โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Business Today Thai Politics 4 กรกฎาคม 2568

Businesstoday

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 19.33 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 12.33 น. • Businesstoday

“แพทองธาร” เข้าปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม

วันนี้ (5 ก.ค. 2568) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นวันแรก โดยถือฤกษ์ดีในเวลา 09.00 น. ณ กระทรวงวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม

โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการประกอบพิธี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นภารกิจสำคัญของชาติในบทบาทใหม่ โดยมีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ จุดสำคัญ 3 จุด ได้แก่

1. พระพุทธสิริวัฒนธรรโมภาส
2. พระสยามเทวาธิราช
3. ศาลตา-ยาย

ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม ในโอกาสนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมพิธีพร้อมกับผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกกรมในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม แสดงความยินดีและให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวต้อนรับนางสาวแพทองธาร โดยระบุว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ควบคู่กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ หลังจากเมื่อประมาณ 70 ปีก่อน จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ก็เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเช่นเดียวกัน”เขากล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมและเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมสนองนโยบาย โดยเฉพาะการขับเคลื่อน Soft Power และการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันยกระดับวัฒนธรรมไทยให้เป็นพลังสร้างสรรค์ใหม่ในระดับนานาชาติ

ในโอกาสเดียวกันนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติและปลื้มใจที่ได้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครบทุกจุด ถือเป็นการเริ่มต้นวันที่ดีมากๆ จริงๆ แล้ว วัฒนธรรมไทยถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่สามารถสร้างมูลค่าและต่อยอดได้อย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่ Soft Power แต่เป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจอยู่แล้ว และเราควรใช้โอกาสนี้สร้างอาชีพใหม่ๆ และอนาคตใหม่ให้กับประชาชนไทย

แม้ขณะนี้จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีชั่วคราว แต่ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ลงลึกกับภารกิจด้านวัฒนธรรม และจะเดินหน้าพัฒนากระทรวงวัฒนธรรมให้เติบโตและยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับตัวอย่างความสำเร็จของประเทศเกาหลีใต้ พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอฝากเนื้อฝากตัวในการทำงานร่วมกันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

“ภูมิธรรม” มอบ นโยบายมหาดไทย รวม “ทุกสิงห์” ทำงานเพื่อประชาชน

วันนี้ (4 ก.ค. 2568) เวลา 10.30 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมมอบนโยบายให้กับข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องในโอกาสเข้าปฎิบัติงานเป็นวันแรก

โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานและภาคีเครือข่ายกระทรวงมหาดไทยให้การต้อนรับ และร่วมประชุม

นายภูมิธรรม กล่าวว่า “มหาดไทยต้องดีกว่าเดิม” นี่คือความมุ่งมั่น และความตั้งใจของตน ที่อยากจะขับเคลื่อนบทบาทภารกิจของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับทุกท่าน เพื่อแก้ไขวิกฤติปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่สอดประสานกับความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย เพราะเรามีกลไกสำคัญในหลายระดับ ทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับท้องถิ่น ทั้งหมดนี้เป็นผลดีทำให้เราสามารถทำงานทั้งในรูปแบบ “เชิงรับ” ผ่านการรับฟังปัญหาและความต้องการ และ “เชิงรุก” ผ่านการพัฒนา ลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา ให้แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่

“เราต้องเป็นสิงห์มหาดไทยเดียว” คือการเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งกระทรวง มีความเป็นปึกแผ่น เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่มีการแบ่งพวกพ้อง ไม่มีสิงห์สีอื่นใด นอกจากสิงห์มหาดไทย เพราะเราต้องสนับสนุนคนที่มีความสามารถ มีความรับผิดชอบ ทำหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายด้วยความรวดเร็วและมีคุณภาพ บุคลากรที่มีสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เราต้องสนับสนุน ซึ่งถ้าหากเราสามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ก็จะส่งผลให้องค์กรเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เกิดผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยยึดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง“ นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า วันนี้ตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เราจะดำเนินการขับเคลื่อนกลไกมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านการสร้างความมั่นคงภายใน เร่งปราบปรามการยาเสพติดอย่างจริงจัง ปราบปรามผู้มีอิทธิพล จัดระเบียบการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ อาวุธปืน สถานบริการ อาชญากรข้ามชาติ อาชญากรรมออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงินและการค้ามนุษย์

เราต้องทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ดำเนินการร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคงตำรวจทหารตลอดจนพี่น้องประชาชนให้ได้ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยผู้ว่าฯ นายอำเภอ ผู้บริหารทุกคนต้องนำทีม X – ray เชิงพื้นที่สืบหาข่าว จับกุม ตั้งแต่ผู้กระทำผิดรายย่อย ขยายผลสู่การปราบปรามผู้ค้ารายใหญ่ ทำให้เรื่องเหล่านี้หมดสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อทวงคืนชีวิตที่ผาสุกของพี่น้องชาวบ้านให้กลับคืนมา

“นับจากนี้ทุกท่านจะได้ร่วมกันออกปฏิบัติการประชาชนไร้ทุกข์ สร้างหลักประกันความสุขให้ถ้วนหน้า” เราต้องสร้างสุขและขจัดความทุกข์ในทุกมิติ ทั้งเรื่องของความปลอดภัย การกระจายรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนให้ความสำคัญในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยจะต้องมีการเตรียมระบบแจ้งเตือนภัยให้พร้อมอยู่เสมอและสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ในทันที

“ลิณธิภรณ์” น้อมรับโซเชียลวิจารณ์สะกดภาษาไทยผิด

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การใช้ภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง ในโซเชียล ว่า อันดับแรกขอยอมรับอย่างซื่อตรง ว่าบางครั้งมีการสะกดของตัวเอง อาจมีความผิดพลาดในเรื่องของไมค์ในการพูด

ซึ่งเมื่อโพสต์ไปแล้วผ่านไป2-3 ชั่วโมง มารู้ตัวอีกที มันเป็นความผิดพลาดซึ่งตนขอยอมรับด้วยความจริงใจ และสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการปรับปรุง และหลังจากนี้ความผิดพลาดเรื่องเหล่านี้จะไม่ ซึ่งตนอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนของประเทศเหมือนกัน

นอกจากนี้ในเรื่องของการออกเสียงควบกล้ำ เป็นปัญหาด้านสุขภาพของตน ซึ่งเป็นส่วนที่อยากจะพยายามทำให้ดีที่สุด ขณะที่บทบาทด้านกระทรวงศึกษาธิการที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ต้องขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งยังไม่มีมีการคุยในรายละเอียดอย่างชัดเจน โดยจะมีการเข้าทำงานที่กระทรวงในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้

หากใครได้ติดตาม จะพบว่าตนพูดเรื่องการศึกษา ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมาตลอด ตั้งแต่ตอนเป็นโฆษกพรรคเพื่อไทยในการเรียกร้องลดค่าใช้จ่าย TCAS ให้กับเด็กๆ และการทำโครงการที่อยากให้เด็กไทยดีขึ้นในเรื่องของสุขภาวะจิต ซึ่งอาจเป็นโครงการที่จะนำกลับมาสานต่อในการเยียวยาใจครูฟื้นฟูใจเด็ก ทั้งนี้อยากให้สังคมมองตนในเรื่องความผิดพลาดและการออกมายอมรับ แต่อยากให้มองเรื่องการทำงาน การกำหนดนโยบายที่ทำในฐานะฝ่ายบริหาร

ซึ่งอยากมองทำเนื้องานตรงนี้อย่างเต็มที่ เพราะตนทำอย่างตั้งใจ เพราะครอบครัว ครูบาอาจารย์ พ่อแม่น้า อา ป้า เป็นครูทั้งหมด และตนก็เคยเป็นอดีตอาจารย์ ฉะนั้นตนเชื่อว่าปัญหาของข้าราชการครูได้รับทราบมาในระดับหนึ่ง ซึ่งจะได้เห็นว่าสามารถทำอะไรได้ โดยต้องหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก่อน

เมื่อถามย้ำว่าที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์มาก่อนแต่มีความผิดพลาดด้านการใช้ภาษาในโซเชียลนั้น นางสาาลิณธิภรณ์ กล่าวว่า การเป็นอาจารย์มาก่อน ก็มีความผิดพลาดได้ เหมือนกับเรื่องความรู้ของคนเป็นอาจารย์มาก่อนก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ซึ่งส่วนตัวยอมรับความผิดพลาดเรื่องการสะกดคำ ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามอักขระ ตามหลักเกณฑ์ บางครั้งใช้ความรวดเร็วโดยไม่ได้ตรวจสอบ ซึ่งก็เกิดผลเสียอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในวันนี้ และตนน้อมรับเรื่องเหล่านั้น

“ดร.เอ้” ลาออกประชาธิปัตย์ นั่งหัวหน้าพรรค “ไทยก้าวใหม่”

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยชี้แจงว่า เหตุผลในการลาออกมาจากอุดมการณ์ด้านการศึกษาที่มุ่งมั่น และต้องการเร่งปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่ข้อขัดแย้งภายในพรรค

มีรายงานว่า การลาออกครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเตรียมก่อตั้งพรรคใหม่โดย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการศึกษาและเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ดร.สุชัชวีร์ ยืนยันว่า การตั้งพรรคใหม่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ผ่านมาตรการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญ สะท้อนแผนการพัฒนาที่มีวิสัยทัศน์และอุดมการณ์ชัดเจน

“การตัดสินใจก้าวออก เกิดจากอุดมการณ์ การศึกษา คือ รากฐานที่มั่นคงที่สุดของการพัฒนาประเทศ ผมตัดสินใจเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไทยให้เป็นกลไกหลัก”

โดยพรรคไทยก้าวใหม่มีจุดยืนชัดเจนในประเด็นหลัก ดังนี้
การศึกษา : ปรับระบบให้ทันสมัยและเข้ากับอนาคต
นวัตกรรม : สร้างระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
สวัสดิการคนรุ่นใหม่ : ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตในยุคดิจิทัล

โดยมีรายงานว่า พรรคอยู่ในกระบวนการเจรจาดึงบุคลากรระดับสูงจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เข้าร่วม เช่น นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสรรเพชร บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ส่วน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้ตัดสินใจ

“วิญญัติ” เผย เตรียมประวัติการรักษาตัวของ “ทักษิณ” ให้ศาลฎีกา

ศาลฎีกา วันนี้ ( 4 ก.ค.) นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าไต่สวนในคดีการเข้ารักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และกล่าวถึงประวัติการรักษาตัวของนายทักษิณที่ต่างประเทศ ว่า เป็นเรื่องข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เกี่ยวกับการเจ็บป่วย

ถือว่าเป็นความลับส่วนตัว และถือว่าเป็นเรื่องที่นายทักษิณได้สงวนสิทธิ์ไว้ ที่จะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นข้อมูลที่ต้องได้รับความคุ้มครอง ซึ่งเห็นว่าเป็นประเด็นในศาลที่ต้องการรับทราบข้อมูล เพื่อให้รู้ว่ามีประวัติเจ็บป่วยจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอาการเจ็บป่วยที่อ้างก่อนการเข้าเรือนจำว่ามีอยู่จริงหรือไม่ มีการอ้างแบบเลื่อนลอยหรือไม่ เพื่อให้สอดรับกับข้อมูลที่ให้มาก่อนหน้านี้ว่ามีการป่วยจริง

นายวิญญัติ กล่าวว่า ทางกรมราชทัณฑ์ได้เห็นประวัติการรักษาไปแล้ว ประเด็นนี้อาจเป็นเรื่องที่ต้องแสดงหลักฐานต่อศาล พร้อมให้ความร่วมมือต่อศาล ส่วนบัญชีพยานที่ได้นำเสนอพร้อมคำชี้แจงของนายทักษิณ ได้อ้างพยานไป เพิ่ม 10 ปาก แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียดในตอนนี้ เพราะยังไม่แน่ใจว่าศาลอนุญาตหรือไม่ ขอให้ศาลได้พิจารณาพยาน10 ปากที่ได้อ้างไปก่อนว่าจะเอาอย่างไร และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนในการไต่สวนวันนี้ เป็นพยานที่ศาลเรียกมา 5 ปาก เป็นกลุ่มแพทย์ที่ทำการตรวจร่างกาย และแพทย์เวร รวมถึงพยาบาลที่สถานพยาบาลในเรือนจำและ แพทย์พยาบาลทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

นายวิญญัติ กล่าวอีกว่า คาดว่าการไต่สวนจะเสร็จสิ้นไม่ช่วงเที่ยงก็บ่าย และนอกจากนี้ ที่ศาลขอประวัติการรักษา จากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้วตนยังได้นำประวัติการรักษาฉบับสมบูรณ์เตรียมพร้อมมายื่นให้ศาลอีกด้วย เพื่อให้สอดรับกับการกล่าวอ้างของทนายจำเลย ว่าโดยไม่ขอระบุรายละเอียดว่าเป็นประวัติการรักษาจากประเทศอะไรก็ถือว่าเป็นข้อมูลด้านสุขภาพรักษาส่วนตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...