โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ทาสหมา-แมว" สายเปย์ "ตลาดสัตว์เลี้ยง" โตแรง 6 ปีติด เฉลี่ย 20% หนุนปี 69 ทะลุแสนล้าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.25 น.
“ทาสหมา-แมว” สายเปย์ “ตลาดสัตว์เลี้ยง” โตแรง 6 ปีติด เฉลี่ย 20% หนุนปี 69 ทะลุแสนล้าน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดการณ์มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2568 จะมีมูลค่าราว 9.2 หมื่นล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 13.2% จากปีที่ผ่านมา บนความคาดหวังมูลค่าตลาดทะลุแสนล้านในปี 2569

โดยระบุว่า จากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงของคนในยุคปัจจุบันมีรูปแบบการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบางกลุ่มเจ้าของอาจมีวิวัฒนาการสู่การเลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวแบบตามใจ หรือเรียกว่า “ทาสหมา-ทาสแมว” (Petriarchy) ที่เจ้าของเลือกที่จะซื้อของให้สัตว์เลี้ยงเพื่อตอบสนองความพอใจส่วนตน ส่งผลให้การจับจ่ายในส่วนของอุปกรณ์และค่าดูแลมีทิศทางเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง

ขณะเดียวกัน รวมถึงสังคมยุคดิจิทัลในปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงบางกลุ่มอาจพัฒนาบทบาทจากลักษณะนิสัยส่วนตัวที่สามารถยกระดับจาก “สมาชิกในครอบครัวปกติ” เป็น “สมาชิกในครอบครัวที่สามารถสร้างรายได้” ผ่านลักษณะเฉพาะตัวของสัตว์เลี้ยง ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนในสังคมวงกว้าง (Pet Celebrity) และถูกพัฒนาเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีผู้ติดตามผ่านโซเชียลมีเดีย (Petfluencer) ช่วยยกระดับสถานะของสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเลี้ยงดูมีแนวโน้มปรับเพิ่มในอัตราเร่ง

โดยคาดว่าปัจจุบันค่าเลี้ยงดูเฉลี่ยของการเลี้ยงแบบสมาชิกในครอบครัวอยู่ที่ราว 50,500 บาทต่อตัวต่อปี หรือเพิ่มขึ้นกว่า 22.9% จากปีก่อนที่อยู่ราว 41,100 บาทต่อตัวต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงดูแบบปล่อยอิสระแบบดั้งเดิมที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 7,910 บาทต่อตัวต่อปีถึง 6 เท่าตัว

ดังนั้น ชัดเจนว่าการยกระดับบทบาทสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวได้สร้างเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจสัตว์เลี้ยงอย่างมีนัย และเป็นแรงส่งสำคัญในการผลักดันให้มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงเติบโตในปี 68 อยู่ที่ 9.2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 13.2% บนการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 6 ปี (ปี 62-68) ที่เฉลี่ยสูงถึงปีละ 18.9%

โดยรูปแบบการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยแบ่งออกเป็นดังนี้

1. กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง และบริการรักษาสัตว์เลี้ยง เป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสรูปแบบการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว (Pet Humanization) ที่เจ้าของให้ความสำคัญแก่สัตว์เลี้ยงประหนึ่งสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้รูปแบบการดูแลสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเน้นอาหารเฉพาะที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาในอนาคตลง จากการให้อาหารที่ไม่เหมาะสมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงในระยะยาว รวมถึงอาหารสัตว์ในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ในรูปแบบดังกล่าว ส่วนใหญ่มักใช้อาหารเกรดพรีเมี่ยมที่มีราคาสูง เช่น อาหารเปียก รวมถึงผู้เลี้ยงบางกลุ่มก็เลือกใช้อาหารดิบที่ไม่ผ่านความร้อน (BARF) ที่มีราคาสูง นอกจากนี้ เทรนด์ในปัจจุบันอาหารสัตว์เลี้ยงก็พัฒนาขึ้นในรูปแบบอาหารเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ (Functional Pet Food) ที่นอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมยังส่งผลดีต่อพัฒนาการและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงปี 68 ขยายตัวโดยมีมูลค่าแตะ 6.24 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 16.5% บนค่าเฉลี่ยการเติบโตของมูลค่าตลาดย้อนหลัง 6 ปี (CAGR) ที่ 20.5%

ขณะเดียวกัน สอดคล้องกับบริการรักษาสัตว์ที่มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นจากความตระหนักในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง และเมื่อสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยจึงกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้มูลค่าบริการรักษาสัตว์เติบโตต่อเนื่องที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 6 ปีที่ 17.9% ด้วยมูลค่า 6.99 พันล้านบาท ในปี 68

2. กลุ่มอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะได้รับแรงหนุนจากการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว แล้วมูลค่าของอุตสาหกรรมยังมีการเร่งตัวในช่วง 2-3 ปีผ่านมา จากกระแสการเลี้ยงเสมือนคนในครอบครัวแบบตามใจ และสมาชิกในครอบครัวที่สามารถสร้างรายได้ (Petfluencer)

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง อาจเผชิญข้อจำกัดเฉพาะ เช่น ลักษณะที่สินค้าเป็นสินค้าคงทนรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์อาจมีความถี่ต่ำกว่ากลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ของเล่นที่อาจมีข้อจำกัดการใช้งานไม่สามารถทำให้มีรูปแบบความซับซ้อนเสมือนของเล่นของคนได้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มการเติบโตที่ต่ำกว่ากลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงอื่นโดยเติบโตราว 6% ที่มูลค่าราว 2.13 หมื่นล้านบาท

ในขณะที่ธุรกิจให้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนทางตรงจากกระแสเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว ส่งผลให้รูปแบบการให้บริการเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม เช่น สปาสัตว์เลี้ยง บริการด้านสุขภาพทางเลือก ส่งผลให้ตลาดเติบโตแตะ 1.04 พันล้านบาท บนค่าเฉลี่ยการเติบโตย้อนหลัง 6 ปีที่สูงถึง 20.0% และคาดว่ายังคงรักษาโมเมนตัมเติบโตอย่างต่อเนื่องได้

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 69 ttb analytics ยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่ามีมูลค่าเติบโตทะลุหลักแสนล้านบาท อยู่ที่ประมาณ 1.01 แสนล้านบาท รวมถึงยังคาดว่าจะมีแรงส่งต่อในอนาคต เมื่อแนวคิดการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ในปัจจุบัน เริ่มกลายเป็นบรรทัดฐานของสังคมยุคใหม่ ส่งผลให้กลุ่มผู้คนที่แม้ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ อาจต้องยอมรับบทบาทที่ตนเองต้องอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงของผู้อื่นมากขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการไม่ว่าจะร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ศูนย์การค้า หรือโรงแรมที่พัก ล้วนเริ่มปรับตัวเพิ่ม “โซนต้อนรับสัตว์เลี้ยง” (Pet Friendly) มากขึ้นอย่างชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมพาสัตว์เลี้ยงไปไหนมาไหนด้วยเสมือนเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวอีกคนหนึ่ง

ดังนั้น จากกระแสสังคมที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าบริบทที่สัตว์เลี้ยงถูกเลี้ยงเสมือนส่วนหนึ่งของครอบครัวกำลังเริ่มพัฒนากลายเป็น “ส่วนหนึ่งของสังคม” ไปแล้ว ซึ่งช่วยให้การเลี้ยงสัตว์ในอนาคตสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น สถานที่หรือข้อจำกัดด้านการดูแล ทำได้ง่ายขึ้น และเป็นปัจจัยหนุนให้ผู้คนเริ่มตัดสินใจหันมาเลี้ยงสัตว์ภายใต้สังคมที่เป็นที่มิตรกับสัตว์เลี้ยง และผลักดันมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยให้เติบโตในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...