สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 68 8:34: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 62.49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 87 เซ็นต์ หรือ 1.4%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 65.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 88 เซ็นต์ หรือ 1.4% ซึ่งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 สัญญา ปรับตัวเพิ่ม 2.4% และ 1% ตามลำดับ
ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดในวันศุกร์โดยปรับตัวสูงขึ้น และเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน จากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่คลี่คลาย แม้ว่าจะถูกกดดันจากความคาดหวังเรื่องอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากอิหร่านและกลุ่ม OPEC+
*** ความพยายามของพรรครีพับลิกัน ในการผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านสภาคองเกรส ดูเหมือนจะประสบปัญหา หลังสมาชิกพรรครีพับลิกันสายอนุรักษนิยมสุดโต่ง เรียกร้องให้มีการตัดงบประมาณโครงการ Medicaid มากขึ้น เพื่อแลกกับการสนับสนุนในการลงคะแนนขั้นตอนสำคัญ โดยประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรเตือนว่า การลงคะแนนเสียงในวันศุกร์ อาจถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากมีการคัดค้านร่างกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้หนี้ของประเทศพุ่งสูงขึ้นเป็นหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับปัจจุบันที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในทศวรรษหน้า
*** มูดี้ส์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงถึง 36 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการลดภาษี และอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก โดยมูดี้ส์เคยให้อันดับความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด Aaa แก่สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1919 และเป็นหน่วยงานจัดอันดับเครดิตเจ้าใหญ่เจ้าเดียวที่ยังไม่เคยปรับลดอันดับของสหรัฐฯ จนกระทั่งครั้งนี้ โดยการปรับลดอันดับครั้งนี้ จะลดลง 1 อันดับ เป็น Aa1
*** ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแผนจะลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 10% ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามในวงกว้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปรับโครงสร้างรัฐบาลกลางให้มีความกระชับมากขึ้น โดยประธานเฟดระบุว่า เขาได้สั่งให้ผู้นำของเฟดหาวิธี ปรับลดแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อควบคุมการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายลดจำนวนพนักงานทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 24,000 คน ลงประมาณ 10% ภายใน ไม่กี่ปีข้างหน้า
*** การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยชาวต่างชาติ พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมี.ค. ตามข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งต่อหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง โดยการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 9.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นกว่า 2.33 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 8.81 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก.พ. เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 12%
*** หนังสือพิมพ์ Omaha World-Herald รายงานว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการของ Berkshire Hathaway จะไม่ขึ้นกล่าวบนเวทีตามปกติในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2026 ของบริษัท โดยรายงานระบุว่า นายบัฟเฟตต์จะนั่งร่วมกับคณะกรรมการบริษัท ในขณะที่ เกร็ก อาเบล ผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและว่าที่ซีอีโอคนใหม่ จะเป็นผู้ตอบคำถามแทน
*** เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจรจากับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ในกรุงโรม ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังผลักดันให้สงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลงโดยเร็ว โดยการเจรจาดังกล่าว มีมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และอันดรีย์ เยอร์มัค ที่ปรึกษาอาวุโสของเซเลนสกี เข้าร่วมด้วย
*** อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน วัย 82 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น "มะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรง" ที่ลุกลามเข้าสู่กระดูกแล้ว โดยตามแถลงการณ์ระบุว่า ไบเดนมีอาการทางระบบปัสสาวะก่อนจะได้รับการวินิจฉัยในเวลาต่อมา โดยในขณะนี้ทั้งตัวเขาและครอบครัวกำลังปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสม ด้านสำนักงานอธิบายว่า แม้ว่านี่จะเป็นมะเร็งชนิดรุนแรง แต่พบว่าเซลล์มะเร็งตอบสนองต่อฮอร์โมน ซึ่งทำให้สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางการแพทย์จัดให้มะเร็งที่ลุกลาม (metastasized) อยู่ในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะรุนแรงที่สุด โดยปกติแล้วมะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่มักตรวจพบในระยะเริ่มต้น
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า วอลมาร์ท ควร แบกรับภาระภาษีเองแทนที่จะโทษว่าภาษีนำเข้าสินค้าจากนโยบายของรัฐบาล ทำให้ต้องปรับขึ้นราคาสินค้า โดยความเห็นนี้ ถือเป็นการตอบโต้หลังยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรายใหญ่ของโลกแจ้งว่า จะต้องปรับขึ้นราคาบางสินค้าในปลายเดือนนี้ เนื่องจากภาระภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น โดยทรัมป์โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า วอลมาร์ทควรหยุดโทษมาตรการภาษีว่าเป็นสาเหตุที่ต้องขึ้นราคา ทุกปีวอลมาร์ททำเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าเป้าอย่างมาก พร้อมเสริมว่า ระหว่างวอลมาร์ทกับจีน พวกเขาควรจะแบกรับภาษีเอง ไม่ควรผลักภาระให้ผู้บริโภค ด้านวอลมาร์ทชี้แจงว่า บริษัทพยายามรักษาราคาสินค้าให้ต่ำที่สุดเสมอ และจะยังคงทำเช่นนี้ต่อไป
*** OpenAI มีแผนที่จะร่วมพัฒนาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แห่งใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอนาคต โดย ผู้สร้าง ChatGPT คาดว่าจะเป็นหนึ่งในผู้เช่าหลักของโครงการศูนย์ข้อมูลขนาด 5 กิกะวัตต์ในกรุงอาบูดาบี อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า การมีส่วนร่วมของ OpenAI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าอาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
*** รายงานของกลุ่มวิจัยภายใต้กระทรวงกลาโหมอินเดียระบุว่า จีนส่งมอบการสนับสนุนด้านการป้องกันทางอากาศและดาวเทียมแก่ปากีสถาน ระหว่างการสู้รบกับอินเดียในเดือนนี้ โดยจีนมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในความขัดแย้งครั้งนี้มากกว่าที่เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจีนช่วยให้ปากีสถานปรับระบบเรดาร์และระบบป้องกันทางอากาศใหม่ เพื่อตรวจจับการส่งกำลังทหารและอาวุธของอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
*** เจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia จะเป็นผู้เปิดงาน Computex ที่ไต้หวันในวันจันทร์นี้ โดยคาดว่าจะพูดถึงความก้าวหน้าของบริษัทในด้าน ระบบเซิร์ฟเวอร์ AI, ผลิตภัณฑ์คลาวด์คอมพิวติ้ง และหุ่นยนต์ โดยการบรรยายของเจนเซ่น หวงจะใช้เวลา 90 นาที เริ่มตอน 11:00 น. (ตามเวลาไต้หวัน) ที่ Taipei Music Hall เดิมที Nvidia ซึ่งตั้งอยู่ที่ ซานตา คลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย มีอุตสาหกรรมหลักอยู่ที่พีซี แต่ในงาน Computex บริษัทมักใช้โอกาสนี้เปิดตัว การ์ดกราฟิกใหม่สำหรับเกม โดยก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี Nvidia ได้เปิดตัว ชิปกราฟิกรุ่นใหม่ ในงาน CES ที่ลาสเวกัส แล้ว
*** เจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia เปิดเผยว่า บริษัทกำลังประเมินวิธีจัดการกับตลาดจีน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดข้อจำกัดการขายชิป Hopper H20 ในจีน แต่ยืนยันว่าจะไม่พัฒนาชิปรุ่นอื่นจากซีรีส์ Hopper อีก โดยเจนเซ่น หวงซึ่งย้ำเสมอว่า จีนมีความสำคัญต่อการเติบโตของ Nvidia ได้เดินทางไปจีนทันที หลังสหรัฐฯ ออกข้อจำกัดใหม่สำหรับการส่งชิป H20 ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นเดียวที่บริษัทสามารถขายได้อย่างถูกกฎหมายในจีน โดยก่อนหน้านี้ Nvidia มีแผนเปิดตัวชิป H20 เวอร์ชันลดสมรรถนะสำหรับจีนภายใน 2 เดือนข้างหน้า เพื่อพยุงยอดขายในประเทศ หลังจากเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งท้องถิ่นอย่าง หัวเว่ย
*** จีนประกาศว่า จะขึ้นภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับสินค้า โพลีออกซีเมทิลีนโคโพลิเมอร์ (POM copolymers) ซึ่งเป็นพลาสติกวิศวกรรมชนิดหนึ่งที่นำเข้าจากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยมีอัตราภาษีสูงสุดอยู่ที่ 74.9% โดยการตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลสรุปจากการสอบสวนที่กระทรวงพาณิชย์จีนเริ่มต้นขึ้นในเดือนพ.ค. 2024 ซึ่งเริ่มไม่นานหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่มภาษีนำเข้าสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า ชิปคอมพิวเตอร์ และสินค้านำเข้าอื่น ๆ จากจีน อย่างรุนแรง
ทั้งนี้ POM copolymers เป็นวัสดุที่สามารถใช้ทดแทนโลหะบางชนิดได้ เช่น ทองแดงและสังกะสี และมีการใช้งานหลากหลายในอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งอัตราภาษีสูงสุด 74.9% จะถูกนำมาใช้กับสินค้านำเข้าจาก สหรัฐฯ ขณะที่สินค้าจาก สหภาพยุโรป จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 34.5%
*** จีน เตือนเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ให้ลดค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองในการเดินทาง อาหาร และพื้นที่สำนักงาน ซึ่งเป็นสัญญาณเพิ่มเติมถึงการผลักดันนโยบายรัดเข็มขัดโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สร้างความตึงเครียดให้กับงบประมาณของรัฐบาล โดยประกาศที่ออกโดยรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งนี้ ยังครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการต้อนรับและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ด้วย
*** เซิง ยู่ชุน ประธานบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ CATL เปิดเผยว่า ยอดขายรถบรรทุกหนักไฟฟ้าในจีนอาจเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของยอดขายทั้งหมดภายในปี 2028 จากปัจจุบัน (ปี 2024) ที่มีสัดส่วนเพียง 10% โดยข้อความดังกล่าวถูกกล่าวขึ้นในงานเปิดตัวระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถบรรทุกไฟฟ้า ของ CATL และได้รับการรายงานโดย Jiemian สื่อออนไลน์ในเครือของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ โดยสะท้อนแนวโน้มความท้าทายต่อความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการขนส่งทางบก ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้รับผลกระทบจากการเติบโตของรถบรรทุกที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
ทั้งนี้ CATL เพิ่งประกาศว่า ได้เปิดสายการผลิต ฐานผลิตแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานและรถยนต์ไฟฟ้า ขนาด 60 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ในมณฑลซานตง ซึ่งนับเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งแรกของบริษัทในภาคเหนือของจีน
*** บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนอย่าง อาลีบาบา เทนเซ็นต์ และ JD.com รายงานผลประกอบการประจำสัปดาห์นี้ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคจีน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในด้านการโฆษณา โดยอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ เปิดเผยว่า ยอดขายของกลุ่ม เถาเป่า (Taobao) และเทียนเหมา (Tmall) เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็นมูลค่า 101,370 ล้านหยวน (13,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก FactSet คาดการณ์ไว้ที่ 97,940 ล้านหยวน และยังสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ย 3% ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.
*** บริษัทจาก จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงอย่างน้อย 5 แห่ง กำลังวางแผนเสนอขายหุ้น IPO แบบ Dual listing หรือเพิ่มทุน ในตลาดสิงคโปร์ภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าโลก โดยบริษัทเหล่านี้ประกอบด้วย บริษัทพลังงานจากจีน กลุ่มธุรกิจสาธารณสุขจีน และบริษัทไบโอเทคจากเซี่ยงไฮ้ ซึ่งการขึ้นทะเบียนดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ที่แม้จะเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนสูง เช่น กองทุน REITs แต่ยังคงประสบปัญหาในการดึงดูดการจดทะเบียนขนาดใหญ่และเพิ่มปริมาณการซื้อขาย
*** เศรษฐกิจอิสราเอลฟื้นตัวในไตรมาสแรก หลังจากการหยุดยิงชั่วคราวในฉนวนกาซา ซึ่งสิ้นสุดลงกลางเดือนมี.ค. ก่อนจะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยสำนักงานสถิติกลางอิสราเอลรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 3.4% เมื่อปรับตามฤดูกาลและคำนวณเป็นอัตรารายปี โดยตัวเลขดังกล่าว ต่ำกว่าค่ามัธยฐานที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยแบบสำรวจของบลูมเบิร์กจากนักเศรษฐศาสตร์ 9 คนคาดการณ์ไว้ที่ 3.5%
ด้านธนาคารกลางอิสราเอลคาดการณ์การเติบโตทั้งปีไว้ที่ 3.5% ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายนี้ เศรษฐกิจจะต้องรักษาระดับการเติบโตในลักษณะเดียวกันไปอีก 3 ไตรมาสข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากหากการเจรจาหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่ไม่ประสบผลสำเร็จ และอิสราเอลต้องเรียกกำลังสำรองเพิ่มเติม
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ