์ว่ากระทบต่อระบบนิเวศและความสัมพันธ์กับอินเดีย ก็ยิ่งทำให้โลกจับตาจีนมากขึ้น
ขณะเดียวกันภาษีนำเข้าของสหรัฐที่มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 40% ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมของจีนในระยะยาว
อ้างอิง : bloomberg.com