โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ภูมิธรรม"ยันรัฐบาลกองทัพเป็นเอกภาพ ไม่หวั่นปมสว.ยื่นถอดนายกฯ

PostToday

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 23.04 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 05.53 น.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงถึงสถานการณ์การเมืองหลังมีความเคลื่อนไหวจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ยื่นคำร้องขอถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

นายภูมิธรรมระบุว่า “ไม่รู้สึกกังวลใจ” กับกระบวนการทางกฎหมายดังกล่าว เพราะมองว่าคดีที่ถูกยื่นยังไม่มีน้ำหนักหรือหลักฐานเพียงพอจะนำไปสู่การวินิจฉัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยบางประเด็นที่นำมากล่าวหา ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดชัดเจน และบางข้อกล่าวหาก็ไม่ใช่การกระทำโดยตรงของนายกรัฐมนตรีเอง

“เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าห่วง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญตอนนี้ คือการเดินหน้าทำงานร่วมกัน เพื่อให้บ้านเมืองผ่านช่วงเวลาสำคัญนี้ไปได้” นายภูมิธรรมกล่าว พร้อมเน้นว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ “ความเป็นเอกภาพของคนไทยทั้งประเทศ” ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่พรรคร่วมรัฐบาลยังคงรวมตัวเหนียวแน่น

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรมยังกล่าวยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลและกองทัพ “ไม่มีปัญหาใด ๆ” โดยมีการประชุมหารือร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และมีการมอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารบก และกองทัพในแต่ละภาครับผิดชอบการดูแลพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 2 ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ไทย–กัมพูชาในปัจจุบัน

“ขอย้ำว่ารัฐบาลกับกองทัพทำงานร่วมกันเสมอ ไม่ใช่ภาพที่ฝ่ายหนึ่งเดินหน้า แต่อีกฝ่ายนิ่งเฉยตามที่บางคนพยายามบิดเบือน” นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นคงของรัฐบาล ภายหลังเกิดการถอนตัวของบางพรรคการเมือง นายภูมิธรรมตอบอย่างมั่นใจว่า “รัฐบาลยังมั่นคง 100 เปอร์เซ็นต์” และเชื่อว่าการปรับคณะรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ จะยิ่งทำให้เห็นภาพการบริหารแบบใหม่ที่มีพลังและแตกต่างจากที่ผ่านมา

ต่อกรณี ส.ว. ยื่นถอดถอนนายกฯ

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ลงนามในหนังสือยื่นต่อ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีแพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน โดยอ้างว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและจริยธรรมร้ายแรง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ส.ว. และประธานคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา ได้ออกแถลงการณ์ร่วม พร้อมรวบรวมรายชื่อ ส.ว. ที่เห็นควรให้นายกรัฐมนตรีลาออก โดยกล่าวหาว่านายกฯ แสดงพฤติกรรมขาดภาวะผู้นำ และมีแนวโน้มไม่ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติ

คำร้องระบุว่า เนื้อหาในคลิปเสียงมีการพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเป็น “คนละฝ่าย” และมีท่าทีอ่อนข้อให้กับผู้นำกัมพูชา จึงถูกมองว่าอาจเป็นการดูหมิ่นกองทัพไทย และลดทอนความมั่นคงของชาติ ทั้งยังอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมาตรา 170 ว่าด้วยการสิ้นสุดสถานภาพ

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการทหารยังชี้ว่า การกระทำของนายกฯ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตรา รวมถึงมาตรา 257 ซึ่งเกี่ยวกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการแสดงความขัดแย้งกับแม่ทัพภาคที่ 2 ถือเป็นการสร้างความแตกแยกในชาติ ขัดกับหลักคุณธรรมของผู้นำประเทศ

ม็อบ 28 มิ.ย. – รัฐบาลไม่หวั่น

นายภูมิธรรมยังตอบคำถามถึงกระแสข่าวการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยระบุว่า “การชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีเหตุผล” พร้อมเตือนว่า หากมีเจตนาจะก่อความไม่สงบหรือบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้

“ประเทศชาติเจ็บช้ำมามากพอแล้ว เรากำลังเผชิญปัญหาสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งบริเวณชายแดน การคุกคามทางเศรษฐกิจ หรือภัยความมั่นคงทางพลังงาน เช่น การปิดอ่าวน้ำมันในบางภูมิภาคของโลก” นายภูมิธรรมกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกติกาและไม่ใช้วิธีการใดที่ซ้ำเติมสถานการณ์

“หากใครมีทัศนคติ วิจารณ์ หรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ก็สามารถแสดงออกในกรอบของกฎหมายได้ แต่ไม่ควรใช้การชุมนุมเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสร้างความปั่นป่วน เพราะสิ่งที่กัมพูชาต้องการเห็นมากที่สุดในเวลานี้ คือความอ่อนแอของเราเอง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...