หุ้นไทยวันนี้ แกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,115-1,135 จุด รับ sentiment บวกตามดาวน์โจนส์ เกาะติดเจรจาการค้าสหรัฐ
หุ้นไทยวันนี้ 4 ก.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งไซด์เวย์ถึงไซด์เวย์อัพในกรอบ 1,115-1,135 จุด โดยตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าต่อ หลังปัจจัยการเมืองได้คลี่คลายไปแล้วส่วนหนึ่ง และมีแรงหนุนบางส่วนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ดีกว่าคาด ทำให้ Sentiment วันนี้ไม่แย่มาก แนะติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิดต่อไป
4 กรกฎาคม 2568บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวผันผวนทางขึ้นต่อ ระยะสั้นขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 1,128 หากยืนเหนือได้ มีแนวต้านหลักถัดไปที่ 1,135/1,140 ที่จะทําให้เกิดการชะลอตัว ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,120/1,115 เชิงปัจจัย ยังลุ้นการประกาศภาษีศุลกากรสหรัฐฯ กับไทยก่อน 9 ก.ค.นี้ หากไม่สูงไปกว่า 15% คาดว่าตลาดจะตอบสนองเชิงบวก
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนต่อ หลังยังรอความชัดเจนของปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ โดยปัจจัยภายนอกติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ หลังใกล้เส้นตาย 9 ก.ค.
ขณะที่ปัจจัยภายในติดตามเสถียรภาพทางการเมืองและปญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา อย่างไรก็ดี เราประเมิน SET ที่บริเวณต่ำกว่า 1,100 จุด คิดเป็น PER ปี 2568 ต่ำกว่า 12 เท่า ยังเป็นจุดที่เหมาะสมสําหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยกลยุทธ์ ลงทุนคงแนะนําให้ “Selective Buy”
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนียังคงแกว่งไซด์เวย์ถึงไซด์เวย์อัพ หลังแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศได้คลี่คลายไปแล้วส่วนหนึ่ง ทำให้ตลาดหันกลับมาให้น้ำหนักกับภาพรวมการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าต่อ โดยวันนี้จะมีแรงหนุนบางส่วนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นตามรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. ที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ Sentiment วันนี้ไม่แย่มาก
แนวโน้มในวันนี้ แนะติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะการเจรจาของประเทศไทย ก่อนถึงเส้นตายเริ่มเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ โดยให้กรอบแนวรับ 1,115 จุด และแนวต้าน 1,135 จุด
บล.พาย ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,120 – 1,135 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะสั้นอาจเลือกทำกำไรหลังตลาดหมดปัจจัยหนุนระยะสั้นและสัปดาห์หน้ามีความเสี่ยงกับการค้าหากทรัมป์ประกาศไม่เพิ่มระยะเวลาจะเป็นความเสี่ยงกับเศรษฐกิจโลก
แต่อย่างไรก็ตามหากตลาดปรับฐานลงมายังมองเป็นโอกาสสะสมหุ้นสำหรับนักลงทุนระยะกลาง ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงระยะสั้นอาจเลือก Trading ในหุ้นที่ไม่มีผลกระทบจากสงครามการค้า อาทิ BDMS MINT โดยรอสะสมหุ้นพื้นฐานดีประกอบไปด้วย CPN CPALL HMPRO KBANK BBL SAWAD