โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรับริมฝีปากให้สวยอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ ด้วยฟิลเลอร์ปาก เทรนด์มาแรง 2025

INN News

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.05 น. • INN News

บทความนี้เราจะพาคุณไปรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับฟิลเลอร์ปากตั้งแต่พื้นฐานว่าคืออะไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับใบหน้า ไปจนถึงวิธีดูแลหลังฉีด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ แบบไม่ต้องกลัวพลาด

ฟิลเลอร์ปากคืออะไร? เหมาะกับใคร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มชนิดหนึ่ง โดยปกติจะใช้สารไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ แถมมีคุณสมบัติช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เมื่อนำมาฉีดเข้าไปบริเวณริมฝีปาก ก็จะช่วยเพิ่มวอลลุ่ม ปรับรูปทรงให้ดูอวบอิ่มและขอบปากคมชัดเจนขึ้นได้สวยงาม เป็นธรรมชาติ

ใครบ้างที่เหมาะกับฟิลเลอร์ปาก?

  • คนที่มีริมฝีปากบาง ขาดมิติหรือไม่เท่ากัน
  • คนที่มุมปากตก ดูเศร้าหรือไม่สดใส
  • คนที่อยากเติมความชัดให้รูปปาก เช่น ปากกระจับ สายเกาหลี หรือปากสายฝอ
  • คนที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี
  • คนที่ไม่อยากศัลยกรรม แต่ก็อยากให้รูปปากดูดีขึ้น

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่คุณอาจยังไม่รู้

ไม่ใช่แค่เป็นข้อดี แต่ถือว่าเป็นประโยชน์จากการฉีดฟิลเลอร์ปากที่จะได้รับดังต่อไปนี้ด้วยเลยแล้วกัน

  • ไม่ต้องผ่าตัด พักฟื้นน้อย
  • เห็นผลทันทีหลังทำ
  • หากไม่พอใจสามารถสลายออกได้ ใช้ได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้
  • ช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมให้ดูละมุนหรือคมขึ้น ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ต้องการ
  • เติมความมั่นใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยดูแลสุขภาพผิวปาก ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แตกลอก ริ้วรอยจางลง

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก เจ็บไหม? อันตรายหรือเปล่า?

ห้าเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฟิลเลอร์โดยเฉพาะ และใช้ฟิลเลอร์แท้ 100% มี อย.ไทย จะไม่อันตรายเลยสักนิด อีกทั้งยังใช้เวลาในการฉีดต่อครั้ง ไม่นานด้วย หรือประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ

  • ปรึกษาแพทย์

พูดคุยถึงความต้องการ เช่น อยากได้ปากแบบไหน เน้นธรรมชาติหรือชัดเจน

  • ออกแบบรูปทรงปาก

แพทย์จะประเมินความเหมาะสมกับรูปหน้า

  • ทายาชา / ฉีดยาชา

ลดความเจ็บระหว่างฉีดได้ดี และบางคลินิกใช้หัวเข็มทู่เพื่อลดรอยช้ำ

  • ฉีดฟิลเลอร์

แพทย์เริ่มลงมือฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการเติมเต็ม และใช้เวลาไม่เกิน 20–30 นาที

  • ประเมินผลและให้คำแนะนำหลังทำ

หลังฉีดเสร็จ แพทย์จะแนะนำให้ดูแลตัวเอง เช่น การประคบเย็น ลดอาการบวม เลี่ยงการกินของร้อนจัด และบางเคสแพทย์อาจนัดเข้ามาเติมฟิลเลอร์เพิ่มเล็กน้อยหลังจากผ่านไป 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ได้รูปทรงที่เป๊ะที่สุด

ฟิลเลอร์ปากแบบไหนที่ดูธรรมชาติ ไม่โป๊ะ

หลายคนกลัวว่า “ฉีดแล้วจะบวมตุ่ย ดูเยอะเกิน ดูออกมากไปเลยมั้ย?” จริง ๆ แล้วถ้าทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะสามารถควบคุมปริมาณและรูปทรงให้ดูละมุนและเหมาะกับใบหน้าได้ ซึ่งปัจจุบันมีทรงฟิลเลอร์ปาก ที่ทั้งสาว ๆ และหนุ่ม ๆ นิยมฉีด ดังนี้

  • ทรงฟิลเลอร์ปากธรรมชาติ

ให้ผลลัพธ์โดยรวมแบบอวบอิ่มนิด ๆ ดูสุขภาพดี ไม่สะดุดตาจนเกินไป เน้นให้สมส่วนกับโครงสร้างใบหน้าของคนเอเชีย

  • ทรงฟิลเลอร์ปากกระจับ

เป็นทรงที่นิยมมาอย่างยาวนาน เพราะเน้นขอบปากบนชัด มุมปากยก เผยให้เห็นเสน่ห์ทั้งเวลายิ้ม และเวลาทำหน้านิ่ง ๆ

  • ทรงฟิลเลอร์ปากสายฝอ

เป็นทรงปากที่เน้นวอลลุ่มเต็ม ๆ ฉีดออกมาแล้วจะดูเซ็กซี่ ซึ่งสาว ๆ ที่เหมาะกับทรงนี้ ส่วนใหญ่จะมีโครงหน้าแต่ละส่วนชัดอยู่แล้ว เช่น รูปทรงตา สันจมูกชัด เพื่อรับกับรูปปากทรงนี้ได้อย่างพอดี

  • ทรงฟิลเลอร์ปากสายเกาหลี

จะฉีดให้บริเวณขอบปากไม่ชัดมาก แต่ดูละมุน อิ่มฟู เน้นให้ความรู้สึกน่าจุ๊บ สไตล์ไอดอลสาวเกาหลี

ประเภทของฟิลเลอร์ที่นิยมใช้กับปาก

ไม่ใช่ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อจะเหมาะกับการฉีดปาก เพราะริมฝีปากเป็นจุดที่เคลื่อนไหวบ่อย และผิวบางกว่าส่วนอื่น ๆ จึงต้องเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่อ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ดังนั้นยี่ห้อฟิลเลอร์ปากยอดนิยม ในไทยตอนนี้ ได้แก่

  • Juvederm Volbella / Volift

เนื้อฟิลเลอร์เนียนนุ่ม ดูธรรมชาติ อยู่ได้นาน 9–12 เดือน

  • Restylane Kysse

ออกแบบมาสำหรับปากโดยเฉพาะ ให้เนื้อสัมผัสชัดเจนขึ้นเล็กน้อย

  • Belotero Balance / Lips

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูงมาก

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ดูแลตัวเองอย่างไรให้อยู่ได้นาน

หลังทำจะมีอาการบวมนิดหน่อยประมาณ 1–3 วัน แต่จะค่อย ๆ เข้าที่ใน 1–2 สัปดาห์ และมีสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แถมยังช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน คุ้มค่า เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

สิ่งที่ควรทำ

  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์ดูชุ่มชื้นและฟู
  • ประคบเย็นหากรู้สึกบวม
  • เข้าตรวจซ้ำตามแพทย์นัด

สิ่งที่ควรเลี่ยงในช่วง 3 วันแรก

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • งดอาหารร้อนหรือเผ็ดมาก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสปาก เช่น ถู กด หรือการจูบแรง ๆ ที่ทำให้เกิดการขยับปากมากเกินไป
  • งดแต่งหน้าหนัก ๆ ทาลิปสติกที่มีสารเคมีแรง ๆ บริเวณปาก

ฟิลเลอร์ปากของปลอมดูยังไง?

เพราะหลายคนโดนล่อลวง ด้วยราคาถูกแต่มักใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่สารไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) ดังนั้นสิ่งที่จะพอทำให้ตัดช้อยฟิลเลอร์ปลอม คือข้อสังเกตเหล่านี้

ราคาถูกผิดปกติ

หากราคาต่ำกว่าท้องตลาดแบบมากเกินไป เช่น ต่ำกว่า 4,000–5,000 บาทต่อ 1 ซีซี โดยไม่มีโปรโมชั่นพิเศษหรือเหตุผลรองรับ ควรระวังไว้ให้ดี เพราะในความเป็นจริงแล้วฟิลเลอร์แท้มีต้นทุนสูง

ไม่มีการโชว์กล่อง-ฉลากฟิลเลอร์ให้ลูกค้าเห็น

คลินิกหรือผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือจะเปิดกล่องให้เห็นต่อหน้า เพื่อยืนยันว่ามีฉลาก อย. พร้อมล็อตเลข สติกเกอร์ชัดเจนว่าเป็นของแท้ทุกครั้งก่อนฉีด

ฟิลเลอร์ไม่มีฉลากภาษาไทยหรือเอกสารกำกับยา

ฟิลเลอร์แท้ที่นำเข้าถูกต้องจะมีเอกสารกำกับยา และฉลากภาษาไทยพร้อมระบุชื่อรุ่นและวันหมดอายุชัดเจน

ฉีดโดยผู้ไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ หรือไม่ใช่แพทย์เชี่ยวชาญ

อย่าลืมเช็กว่าแพทย์ที่ฉีดมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาจริงหรือไม่ (สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์แพทยสภา)

ฉีดนอกสถานพยาบาล หรือไม่ใช่คลินิกที่ได้รับอนุญาต

แม้ราคาถูกแต่ถ้าฉีดที่บ้าน,หอพัก หรือสถานที่ไม่สะอาด ก็มีความเสี่ยงสูงมากว่ากำลังเจอกับมิจฉาชีพที่มาในคราบหมอฟิลเลอร์

ไม่มีใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อยา

การขอใบเสร็จหรือเอกสารรับรองหลังทำเป็นสิ่งที่ควรได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะในกรณีต้องการตรวจสอบย้อนหลัง

เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เจอฟิลเลอร์ปากปลอม?

เพราะเรื่องความปลอดภัยสำคัญมากจริง ๆ โดยเฉพาะหัตถการความงามเกี่ยวกับผิวหนัง ร่างกาย ถ้าไม่ปลอดภัยจริง ๆ ไม่ดีจริง ๆ ผลที่ตามมาอาจไม่คุ้ม ดังนั้นสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจอย่างเข้มงวด มีดังนี้

  • มีแพทย์ประจำคลินิกจริง มีใบประกอบโรคศิลป์
  • ใช้ฟิลเลอร์ที่มี “กล่อง-ล็อตเลข-สติ๊กเกอร์ อย.” ให้ดู
  • รีวิวผู้ใช้จริง ไม่ใช้รีวิวปลอมจากรูปโฆษณา
  • สถานที่สะอาด เครื่องมือปลอดเชื้อ
  • อย่าเห็นแก่ของถูกเกินไป เพราะฟิลเลอร์แท้ราคาต่อซีซีจะไม่ต่ำจนเกินจริง

คำถามเกี่ยวกับฟิลเลอร์ปากที่พบบ่อย

Q: ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปจะอยู่ได้ 6-12 เดือน แล้วแต่ยี่ห้อและรุ่นที่เลือกใช้ บวกกับการดูแลของแต่ละท่านหลังทำ

Q: ฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม?

ความรู้สึกตอนฉีดฟิลเลอร์ปากนั้นคนไข้จะรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อยบ้าง แต่โดยทั่วไปไม่เจ็บมาก เพราะมีการใช้ยาชาหรือการประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการ

Q: ฟิลเลอร์สามารถสลายเองได้ไหม?

ได้สิ ฟิลเลอร์ที่เป็น HA จะสลายไปเองในร่างกาย หรือสามารถฉีดเอนไซม์เพื่อสลายได้หากไม่พอใจ

Q: ฉีดแล้วดูไม่ธรรมชาติ แก้ได้ไหม?

แก้ได้ โดยอาจต้องปรับรูปทรง เติมหรือสลายบางส่วน ซึ่งต้องทำกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น

Q: ฟิลเลอร์ปากเท่าไหร่ดี? ใช้กี่ซีซีถึงจะพอดี?

ปกติฉีดฟิลเลอร์ปากจะเริ่มที่ 1 cc ถ้าอยากให้ดูได้รูปปากชัดเจนขึ้น อาจต้องใช้ 1.5-2 cc ขึ้นไป แต่ปริมาณขึ้นกับรูปปากเดิม, ความต้องการของลูกค้า และคำแนะนำของแพทย์

สรุป Checklist ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์ปากไม่ใช่แค่เรื่องของความงามเท่านั้น แต่เป็นการเติมเต็มเพื่อสร้าง “ความสมดุล” และ“ตัวตน” ให้เกิดความมั่นใจเล็ก ๆ ที่อาจเปลี่ยนลุคและความรู้สึกในทุกวัน หากสนใจฉีดฟิลเลอร์ปาก สิ่งแรกคือขอให้เข้าใจวิธีเลือกฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง ฉีดปากด้วยฟิลเลอร์แท้เท่านั้น และเลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ ก็สามารถมีริมฝีปากอวบอิ่มแบบปลอดภัยได้แน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...