โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พปชร. พร้อมลงชื่อร่วมญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

The Reporters

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.50 น.

พปชร. พร้อมลงชื่อร่วมญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เชื่อ ประชาชนพร้อมลงชื่อไล่นายกฯ ด้วย ชี้ นโยบายปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ‘ปากว่าตาขยิบ’ ไม่มีผลเป็นรูปธรรม

วันนี้ (25 มิ.ย. 68) พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่พรรคภูมิใจไทยจะรวมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ลงชื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 3 วันที่ 3 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

กรณีดังกล่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าการกระทำของท่านนายกฯ ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยของประเทศ หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป และเห็นด้วยกับพรรคภูมิใจไทยที่จะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ เหลืออีก 10 กว่าเสียง พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เหลือเห็นด้วยแน่ เชื่อว่า หากประชาขนลงชื่อไล่นายกฯ ได้ ประชาชนก็พร้อมลงชื่อด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ประชาชนคับข้องใจและเคลือบแคลงใจสงสัยการทำงานของนายกฯ และรัฐบาล นับตั่งแต่เกิดเหตุความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทภ.2 เสนอให้ปิดด่านเพื่อตัดกำลังการส่งสินค้า โดยเฉพาะน้ำมัน ซึ่งถือเป็นยุทธปัจจัย และการตัดไฟฟ้า อินเทอร์เน็ท เพื่อตัดกำลังและเส้นทางนักพนันที่เป็นกลุ่มทุนฝ่ายตรงข้าม แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับนิ่งเฉย สอดคล้องกับบทสนทนาที่ฮุนเซนนำมาเผยแพร่ ตลอดจนการมองกองทัพภาค 2 และทหารไทยเป็นฝ่ายตรงข้าม ส่วนตนเองเป็นญาติฝ่ายเดียวกับฮุนเซน และยินยอมทำทุกอย่างตามที่ฮุนเซนต้องการ ไม่ต้องแปลความอะไรมาก คนไทยทั้งประเทศได้ยินเข้าใจชัดเจน

ทั้งนี้ ขอชื่นชม พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ที่สั่งปิดด่านตามแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามต่าง ๆ และอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนแก๊งคอลเซ็นเตอร์และไฮบริดสแกม ถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายกัมพูชาได้เป็นอย่างดี ช่วยคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกทางหนึ่ง

ส่วนรัฐบาลมีเพียงลมปาก ความสามารถและความจริงใจในการแก้ปัญหาแก็งคอลเซนเตอร์ ไม่มีเป็นรูปธรรมชัดเจน หากนายกฯ แน่จริง สั่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผ่านจากไทยไปกัมพูชาในรอบสองปีที่เพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล จะเห็นว่ามีเงินโอนออกไปเท่าไหร่ ผ่านช่องทางใดบ้าง และรัฐบาลมีปัญญาทวงเงินกลับคืนมาหรือไม่

ธุรกรรมทางการเงินทุกรูปแบบที่ผ่านกลุ่มฮวยวัน (Huione Group) ไม่ว่าจะเป็น Huione Pay ,Huione Guarantee ,Huione Crypto ,HuiOne International Payments, HuiOne Warranty หรือ Huiwang Warranty ซึ่งกลุ่มบริษัทฯดังกล่าวถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ในข้อกล่าวหาฟอกเงินให้กับแก๊งอาชญากรทั่วเอเชีย รวมถึงแฮกเกอร์เกาหลีเหนือที่อยู่เบื้องหลังคดีล้วงข้อมูล และอาชญากรรมไซเบอร์

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม “นายพัด สุภาภา” หรือ “ลี ยง พัด” เจ้าพ่อกาสิโนเกาะกง และสีหนุวิลล์ ภายใต้ LYP Group และ Tudou Guarantee รวมทั้ง นาย ตือ ค.ม. มีความสนิทสนมกับคนใกล้ตัวนายกฯ จึงไม่แปลกใจเลยว่าการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในไทยจึงเป็นไปอย่างไม่เอาจริงเอาจังเท่าที่ควร

กรณี ‘เสี่ยวโป’ ที่ถูกจับในข้อหาค้าอาวุธสงคราม และปลอมแปลงเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทางการทูตจีน เคยเป็นข่าวใหญ่ในไทย ก็ยังคงประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับทั้ง อาวุธสงคราม, ระบบ Call Center, กาสิโน และการฟอกเงินที่กัมพูชาก็มีความสนิทสนมกับคนใกล้ตัวนายกฯ เช่นกัน

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพรรคเพื่อไทยถึงอยากเขี่ยภูมิใจไทยออก และอยากได้ มท.1 เพราะอยากขับเคลื่อนกาสิโนเสรีให้เป็นผล ดังนั้น นโยบายปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นเพียงปากว่าตาขยิบ ไม่มีผลเป็นรูปธรรมชัดเจน และไม่มีปัญญาติดตามเงินที่ถูกหลอกไปมาคืนผู้เสียหาย” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...