สั่งปิดทุกด่านใน จ.สระแก้ว ห้ามรถ-คน เข้าออกและงดค้าขายทุกประเภท
สระแก้ว – แม่ทัพภาคที่ 1 สั่งปิดทุกด่านใน จ.สระแก้ว ห้ามรถทุกประเภท นักท่องเที่ยว คนไทยและต่างชาติ เข้า-ออก งดค้าขายทุกประเภท ยกเว้นนักเรียน นักศึกษา และผู้ป่วย ส่วนบรรยากาศก่อนปิดด่านหลายคนไม่คาดคิดว่า จะเป็นการปิดด่านแบบถาวรในเวลาต่อมา ส่วนที่ด่านเขาดิน คนแห่กลับบ้าน บางรายถึงขั้นขนข้าวของและตู้เย็นกลับบ้านในกัมพูชา เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 23 มิ.ย.68 กองทัพบกได้เผยแพร่หนังสือคำสั่งกองทัพบกที่ลงนามโดย พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ลงนามคำสั่งปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกประเภท ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ห้ามยานพาหนะ ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้า-ออก ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และการค้าขายทุกประเภท ยกเว้นนักเรียน นักศึกษา และผู้ป่วย
ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดคำสั่งกองทัพภาคที่ 1 (เฉพาะ) ที่ 944/2568 เรื่อง ควบคุมการเปิด-ปิด จุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) เรื่องควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และคำสั่งกองทัพภาคที่ 1 (เฉพาะ) ที่ 878/2568 เรื่อง ควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า
ด้วยปัจจุบัน ปรากฏข่าวสารทหารกัมพูชามีการรถาอธิปไตยในพื้นที่ของประเทศไทย โดยการลาดตระเวน ปรับปรุงที่มั่น และตัดแปลงภูมิประเทศ รวมถึงมีการนำประชาชนเข้ามาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน ได้รับความเดือดร้อน และเกิดความตึงเครียด
จากสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ที่เดินทางข้ามแดนในพื้นที่กองทัพภาศที่ 1 รวมถึงยังปรากฏการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการ Call Center และ Hybrid Scam ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศ และในภูมิภาคเป็นวงกว้าง กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะที่เป็นหน่วยรับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้ว ได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย จึงให้มีมาตรการดำเนินการ เพิ่มเติมในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ดังนี้
1.งดการผ่านเข้า-ออก ของยานพาหนะทุกประเภท 2.งดการเดินทางผ่านเข้า-ออก ของประชาชน, นักท่องเที่ยว, ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และการค้าขายทุกประเภท 3.ตามข้อ 1 และ ข้อ 2 อนุญาตให้อำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม และความจำเป็น เช่น ด้านการรักษาพยาบาล, การส่งต่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาสกรณีเร่งด่วน และด้านการศึกษาของนักเรียน รวมทั้งการดำเนินการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 23 มิ.ย.68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เมื่อช่วงเวลา 16.00 น.วันนี้ บรรยากาศการปิดด่านที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า จะเป็นการปิดด่านแบบถาวร จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ก่อน พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ลงนามคำสั่งปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกประเภท ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ในช่วงค่ำ โดยบรรยากาศช่วงปิดด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว คงเหลือเพียงชาวกัมพูชาเพียงไม่กี่รายที่เร่งรีบเดินทางเข้าประเทศ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรและทหารพราน ทพ.1201 จะร่วมกันปิดประตูสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ฝั่งไทย ส่วนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ยังหนาแน่นไปด้วยเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาแต่ละฝ่าย ยืนเต็มหน้าด่าน พร้อมสื่อมวลชนกัมพูชา ถ่ายภาพขณะปิดด่าน ซึ่งหลายคนไม่คาดคิดว่า จะเป็นการปิดด่านแบบถาวร ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายไทยเป็นฝ่ายประกาศปิดก่อน
ส่วนที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว บรรยากาศตั้งแต่เปิดด่านในช่วง 09.00 น.ไปจนถึงช่วงเย็นก่อน 16.00 น.มีชาวกัมพูชาแห่เดินทางกลับประเทศจำนวนมาก เหมือนจะรู้ว่า ทางการไทยจะสั่งปิดด่าน ซึ่งหลายครอบครัวหอบลูกจูงหลาน ขนข้าวของ แม้กระทั่งตู้เย็นขนาดใหญ่ พากันแบกข้ามแดนกลับไปฝั่งสำเภาลูน จ.พระตะบอง และในช่วงเย็นจะมีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ จำนวนมาก เร่งนำมันสำปะหลังจากกัมพูชาล๊อตสุดท้ายเข้าประเทศไทย ก่อนที่แม่ทัพภาคที่ 1 จะมีคำสั่งในช่วงค่ำ
แม่ค้าล๊อตเตอรี่ชาวไทยรายหนึ่ง กล่าวว่า กรณีที่ทางการไทยมีมาตรการตอบโต้ฝั่งกัมพูชา หลังทางกัมพูชาห้ามนำผักสดและผลไม้จากฝั่งไทยเข้าไป รวมไปถึงการเปิดให้นำมันสำปะหลังเข้ามาในไทยนั้น กรณีนี้ คนไทยไม่ช่วยไปช่วยเขมรได้ไง ซึ่งมันของคนไทยถูกตีราคาถูก ๆ ไปซื้อแต่มันเขมรเข้ามาทำให้คนไทยไม่มีรายได้ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับการไปซื้อมันจากเขมร มันต้องช่วยคนไทย นายกฯเห็นแต่เขมร ไม่เห็นคนไทย เป็นคนไทยแท้ ๆ แต่ไม่ช่วยคนไทย คือมองว่า คนไทยไม่ควรจะไปซื้อฝั่งโน่น เขาปิดผลไม้ไทย เราก็ปิดไม่ซื้อมันซิ แล้วมาช่วยซื้อของคนไทย ในเมื่อเขาปิดเรา เราก็ต้องปิดบ้าง ของบ้านเรามีไม่ใช่น้อยแล้วซื้อถูก ๆ แล้วไปเอาของเขมรเข้ามาแล้วไม่ช่วยคนไทย มันไม่ถูกต้อง คนไทยก็ต้องช่วยคนไทยไว้ก่อน
—————————-