แม่ผู้สร้างและทำลายชีวิตของ ‘คิมฮเยซู’ ราชินีจาก ‘Under the Queen’s Umbrella’
แม่ผู้สร้างและทำลายชีวิตของ ‘คิมฮเยซู’ ราชินีจาก 'Under the Queen’s Umbrella'
คิมฮเยซู เป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่มีผลงานอยู่ต่อเนื่องในบทที่หลากหลาย พูดได้ 5 ภาษา[1] เล่นได้ทั้งแอ็คชั่น ดราม่า ตลก นับเป็นนักแสดงที่ฝีมือเข้าขั้นเฉียบขาด โดยเฉพาะกับบทบาทล่าสุดในซีรีส์จาก Netflix เรื่อง Under the Queen’s Umbrella ใต้ร่มราชินี ที่เธอรับบทเป็นพระราชินีแม่ลูกสี่ที่ต้องคอยปกป้องลูกชายและหลานไว้ใต้ร่มเงาของเธอ ซีรีส์พีเรียดที่ดูโบราณแต่มีแก่นเรื่องที่ทันสมัย และสะท้อนการแก่งแย่งชิงดีในสังคมเกาหลีได้ไม่แพ้ SKY Castle ซีรีส์ในตำนานที่เสียดสีเรื่องการศึกษาได้โดนใจผู้ชม คิมฮเยซูถ่ายทอดบทบาทความเป็นแม่ได้อย่างลึกซึ้ง และทำให้ผู้ชมเชื่อในบทบาทแม่ที่ยืนหยัดเพื่อครอบครัวได้หมดใจ แต่ชีวิตจริงของคิมฮเยซูนั้น เธอมีประสบการณ์จากการมีแม่ที่ต่างออกไปจากราชินีในเรื่องโดยสิ้นเชิง เมื่อผู้ให้กำเนิดของเธอนั้นกลายเป็นพายุที่โหมกระหน่ำใส่แทนที่จะเป็นร่มที่คอยป้องกันภัยให้เธอ
คิมเฮยซู เกิดวันที่ 5 กันยายน ปี 1970 ที่ปูซาน โดยเป็นลูกคนที่สองจากพี่น้อง 5 คน เธอเริ่มต้นชีวิตนักแสดงตั้งแต่ยังเด็ก ประมาณปี 1985 โดยเริ่มจากการรับงานโฆษณา มิวสิควิดีโอ ก่อนจะได้รับบทในภาพยนตร์เรื่องแรก Ggambo ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงหญิงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จาก Baeksang Arts Award ตามมาด้วยซีรีส์ตามลำดับ นอกจากนักแสดงเธอยังเป็น MC เป็นนักร้องที่มีเพลงฮิตในปี 1988[2] เธอมีผลงานมากหมายที่แสดงให้เห็นด้านใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทั้งบทบาทสาวใสที่ทำให้เธอได้รับฉายารักแรกแห่งชาติ สาวทรงเสน่ห์สุดเซ็กซี่ จากบทมาดามจองใน Tazza และอีกมากมาย แต่ที่หลายคนอาจจะไม่ได้เคยรู้คือเธอเริ่มต้นชีวิตการแสดงจากความต้องการของแม่ โดยบทความจาก Korea Posts English[3] ระบุว่าแม่ของเธอเป็นผู้จัดการของฮเยซูที่คอยรับงานให้
ตลอดชีวิตของเธอ คิมฮเยซูมีผลงานอย่างต่อเนื่องแทบไม่เว้นว่าง นับได้ว่าเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการ คนส่วนใหญ่จะจินตนาการว่าเธอคงสามารถใช้ชีวิตหรูหราได้อย่างสบาย แต่ในปี 2019 มีข่าวที่นำมาสู่การเปิดเผยชีวิตส่วนตัวของคิมฮเยซูที่ไม่ค่อยมีใครรู้ เมื่อมีข่าวว่าแม่เธอเป็นหนี้มูลค่า 1.3 พันล้านในปี 2019 บทความจาก Koreaboo[4] เผยว่าแม่ของคิมฮเยซูเริ่มระดมทุนในปี 2011 โดยอ้างว่ากำลังเธอเปิดกิจการ โดยเจ้าหนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองที่ให้ยืมเงินเพียงเพราะเธอเป็นแม่ของคิมฮเยซูเท่านั้น และต้นสังกัดของคิมฮเยซูก็ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องนี้ ว่าเธอได้ตัดความสัมพันธ์กับแม่ของเธอไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้นเธอรู้ว่าแม่สร้างหนี้ก้อนใหญ่ที่มีมูลค่ามากกว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอมี ในขณะที่เธอกำลังแก้ปัญหาทางการเงินให้กับแม่อยู่ บทความจาก Soompi[5] เผยว่าคิมฮเยซูเล่าว่าเธอ “ช็อคมากจนแทบจะทำงานไม่ได้ และนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอะไรถึงขั้นนั้น”
“ตอนที่ฉันรู้ว่าแม่ฉันทำอะไรลงไป ฉันทำงานไม่ได้เลย ฉันไม่อยากจะทำงานอีกต่อไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันคิดว่ามันเป็นเพราะฉันทำงานตั้งแต่ยังเด็ก ปัญหานี้ก็เลยเกิดขึ้น ใจของฉันแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่บอกว่า ‘ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด’ และ ‘ไม่รู้ก็ถือว่าผิดเหมือนกัน’ ฉันบอกทุกคนที่รู้จักว่า ‘ฉันจะไม่ไปทำงาน ฉันทำไม่ได้ และฉันจะพยายามแก้ไขเท่าที่จะทำได้’ และถึงแม้ฉันจะไม่ได้อยากทำงานอีกต่อไปแล้ว ฉันก็คิดว่าฉันไม่ควรปล่อยเวลาที่ฉันใช้มาในฐานะนักแสดงทิ้งไปอย่างเสียเปล่า”
ด้านทนายของฮเยซูก็ออกมาแถลงยืนยันว่าในตอนนั้น ถึงแม้เธอจะไม่มีความเกี่ยวข้อง รู้เรื่อง หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ แต่เธอก็เคยได้ใช้หนี้ให้กับแม่ของเธอไปแล้วในปี 2012 และตัดความสัมพันธ์ของทั้งสองนับแต่นั้น ดังนั้นเธอจึงไม่เคยรับรู้เรื่องหนี้ก้อนใหม่ในปี 2019 อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ในช่วง 2019 ยังมีการเปิดเผยว่าเธออยู่ในอพาร์ตเมนท์เล็ก ๆ เก่า ๆ เพราะเธอนำทรัพย์สินทั้งหมดไปใช้หนี้ให้แม่ บทความจาก All K-Pop[6] ระบุว่าเธอต้องพบกับความยากลำบากเพราะหนี้ที่แม่เธอสร้างไว้อย่างต่อเนื่อง จากการหยิบยืมหรือโกงเงิน นักข่าวคิมแทโอระบุว่าเขารู้จักคิมฮเยซูตั้งแต่ปี 1991 และเธอเคยต้องลำบากเพราะหนี้ที่แม่สร้างอยู่หลายครั้ง โดยที่ข่าวไม่ได้ถูกเผยแพร่ทางหน้าสื่อ และที่จริงในปี 2012 เธอต้อขายทรัพย์สินเกือบทั้งหมดเพื่อล้างหนี้ให้แม่ และต้องเช่าอพาร์ตเมนท์เล็ก ๆ เก่า ๆ เพื่ออาศัยอยู่เพราะต้องใช้หนี้ให้กับแม่ และถึงแม้เจ้าหนี้ได้มีการพยายามฟ้องร้องเพื่อให้คิมฮเยซูชดใช้หนี้แทนแม่อีกครั้ง แต่บทความจาก Korea Joongang Daily[7] ก็รายงานว่าในที่สุดศาลก็ตัดสินให้คิมฮเยซูไม่ต้องชดใช้หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อ และจากหลายบทความดูเหมือนประชาชนก็จะเห็นใจเธอเป็นอย่างดี
หากดูจากอันดับซีรีส์เรตติ้งสูงในเกาหลี จะพบว่าซีรีส์ที่อยู่ในอันดับต้น ๆ มักเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้ง World of Married Couple หรือ SKY Castle ซึ่งสะท้อนว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวนับว่าเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น ๆ เกาหลีนั้นก็คล้ายกับประเทศในแถบเอเชียที่มีความเชื่อว่าลูกต้องสำนึกทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ดูแลเมื่อยามแก่เฒ่า[8] แต่ในช่วงหลังความเชื่อนั้นมีสัญญาณของความเปลี่ยนแปลง โดยกรณีที่ชัดเจนที่สุดคือการผ่าน ‘พระราชบัญญัติคูฮารา’ ที่ถูกบัญญัติขึ้นในปี 2021 หลักจากการเสียชีวิตของไอดอลสาว คูฮารา ที่เติบโตมากับพี่ชาย ย่า และ ป้า เพราะแม่ทอดทิ้งไปตั้งแต่หย่าร้างกับพ่อ แต่กลับมาแสดงตัวเพื่อรับมรดกครึ่งหนึ่งจนเกิดการฟ้องร้องกันขึ้น จบด้วยการที่ทรัพย์สินถูกแบ่งที่สัดส่วน 60:40 และคูฮโยอิน พี่ชายของฮาราก็ได้ผลักดันพระราชบัญญัติเพื่อป้องกันทรัพย์สินของลูกที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง และสุดท้ายก็ผ่านด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชน ในพระราชบัญญัติระบุว่า “บุคคลที่บกพร่องในการทำหน้าที่เลี้ยงดูบุตร เช่น ทอดทิ้ง ละเลยบุตร หรือไม่มีความรับผิดชอบในการเป็นผู้ปกครองของบุตร หรือการก่ออาชญากรรม เช่น การไม่ดูแลบุตร หรือ ทารุณกรรมบุตร จะถูกตัดสิทธิจากการสืบมรดกของบุตรหากมีการพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นเป็นความจริง”[9]
ถึงแม้ในกรณีของคิมฮเยซูแม่ของเธอไม่ได้ทอดทิ้งเธอไป แต่เสียงตอบรับพระราชบัญญัติคูฮาราและเรื่องราวของคิมฮเยซูนั้นสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อที่ว่าคนเป็นลูกต้องกตัญญูอย่างไม่มีเงื่อนไขนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ และเมื่อหันมาดู Under the Queen’s Umbrella เราจะได้เห็น ภาพของแม่ตัวอย่างที่สังคมวาดไว้ในวันนี้อย่างชัดเจน แม้มันจะอยู่ในรูปของตัวละครจากยุคก่อน การนำประเด็นสังคมและค่านิยมในปัจจุบันไปแทรกไว้ในละครย้อนยุคที่เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นก่อนด้วย จึงคล้ายกับจะสื่อสารกับผู้ชมกลุ่มนั้นโดยตรง ว่าการเปลี่ยนแปลงของบทบาท หน้าที่ และแนวคิดควรจะมาถึงเสียที
ติดตาม Under the Queen’s Umbrella ใต้ร่มราชินี ได้ทาง Netflix ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์
ข้อมูลอ้างอิง
[1] https://www.cosmo.ph/entertainment/kim-hye-soo-facts-a704-20220311-lfrm
[4] https://www.koreaboo.com/news/kim-hye-soo-mom-steal-money-fraud/
[7] https://koreajoongangdaily.joins.com/news/article/article.aspx?aid=3065363
[8] https://asiasociety.org/education/value-and-meaning-korean-family