โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธ.ก.ส.ดัน “ข้าวอุ่นอิ่ม” สู่โมเดลสร้างรายได้ยั่งยืนเกษตรกร

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 11.14 น.

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.พร้อมเดินหน้าเพิ่มศักยภาพและยกระดับรายได้เกษตรกร ผู้ประกอบการเกษตร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)

ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ทั้งด้านการผลิต เทคโนโลยี นวัตกรรม และการตลาด ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดตลอดห่วงโซ่ ตามแนวทางในการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture)

หัวใจของกลไกนี้คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น ด้วยแนวคิด “ทำน้อยได้มาก” ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ การเพิ่มคุณภาพ และการปรับภาพลักษณ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

หนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน คือ ข้าวพร้อมทานแบรนด์ “อุ่นอิ่ม” ของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด (สกต.ร้อยเอ็ด)

ธ.ก.ส. ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิ GI ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยนำเทคโนโลยี Retort หรือการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนมาใช้ในการแปรรูปข้าวให้สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิห้องได้นานถึง 18 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น

และยังสามารถนำไปอุ่นในไมโครเวฟเพียง 60 วินาทีก็รับประทานได้ทันที ทำให้ข้าวธรรมดากลายเป็นสินค้าพร้อมทานที่มีความสะดวก ถูกสุขลักษณะ และน่ารับประทาน

ธ.ก.ส. ยังสนับสนุนการต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยการพัฒนาเมนูจากข้าวกล้องหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

นับตั้งแต่เริ่มจำหน่ายในเดือนกันยายน 2567 จนถึงปัจจุบัน ข้าว “อุ่นอิ่ม” สามารถสร้างยอดขายรวมได้กว่า 1.8 ล้านบาท จากปริมาณกว่า 40,000 ถ้วยภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือน ซึ่งถือเป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่

แผนการในอนาคต ยังเตรียมขยายโมเดล “อุ่นอิ่ม” ไปยังสหกรณ์อื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่น สกต.นครปฐม ที่มีข้าว กข.43 ซึ่งมีน้ำตาลต่ำ และ สกต.สุรินทร์ ที่มีข้าวหอมนิลและข้าวหอมมะลิอินทรีย์ โดยวางเป้าหมายว่าในปีบัญชี 2568 (1 เม.ย. 2568 – 31 มี.ค. 2569) จะสามารถสร้างยอดขายข้าว “อุ่นอิ่ม” จากทุกประเภทได้มากกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรสมาชิกของแต่ละสหกรณ์มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ธ.ก.ส.ยังจะขับเคลื่อนสินค้าชุมชนผ่านช่องทางการตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นคือ BAAC Branch Outlet โดยในปีบัญชี 2567 มีสาขาทั่วประเทศถึง 387 แห่ง และตั้งเป้าจะเพิ่มเป็นกว่า 600 แห่งในปี 2568 พร้อมขยายกิจกรรม “BAAC Outlet Mobile” เพื่อออกบูธจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ชุมชน ห้างสรรพสินค้า หรือหน่วยงานราชการ ช่วยให้สินค้าของเกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ธ.ก.ส. ยังเดินหน้าโครงการยกระดับสินค้า A-Product ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เช่น GAP (Good Agricultural Practices) โดยเน้นการ Re-package และ Re-design เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ตลาดกลางถึงบน และนำไปสู่การพัฒนาสินค้า Glam Agro หรือ “สินค้าเกษตรติดแกลม” ที่สามารถวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า หรือส่งออกต่างประเทศได้

ธ.ก.ส. ยังผลักดันการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างสถาบันเกษตรกรกับพันธมิตรทางการค้า ทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าว่าจะจับคู่ธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 90 คู่ และสามารถรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรได้มากกว่า 700,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,900 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้เกษตรกรในวงกว้าง

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,108 วันที่ 26 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...