โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทั่วโลกจับตาอิหร่านจะเอาคืนอย่างไร หลังสหรัฐฯ ถล่มโรงงานนิวเคลียร์ยับ

Amarin TV

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 03.21 น.
ผู้นำอิสราเอลชี้อิหร่านเสียหายหนัก หลังสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งยับ พร้อมเผยว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีขีปนาวุธทั่วอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

อิหร่านเสียหายหนัก ยังประเมินไม่เสร็จ

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลก แถลงว่า เหตุการณ์ที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในเมืองฟอร์โดว์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 มิถุนายน 68) ทำให้โรงงานดังกล่าวได้รับ "ความเสียหายอย่างมาก" ซึ่งตัวเลขความเสียหายยังคงต้องประเมินกันต่อไป ซึ่งอิสราเอลจะเร่งตรวจสอบสถานการณ์ และไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม อิสราเอลจะทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีภัยคุกคามจากโรงงานนิวเคลียร์เหล่านี้

นอกจากนี้ การเดินหน้าโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้น ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากดีลแลกเปลี่ยนของสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่า มาจากการเรียกร้องให้อิสราเอลยุติความขัดแย้งในกาซา ในประเด็นนี้ นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใด ๆ เลย สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ธรรมชาติความสัมพันธ์ของอิสราเอลและสหรัฐฯ เราพูดคุยกันอย่างเปิดเผย เราพูดคุยกันในฐานะเพื่อน เพื่อนแท้ และทรัมป์เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม

สหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์สำคัญ 3 แห่งของอิหร่าน ได้แก่ ฟอร์โดว์ (Fordow), นาทานซ์ (Natanz) และอิสฟาฮาน (Isfahan) โดยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 และยิงขีปนาวุธ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าวประสบความสำเร็จ และระบุว่าเป็นการทำลายภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ

อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายทั่วโลกถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจขยายวงกว้างขึ้น อิหร่านได้ออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ และยื่นเรื่องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อขอเรียกประชุมฉุกเฉิน

อิสราเอล - อิหร่าน สมรภูมิเดือดต่อเนื่อง

กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า มีการยิงขีปนาวุธระลองใหม่ของอิหร่านไปที่อิสราเอลแล้ว โดยแถลงการณ์จากกองทัพอิสราเอลระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีเสียงไซเรนดังขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วอิสราเอล หลังจากตรวจพบขีปนาวุธที่อิหร่านยิงมายังประเทศอิสราเอล ล่าสุด กองทัพสั่งการให้ประชาชนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน

หน่วยงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติของอิสราเอล กล่าวว่า ยังไม่ได้รับสายโทรศัพท์ใดๆ เข้ามายังสายด่วนของหน่วยงานเกี่ยวกับการล้มหรือการบาดเจ็บ "ยกเว้นกรณีที่เกิดอาการวิตกกังวลและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างเดินทางไปยังพื้นที่คุ้มครอง" อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวกับ CNN ว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธเพียงลูกเดียวและถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลสกัดกั้นได้

ด้านสำนักข่าว Nour News ที่มีเครือข่ายอยู่ในรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้โจมตีเมืองพาร์ชิน (Parchin) ซึ่งเป็นฐานทัพขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน แต่กองทัพอิหร่านระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านสามารถสกัดกั้นอาวุธนิวเคลียร์และการโจมตีของอิสราเอลได้สำเร็จ

นอกจากนี้ กองทัพอากาศอิสราเอลโจมตีดาวเทียมทางทหารและสถานที่เรดาร์ในเมืองเคอร์มันชาห์และฮาเมดานทางตะวันตกของอิหร่าน รวมไปถึงสถานที่จัดเก็บและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการยิงขีปนาวุธ ระบุว่า “กองทัพอิสราเอลยังคงพยายามลดดความสามารถทางทหารของอิหร่าน ด้วยการโจมตีทางอากาศเหนือน่านฟ้าของอิหร่านเพื่อปกป้องอิสราเอล”

แนวโน้มสงครามอิหร่าน-อิสราเอล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์แห่งอังกฤษเมื่อเย็นวันอาทิตย์ หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านในช่วงเช้าวันเดียวกัน แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุว่า “บรรดาผู้นำได้หารือถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและย้ำถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอาจก่อให้เกิดต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ พวกเขาหารือถึงการดำเนินการของสหรัฐเมื่อคืนนี้เพื่อลดภัยคุกคาม และเห็นพ้องต้องกันว่าอิหร่านจะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”

ทรัมป์และสตาร์เมอร์หารือถึง “ความจำเป็นที่อิหร่านจะต้องกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็วที่สุดและสร้างความก้าวหน้าในการยุติความขัดแย้งที่ยั่งยืน” แถลงการณ์ยังเสริมว่าผู้นำทั้งสองตกลงที่จะ “ติดต่อกันอย่างใกล้ชิด” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ส่วนอิหร่านก็ออกมาตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ รัฐสภาอิหร่านได้มีมติเห็นชอบให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางการค้านำมันที่สำคัญของโลก อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่นั้น จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ หากมีคำสั่งเดินหน้าปิดช่องแคบดังกล่าวจริง จะกระทบต่อราคาน้ำมันโลกอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน ประมาณ 20-30% ของความต้องการทั่วโลก หากปิดจริง อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 120-130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่วนประเทศที่พึ่งพาช่องแคบนี้มากที่สุด ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย และประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จะได้รับผลกระทบโดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...