โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จริงหรือมั่ว!? มังงะสุดไวรัล ที่ทำนายว่า แผ่นดินไหว-สึนามิ จะเขย่าญี่ปุ่น!

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 11.48 น.

ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจเคยเห็นหรือได้ยินกระแสข่าวและคำทำนายที่ถูกแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล โดยเฉพาะในแถบเอเชีย รวมถึง “ประเทศไทย” เกี่ยวกับคำพยากรณ์จากหนังสือมังงะ ‘อนาคตที่ฉันเห็น’ ที่ทำนายว่า แผ่นดินไหวจะเขย่าญี่ปุ่น ถึงขนาดเจาะจงวันที่ 5 กรกฎาคม 2568จนเกิดเป็นกระแสสะเทือนไปทั่วโลก

ผลก็คือ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเริ่มยกเลิก รวมถึงทบทวนอีกครั้ง ว่าจะไปญี่ปุ่นหรือไม่ โดยสายการบินอย่าง Greater Bay Airlines ถึงกับต้องลดจำนวนเที่ยวบินจากฮ่องกงไปญี่ปุ่นลง 3-4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เนื่องจากความต้องการที่ลดลงอย่างมาก โดยยอดจองตั๋วจากฮ่องกงลดลงถึง 30% และบางเส้นทางเช่น โทกุชิมะ มียอดจองลดลงถึง 50% ในเดือนพฤษภาคม

โดยมีการประเมินว่า อาจทำให้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอยู่ที่ 5.6 แสนล้านเยน หรือกว่า 1 แสนล้านบาท

เรื่องราวเป็นอย่างไร.. จุดประกาย สรุปให้ที่นี่แล้ว

มังงะพยากรณ์จากความฝัน คือ ต้นเรื่อง

จุดเริ่มต้นของกระแสคำพยากรณ์นี้มาจาก เรียว ทัตสึกิ (Ryo Tatsuki) อดีตนักวาดการ์ตูนมังงะหญิงวัย 70 ปี ที่อ้างว่าเธอมี "ความฝันเชิงพยากรณ์" มาเกือบ 50 ปีแล้ว เธอเริ่มบันทึกนิมิตและความฝันของเธอลงในสมุดบันทึกในช่วงต้นทศวรรษ 1980

และในปี 1999 เธอได้ตีพิมพ์มังงะชื่อ "อนาคตที่ฉันเห็น" (Watashi ga Mita Mirai หรือ The Future That I Saw) ซึ่งอ้างอิงจากบันทึกความฝันเหล่านั้น

มังงะดังกล่าวไม่ได้รับความสนใจมากนักในตอนแรก แต่มาเป็นกระแสโด่งดังหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และคลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 (เหตุการณ์ 3.11)

สาเหตุก็เพราะ บนหน้าปกของมังงะ "อนาคตที่ฉันเห็น" (私が未来を見た 完全版) ฉบับปี 1999 มีข้อความระบุว่า "มีนาคม 2011 ภัยพิบัติครั้งใหญ่" ซึ่งตรงกันกับเหตุแผ่นดินไหว 3.11 ทำให้มังงะเรื่องนี้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ "มังงะพยากรณ์ลวงตา" โดยฉบับที่เลิกพิมพ์ไปแล้วถูกนำมาขายในราคาสูงกว่า 100,000 เยน หรือกว่า 2 หมื่นบาทในการประมูล

นอกจากนี้ "อนาคตที่ฉันเห็น" ยังกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศจีน โดยหนังสือฉบับสมบูรณ์ (ตีพิมพ์ปี 2021) มียอดขายมากกว่า 560,000 เล่ม

จากสึนามิปี 2011 สู่ เหตุใหญ่ปี 2025 ?

ถัดมาในปี 2021 ทัตสึกิ ได้ทำการตีพิมพ์มังงะดังกล่าวอีกครั้ง โดยระบุว่าเป็น “ฉบับสมบูรณ์” (Watashi ga Mita Mirai Kanzenban) ซึ่งทัตสึกิได้ชี้แจงว่าความฝันเกี่ยวกับสึนามิยักษ์ที่เธอเคยฝันมาตั้งแต่ปี 1981 นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 3.11

เพราะในความฝันของเธอเป็นช่วงฤดูร้อน (เธอสวมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น) ในขณะที่ 3.11 เกิดขึ้นในฤดูหนาว นอกจากนี้ คลื่นสึนามิที่เธอเห็นในความฝันนั้น ใหญ่กว่าคลื่นที่ถล่มโทโฮคุถึงสามเท่า (ซึ่งสูงกว่า 40 เมตร)

ในฉบับสมบูรณ์นี้เองที่ทัตสึกิได้รับนิมิตใหม่ และระบุว่า"หายนะครั้งใหญ่ที่แท้จริง" จะเกิดขึ้นในญี่ปุ่นใน “เดือนกรกฎาคม 2025” โดยมีการระบุแบบเฉพาะเจาะจงว่า เป็น “วันที่ 5 กรกฎาคม 2025”

เนื้อหาจากหนังสือ ระบุถึงความฝันว่า หายนะจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2025 โดย ใต้ทะเลบริเวณกึ่งกลางระหว่างญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์จะเกิดการปะทุ และจะเกิด คลื่นสึนามิขนาดยักษ์ ซัดเข้าสู่ประเทศต่างๆ รอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอาจมีความสูงเป็น 3 เท่าของสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวใหญ่

โดยในส่วนท้ายของหนังสือ เธอได้เจาะจงว่า "หากวันที่เห็นความฝันคือวันที่เป็นจริง วันหายนะครั้งใหญ่ต่อไปคือ 'วันที่ 5 กรกฎาคม 2025'" (วันที่เธอฝัน คือ วันที่ 5 กรกฎาคม 2021)

เครดิตภาพ : obscuremanga.wordpress

หายนะเดือนกรกฎาคม และคำทำนายที่ถูกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม เธอได้ปรับเปลี่ยนคำทำนายถึง “วันที่ 5 กรกฎาคม” ผ่านหนังสือเล่มใหม่ที่เพิ่งตีพิมพ์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในชื่อว่า "Tenshi no Yuigon" (天使の遺言)

แม้จะไม่ได้ยกเลิกคำทำนาย "หายนะเดือนกรกฎาคม" แต่เธอได้แก้ไขคำกล่าวเกี่ยวกับ "วันที่ 5 กรกฎาคม" ในทำนอง ไม่ได้หมายความว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้ (แบบเฉพาะเจาะจง)

พร้อมชี้แจงถึงที่มาของความคลาดเคลื่อน เนื่องจากว่า การระบุวันที่ 5 กรกฎาคม อาจมาจากการถอดความจากการสัมภาษณ์หรือการจดบันทึกจากกองบรรณาธิการ ที่เกิดเป็นหนังสือ "Watashi ga Mita Mirai: Kanzenban" ในเวลาต่อมา

เธอรู้สึกว่า ผลงานที่ออกมา "ไม่ได้เป็นไปตามความตั้งใจ" ของตนเอง แต่เป็นการตีพิมพ์โดยมีเจตนาของสำนักพิมพ์เป็นหลัก

และระบุว่า "วันที่เห็นความฝันไม่ได้หมายความว่าจะเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์" ซึ่งเป็นการปฏิเสธการระบุวันที่ที่เฉพาะเจาะจง

ญี่ปุ่น ที่กำลังประสบภาวะ Overtourism แต่เริ่มมีนักท่องเที่ยวมาน้อยลงจากข่าวลือดังกล่าว

คำพยากรณ์ที่ไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์รองรับ

หลังจากหนังสือพร้อมคำทำนายถึง “หายนะที่กำลังจะเกิด” กลายเป็นไวรัลในโซเชียล และสร้างความแตกตื่นถึงขั้นนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางมาญี่ปุ่นนั้น ฝั่งทางการและนักวิชาการก็พยายามออกมาชี้แจง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยยืนยันว่า การทำนายนั้น “ไม่มีมูลความจริงทางวิทยาศาสตร์” อาทิ

- รัฐบาลญี่ปุ่น โดยสำนักคณะรัฐมนตรีได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า การทำนายสถานที่และเวลาของภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ยังคงอยู่นอกเหนือขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ในปัจจุบัน

- สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (Japan Meteorological Agency) ระบุว่า ข้อมูลการทำนายแผ่นดินไหวที่ระบุเวลาและสถานที่อย่างเจาะจงนั้น โดยทั่วไปแล้วถือว่าเป็นข่าวลือ และไม่น่าเชื่อถือ

- ผู้ว่าราชการจังหวัดมิยางิ โยชิฮิโระ มุไร กล่าวในการแถลงข่าวว่า "เป็นปัญหาใหญ่มากที่ข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กำลังแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียและส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว" เขายังเน้นย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่าคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศก็ไม่ได้อพยพไปต่างประเทศ และขอให้ผู้คนละเลยข่าวลือและมาเยือนญี่ปุ่นอย่างสบายใจ

- ผู้ว่าราชการจังหวัดโทกุชิมะ มาซาซูมิ โกโทดะ ชี้ให้เห็นว่าภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และสิ่งที่เราทำได้คือเตรียมพร้อมเสมอ

- คิมิโร เมกุโระ ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการบรรเทาภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยโตเกียว ยืนยันว่า "เป็นไปไม่ได้" ที่มังงะที่ตีพิมพ์ในปี 2021 จะสามารถทำนายแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้ถูกต้องในอีกสี่ปีต่อมา เขากล่าวว่า "นี่เป็นเพียงข่าวลือ" และไม่มีวิธีการหรือเทคโนโลยีใดในปัจจุบันที่สามารถทำนายเช่นนั้นได้ เขายังเตือนว่าข่าวลือเช่นนี้เพียงทำให้ผู้คนประหม่า ซึ่งอาจเป็นอันตรายในรูปแบบอื่นได้

- ศาสตราจารย์ นาโอยะ เซกิยะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ตลอดเวลา มากกว่าการไปให้ความสำคัญกับการทำนายที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

ช่องโหว่แห่ง “คำพยากรณ์”

นอกจากความพยายามที่จะโต้แย้งจากทั้งทางการและนักวิชาการแล้ว ก็ยังมีอีกหลายกระแส ที่ไปค้นหาความจริง และพบว่า หลายๆ เรื่องที่ว่าด้วย “ความแม่นยำ” ของทำนายโดยทัตสึกินั้น ยังมีข้อน่าสงสัยอีกหลายประการ เช่น

- เธออ้างว่า เคยทำนายการเสียชีวิตของ เฟรดดี้ เมอร์คิวรี 15 ปีก่อนจะเกิดขึ้น และการเสียชีวิตของ เจ้าหญิงไดอาน่า 5 ปีก่อนเหตุการณ์เศร้าในปี 1997 อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ชี้ว่าการทำนายเหล่านี้ขาดการระบุวันที่ที่ชัดเจน หรือมีรายละเอียดที่คลุมเครือ

- ผู้เขียนเองก็ไม่มั่นใจ : ทัตสึกิเองมักใช้คำพูดเช่น "อาจจะ" "บางที" และ "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" บ่อยครั้งในฉบับสมบูรณ์ของมังงะ และเธอกล่าวว่าความฝันหลายอย่างเป็นสัญลักษณ์ แต่เธอก็ไม่สามารถบอกได้ว่าความฝันใดเป็นความจริงหรือเป็นสัญลักษณ์ นอกจากนี้ เธอยัง เรียกร้องให้ผู้คนไม่ควรเชื่อคำทำนายของเธออย่างจริงจังเกินไป และควรพึ่งพาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญแทน

ทั้งนี้ จากข้อมูลบนเว็บไซต์ www.nippon.com ได้ระบุถึงความรู้สึกของชาวเน็ตญี่ปุ่นต่อคำทำนายและกระแสไวรัลดังกล่าว ว่า ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย และเยาะเย้ยถากถาง โดยตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของนักเขียนและความคลุมเครือของการทำนาย บางความเห็นยังกล่าวติดตลกว่าคำทำนายนี้อาจช่วยลดปัญหาการท่องเที่ยวเกินพิกัดได้ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม แม้ความแม่นในการพยากรณ์ของเธอจะยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่นักวิทยาศาสตร์คอนเฟิร์มมาแล้ว และเกิดเป็นรายงานของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ก็คือ มีโอกาสอย่างสูงที่จะเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในร่องนันไค (Nankai Trough) ซึ่งมีโอกาส 80% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 9 ในอีก 30 ปีข้างหน้า

โดยที่ผ่านมา พบเหตุการณ์แผ่นดินไหวมากกว่า 330 ครั้งใกล้หมู่เกาะโทคาระ และการระเบิดของภูเขาไฟชินโมเอะในคิวชู ก็ถูกนำมาเชื่อมโยงกับช่วงเวลาของคำทำนาย แม้ว่านักแผ่นดินไหววิทยาจะปฏิเสธความเชื่อมโยงใดๆ ก็ตาม

อ้างอิง

scmp , tokyoweekender , sankei , nippon

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...