โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แบคทีเรียก็มีดี! นักวิทย์พบ “เชื้ออีโคไล” เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นยาแก้ปวดได้

เดลินิวส์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 16.14 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.04 น. • เดลินิวส์
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีใช้เชื้อแบคทีเรีย “อีโคไล” ในการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นยาแก้ปวดยอดนิยม แม้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตั้งข้อสงสัยว่า เทคนิคดังกล่าวจะสามารถช่วยต่อสู้กับมลพิษพลาสติกได้หรือไม่

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่า พาราเซตามอล หนึ่งในยาสามัญประจำบ้านที่มีการใช้อย่างแพร่หลายที่สุดทั่วโลก ถูกผลิตขึ้นจากอนุพันธ์ของเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งผู้รับเหมาช่วงในเอเชีย มักผลิตโดยใช้กรรมวิธีที่มีต้นทุนต่ำ แต่ก่อมลพิษ ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

นอกจากนี้ โลกกำลังเผชิญกับวิกฤติมลพิษพลาสติกที่รุนแรงขึ้น ซึ่งประเทศต่าง ๆ เตรียมจัดการเจรจารอบใหม่ในเดือน ส.ค. นี้ โดยหวังที่จะลงนามในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยจากสหราชอาณาจักร ซึ่งอยู่เบื้องหลังการศึกษาครั้งใหม่นี้ พยายามหาทางแก้ปัญหาทั้งสองอย่าง ด้วยการดึงเอา “ปัญหาที่สาม” เข้ามาใช้ นั่นคือ เชื้ออีโคไล ซึ่งทำให้ผู้คนล้มป่วย เมื่อพวกเขารับประทานอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรียชนิดนี้

ในขั้นตอนแรก นักเคมีใช้โมเลกุลที่ได้มาจากพลาสติกโพลีเอทิลีน เทเรฟทาเลต หรือ “พีอีที” เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีในสายพันธุ์ของเชื้ออีโคไล และด้วยการดัดแปลงพันธุกรรมของแบคทีเรีย นักเคมีจึงสามารถเปลี่ยนโมเลกุลให้กลายเป็น “อะเซตามีโนเฟน” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “พาราเซตามอล”

“งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า พลาสติกพีอีที ไม่ได้เป็นแค่ขยะ หรือวัสดุที่จะกลายเป็นพลาสติกมากขึ้นเท่านั้น แต่มันยังสามารถถูกจุลินทรีย์เปลี่ยนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าได้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการรักษาโรค” นายสตีเฟน วอลเลซ ผู้นำการศึกษา กล่าวในแถลงการณ์.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...