โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดศึกด่า ! "หลวงพ่อ" เดือดจัดถูกบิณฑบาตตัดหน้า

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 03 ก.พ. 2566 เวลา 03.07 น. • RS PCL
เปิดศึกสงครามผ้าเหลือง ! “หลวงพ่อ” เดือดจัดถูกพระอีกรูปบิณฑบาตตัดหน้า ด่ากราดถึงบุพการี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Ilada Temprom” ได้โพสต์คลิปพระวัดแห่งหนึ่งยืนด่าพระอีกรูปหนึ่งด้วยถ้อยคำหยาบคายในขณะยืนบิณฑบาต พร้อมทั้งระบุข้อความว่า "คุณพระคุณเจ้า การทำบุญมันก็เเล้วที่ผู้มีจิตศรัทธาสิคะ เขาจะใส่บาตรองค์ไหนก็ขึ้นอยู่ที่ว่า เขารักและศรัทธาในพระพุทธศาสนา และในพระรูปนั้น เกิดมาไม่เคยเจอ นี้พ่อหลวงบอกไม่เชื่อมาดูด้วยตัวเอง ไม่ได้ประจานแต่อยากให้ทุกคนเห็น เมืองตรังมีพระด่า ยม. และใช้คำไม่สุภาพ เพียงเพราะ มีพระอีกองค์มายืนบาตรที่เดียวกัน พระอีกองค์เขายืนตรงนี้มาก่อนเป็น3-4 ปีแล้ว แต่หยุดมายืนไปเพราะไม่ค่อยสบายและไม่เวลา พอกลับมายืนใหม่ถูกพระที่มายืนเเทนใหม่ด่า มันสมควรแล้วไมคะ ตาหลวง" ซึ่งภายหลังจากมีการโพสต์ออกไปแล้ว ต่างมีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลามถึงความไม่เหมาะสม

ต่อมาผู้สื่อข่าวประจำ จ.ตรัง ได้ติดต่อเจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าวจนทราบว่าคือ น.ส.ไอลดา เต็มพร้อม หรือบี อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของพระพัน ฉันทโก หรือหลวงศักดิ์ อายุ 62 ปี พระลูกวัดวัดคลองลำเลียง ซึ่งเป็นพระที่ถูกด่าที่ปรากฏอยู่รูปทางด้านขวามือในคลิป โดย น.ส.ไอลดาฯ ได้นำไปชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่หน้า รพ.ตรัง น.ส.ไอลดาฯ กล่าวว่า ช่วงเช้าจะมีพระยืนอยู่ 2 รูป ซึ่งรูปที่เป็นพ่อของตนมายืนก่อน โดยต่างยืนกันคนละฝั่ง โดยที่พ่อตนไม่สบายไม่ได้มายืนบาตรตรงนี้ประมาณ 1 ปีกว่าๆแล้ว ทำให้พระรูปดังกล่าว ซึ่งเป็นพระวัดควนขัน ต.ควนขัน จ.ตรัง ที่เป็นคนด่ามายืนแทนที่

โดยที่พ่อของตนเพิ่งจะกลับมายืนได้ 2 วัน คือเมื่อวานนี้ และวันนี้ และตอนนี้ที่เกิดเหตุตนยืนอยู่ด้วย พระรูปนั้นก็ได้มายืนด่าพ่อตน โดยด่าถึงบุพการี และถ้อยคำหยาบคาย และมากล่าวหาว่าไม่มีบัตรพระบ้าง อะไรบ้าง รวมทั้งด่าเสียๆหายๆ เวลาประมาณ 2-3 นาที แต่ตนได้ถ่ายคลิปไว้ได้เพียงแค่นั้น สาเหตุตนคิดว่าเพราะพระรูปดังกล่าวไม่พอใจในเรื่องของรายได้ ส่วนใหญ่แล้วคนที่มาใส่บาตรก็จะใส่ปัจจัยมาให้ด้วย ซึ่งอาจจะทำให้รายได้ของพระรูปนั้นรายได้ลดลงไป หากพูดง่ายตามประสาชาวบ้านก็คือขัดผลประโยชน์กัน และยืนยันว่าทั้งคู่ไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน

ซึ่งที่โพสต์คลิปดังกล่าวนั้นเพราะรู้สึกแย่ คนที่อยู่ในผ้าเหลือง สำหรับเราชาวพุทธ คนที่จะมาใส่บาตรเขาไม่ได้ศรัทธาในตัวพระ แต่ศรัทธาในศาสนา และใครจะใส่บาตรคนไหน อยากจะไปวัดไหน ก็เป็นสิทธิของเขา และไม่สามารถไปบังคับใครได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ดูแล้วไม่เหมาะสม ไม่น่าจะอยู่ในผ้าเหลือง เพราะคนในผ้าเหลืองต้องสำรวม ซึ่งในการโพสต์ไม่ได้อยากได้ยอดแชร์ ยอดไลน์ และที่ทราบมาคือเมื่อวานนี้พระรูปดังกล่าวก็ได้ด่าพ่อตนแล้วด้วยเป็นครั้งที่ 2

ขณะที่พระยรรยง รัตนมงคลศักดิ์ หรือหลวงกุ๊ก อายุ 52 ปี พระลูกวัดควนขัน บวชประมาณ 10 พรรษา ซึ่งเป็นพระที่ปรากฏในคลิปกล่าวว่า ตนไม่เคยรู้จักกับหลวงกุ๊กมาก่อน แต่เคยได้ยินข่าวคราวมาบ้าง โดยเมื่อก่อนหลวงศักดิ์ยืนบิณฑบาตอยู่หน้า รพ.ตรัง แต่ได้หายไปประมาณ 4-5 เดือนแล้ว ก่อนจะกลับมายืนใหม่ ซึ่งตนก็ได้ยืนบิณฑบาตอยู่หน้า รพ.ตรังได้ประมาณ 2 เดือน พร้อมถามว่าเมื่อก่อนหลวงศักดิ์เคยโดนจับสึกมาก่อน เพราะไปลวนลามลูกศิษย์ซึ่งเป็นหญิงสาว จนเคยโดนแฟนของหญิงสาวรายนั้นมาทำร้าย จึงอยากเรียกร้องให้ทางเจ้าคณะอำเภอเข้ามาตรวจสอบด้วยว่าหลวงศักดิ์เป็นพระจริง มีใบสุทธิหรือไหม ยอมรับว่าโมโห และยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน ยอมรับว่าไม่เหมาะสมเพราะไม่เหมาะสม แต่พูดดีๆกันแล้วกลับไม่ฟัง

พระมหานุกูล นารโท เจ้าอาวาสวัดควนขัน กล่าวว่า ตนก็ได้เห็นคลิปแล้ว ก็เห็นว่าหลวงกุ๊กใช้วาจาคำหยาบไป ก็ได้เรียกพระกุ๊กมาตักเตือนเรื่องการใช้คำหยาบแล้ว เพราะไม่เหมาะสม ต่อไปก็จะต้องให้ใช้วาจาที่สุภาพ เพราะการเป็นพระจะต้องใช้วาจาที่สมณะ เป็นพระต้องมีวินัยของพระ เป็นสมณสารูป ในทางพระการกระทำแบบนี้มีความผิด ทางปาจิตตีย์ 1 ใน 92 ข้อ อยู่ในหมวดคำพูดคือวิวาทวรรค แต่โทษไม่รุนแรงเท่าไร โทษขั้นแรกสุดคือการว่ากล่าวตักเตือน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวจะได้มีการสอบถามไปทางพระพัน ฉันทโก หรือหลวงศักดิ์ ที่มีการถูกกล่าวหาว่าไม่ได้เป็นพระจริง เนื่องจากถูกจับสึกและปาราชิกไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...