โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์กรุงเทพปั้น ‘เพอร์มาตา’ เป็นสะพานลงทุนไทย-อินโดฯ-อาเซียน

PostToday

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 21.23 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 03.11 น.

หากย้อนกลับไปในปี 2563 ธนาคารกรุงเทพ ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ด้วยการเข้าซื้อกิจการธนาคาร พีที เพอร์มาตา ทีบีเค (Permata Bank) ในอินโดนีเซีย ถือหุ้นในสัดส่วน 89.12% คิดเป็นเงิน 73,722 ล้านบาท เพื่อผสานจุดแข็ง เสริมศักยภาพการให้บริการ ซึ่งถือเป็นการเข้าซื้อกิจการธนาคารภายในอาเซียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในขณะนั้น

ดีลครั้งนั้นกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ขยายบทบาทของแบงก์กรุงเทพ สู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินระดับภูมิภาค

จนถึงวันนี้ ผ่านมากว่า 5 ปี ความร่วมมือของทั้งสองสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมากมาย ทำให้ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตาเติบโตจากอันดับ 12 ขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม 10 ธนาคารชั้นนำของประเทศ ด้วยเครือข่ายสาขากว่ามากกว่าสองร้อยแห่ง ให้บริการลูกค้าทั้งในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ SME และ ต่างชาติที่ต้องการขยายการลงทุนในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซีย ชาติเศรษฐกิจ เอื้อต่อการโตระยะยาว

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในฐานะประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วยจำนวนประชากรกว่า 280 ล้านคน โครงสร้างการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า ทำให้อินโดนีเซียเปรียบเสมือน “ดินดี น้ำดี” ที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว

โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นตลาดส่งออกอันดับ 4 ของอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันบริษัทไทยจำนวนมากก็ให้ความสนใจในการลงทุน และขยายธุรกิจในอินโดนีเซียมากขึ้น ซึ่งอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ มีความพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย

ทั้งนี้อินโดนีเซียและไทย เป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ธุรกิจไทยกำลังมองหาการเติบโตนอกประเทศ ในขณะที่อินโดนีเซียกำลังมอบโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย หากร่วมมือกันจะสามารถพัฒนาโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคงยั่งยืน ซึ่งจะเป็นปรเะโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ และสามารถต้านทานกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้

ประกอบกับปัจจุบันอาเซียนกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ภายในปี 2573 ซึ่งไทยมีความแข็งแกร่งขึ้นจากความใกล้ชิดกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชียอย่างจีน และอินเดีย โดยมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ และในขณะที่ภูมิภาคของอาเซียนน่าดึงดูดขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งไทยจำเป็นต้องคว้าโอกาสนี้ในการใช้จุดแข็งร่วมกันให้เกิดประโยชน์

แบงก์กรุงเทพ -เพอร์มาตา “One Family One Team”

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพ เป็นธนาคารต่างชาติแห่งแรกของอาเซียนที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารในอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2511 หรือราวๆ 57 ปีก่อน โดย ชิน โสภณพาณิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ (คุณปู่ของชาติศิริ)

ส่วนธนาคารเพอร์มาตาเริ่มต้นธุรกิจที่บาหลีในชื่อ “ธนาคารบาหลี” ก่อนจะถูกควบรวม 5 ธนาคารเข้าด้วยกันเมื่อเกิดวิกฤตการเงินในปี 2540 และเปลี่ยนเป็นชื่อ “เพอร์มาตา” ซึ่งมีความหมายว่าอัญมณี (Gem)

ในปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตาได้ปรับเปลี่ยนรีแบรนด์ มาใช้ตราสัญลักษณ์บัวหลวงของธนาคารกรุงเทพแทนของเดิม ภายใต้แนวคิด “One Family One Team” โดยหลังที่ซื้อกิจการแล้วธนาคารกรุงเทพเลือกที่จะใช้ชื่อเพอร์มาตาแบบเดิมเพราะเป็นชื่อที่รู้จักกันดีอยู่แล้วในอินโดนีเซีย

โดยตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการในปี 2563 สัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศต่อสินเชื่อรวมของธนาคารกรุงเทพเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 25% (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567) ส่งผลให้ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตาเป็น 1 ใน 10 ของธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย มีเครือข่ายสาขาให้บริการ 240 สาขา กระจายอยู่ใน 82 เมืองสำคัญทั่วประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้ากว่า 6.2 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568)

ตั้งหน่วยงานที่ปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ

ชาติศิริ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS อย่างเต็มรูปแบบของอินโดนีเซียในปีนี้ ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ธนาคารกรุงเทพ จึงได้สนับสนุนธนาคารเพอร์มาตา จัดตั้งหน่วยงานบริการที่ชื่อว่า ฝ่ายพัฒนาและที่ปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Development and Advisory Directorate) เพื่อเป็นศูนย์การรองรับทั้งลูกค้าในเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพ ในกลุ่มอาเซียน จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย และลูกค้าในอินโดนีเซียที่ต้องการไปลงทุนประเทศอื่นในภูมิภาค

โดยช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ จัดหาเงินทุนสำหรับโครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

“หน่วยงานบริการนี้เป็นการประสานจุดแข็งด้านเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพในระดับภูมิภาคเข้ากับความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นของธนาคารเพอร์มาตา เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงอาเซียน (Connecting ASEAN) ของธนาคารกรุงเทพ ที่เป็นเหมือน ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ ทางการเงินที่นักลงทุนให้ความไว้วางใจ

ทั้งการลงทุนในกลุ่มโครงการโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับหลัก ESG ตามการผลักดันของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้นำด้านการเงินสีเขียวพร้อมที่จะสนับสนุนทุกการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน" นายชาติศิริ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากธนาคารกรุงเทพระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 การลงทุนของไทยในอินโดนีเซียมีมูลค่าสูงถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในช่วงปี 2560-2565 นักลงทุนไทยมีการลงทุนรวม 1.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกว่า 1,400 โครงการทั่วประเทศอินโดนีเซีย

โดยอินโดนีเซียนับเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาไทยส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 10.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยเป็นจุดหมายส่งออกใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่าส่งออกถึง 7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บทบาทธนาคารภูมิภาคเชื่อมลงทุนอาเซียน

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เราศึกษาอินโดนีเซียมานาน เพราะอาเซียนกำลังจะเปลี่ยนโฉม แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในอีก 5 ปีข้างหน้า อาเซียนจะกลายเป็นเศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลก ซึ่งแน่นอนว่าทั้งโลกจะต้องจับตามอง

หากมองโครงสร้างของอาเซียน จะเห็นว่ามีทั้งกลุ่มประเทศทางตอนบนอย่าง CLMVT ที่ไทยคุ้นเคยและมีบทบาทสำคัญอยู่แล้ว กับกลุ่มประเทศตอนล่างซึ่งอินโดนีเซียถือเป็นหัวใจหลัก

“ประเทศไทยเราแข็งแรงในกลุ่มบนอยู่แล้ว แต่คำถามคือ เราจะขยายบทบาทไปสู่ครึ่งล่างของอาเซียนได้อย่างไร? อินโดนีเซียคือจิ๊กซอว์สำคัญ”

ก่อนที่ธนาคารกรุงเทพจะตัดสินใจซื้อกิจการเพอร์มาตา ผู้เล่นระดับโลกอย่าง Standard Chartered เคยเข้าซื้อไปก่อนหน้านี้ และก็มีธนาคารอีกหลายแห่งที่สนใจตลาดนี้เช่นกัน นั่นจึงสะท้อนถึงศักยภาพของอินโดนีเซียอย่างชัดเจน

แม้จะมีหลายธนาคารต่างชาติพยายามบุกตลาดอินโดนีเซียก่อนหน้า แต่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ไม่สามารถเจาะตลาดได้ลึก ซึ่ง ดร.กอบศักดิ์ เชื่อว่าจุดต่างที่สำคัญของธนาคารกรุงเทพคือ "ความสัมพันธ์" ที่สั่งสมมายาวนานกับกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำของประเทศ

ในช่วงที่หลายธนาคารประสบภาวะสินเชื่อชะลอตัว แต่แบงก์กรุงเทพยังเติบโตได้ดีในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก “สายสัมพันธ์ที่ลึกและยาวนาน” รวมถึงฐานเดิมของธนาคารที่มีอยู่ในเมืองสำคัญอย่าง เมดาน เมืองใหญ่อันดับ 4 ของสุมาตรา และสุราบายา เมืองสำคัญของชวา ซึ่งเป็นฐานการค้าขนาดใหญ่และมีคนเชื้อสายจีนจำนวนมาก

แบงก์กรุงเทพ ยึด 2 ขา ไม่พึ่งพาแค่ในไทย

“ในอนาคตเพอร์มาตาจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แบงก์กรุงเทพก็จะยืนด้วย 2 ขา ไม่ได้พึ่งพาแค่ประเทศไทย วันไหนที่ไทยโตไม่ได้ เราก็ยังโตที่อื่นได้” ดร.กอบศักดิ์ กล่าวพร้อมกับย้ำว่า การมีเครือข่ายสาขาในต่างประเทศ ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างธุรกิจระหว่างประเทศ แม้ในประเทศไทยจะไม่เติบโต

“เรากำลังวางรากฐานให้เป็นธนาคารระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่แบงก์ไทยที่มีสาขาต่างประเทศ แต่คือ Regional Champion ที่สามารถเชื่อมผู้คน ธุรกิจ และโอกาสในอาเซียนเข้าด้วยกันได้ทั้งหมดโดยในปี 2567 ที่ผ่านมาเพอร์มาตาสร้างผลกำไรให้ธนาคารกรุงเทพประมาณ 8,000 ล้านบาท และเชื่อว่าใน 3-5 ปี อาจแตะที่ระดับ 10,000 ล้านบาท"

ดังนั้นเป้าหมายต่อไป ธนาคารยังเดินหน้าผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย และในอนาคต ตั้งใจจะทำในทางกลับกันด้วย คือช่วยพานักธุรกิจอินโดนีเซียออกสู่ตลาดภูมิภาค

“วันนี้อินโดฯ เขายังรู้สึกว่า ‘หญ้าข้างบ้านยังเขียวไม่เท่าบ้านตัวเอง’ เขาเลยไม่อยากออก แต่ถ้าอีก 5-10 ปีเศรษฐกิจเริ่มชะลอแล้วค่อยออกไปข้างนอก มันก็จะยาก เพราะข้างนอกเต็มไปด้วยคู่แข่งจากทั่วโลก”

นโยบาย Golden Indonesia

เมลิสา รุสลิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา กล่าวว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพสูงพร้อมทรัพยากรและแรงงาน โดยรัฐบาลกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Golden Indonesia” ที่เน้นเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลกในปี 2588

ธนาคารเพอร์มาตา เล็งเห็นโอกาสสำคัญนี้ จึงสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตรในภูมิภาคด้วยบริการทางการเงินครบวงจร ทั้งกลุ่มบุคคลและธุรกิจ รวมถึงระบบการเงินอิสลาม (Sharia)

นางเมลิสากล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายรัฐบาลสอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคารภายใต้การสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพฯ โดยธนาคารมีบริการ Asia Same Day Payment ที่ช่วยให้ลูกค้าโอนเงินระหว่างไทย–อินโดนีเซียได้แบบเรียลไทม์ผ่านคิวอาร์โค้ด พร้อมเร่งส่งเสริมลูกค้าเข้าสู่ธุรกิจสีเขียวด้วยสินเชื่อและคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับปี 2566 และธนาคารเพอร์มาตามีสัดส่วนสินเชื่อประมาณ 12% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคารกรุงเทพ

อย่างไรก็ตามสำหรับธนาคารกรุงเทพมีความแข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจ 13 ประเทศ 15 สาขาทั่วโลก นอกจากในภูมิภาคอาเซียน เช่น ที่จีน มาเลเซีย และยังมีสาขาที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...