โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รัว M16 ยิงร้านอาหารโต้รุ่ง เหตุโต๊ะข้างเป็นตร.คุยเสียงดัง ลุกไปเตือนแต่เกิดเขม่น จนบานปลาย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 15 ม.ค. 2566 เวลา 08.05 น.

วันที่ 15 ม.ค. 66 เวลา 02.40 น. ร.ต.อ.มารุต นิลโกสีย์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สิงหนคร รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันที่ร้านอาหารโต้รุ่งดับเพลิงสิงหนคร ในพื้นที่ หมู่1 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งอยู่ติดกับสถานีดับเพลิงของเทศบาลเมืองสิงหคร จึงรุดไปพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสวี วุ่นหนู ผกก. พ.ต.อ.ครรชิต นัครามนตรี รองผกก.สืบสวน และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9

เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่

จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ประกอบด้วย นายคเชนทร์ กาฬกุญชร เสียชีวิตระหว่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล , นางปราณี นิลพันธ์ บาดเจ็บ และ ด.ต.ณรงค์ศักดิ์ อรน้อม บาดเจ็บ โดยทั้งคนตายและคนเจ็บอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ส่วนกลุ่มคนร้าย ทราบว่า มี3คนและมีเด็กรวมอยู่ด้วย

เจ้าหน้าที่กำลังชี้จุดต่าง ๆ ในพื้นที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 ม. ภายในร้าน 6 ปลอก และปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 ซึ่งเป็นปลอกกระสุนปืนเอ็ม16 ตกอยู่ที่ริมกำแพงนอกร้าน อีก 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

หนึ่งในปลอกกระสุนที่ตกในจุดเกิดเหตุ

พยานในที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายที่ยิงพร้อมลูกชายและเพื่อนรวม3คน ได้มานั่งทานอาหารที่ร้านอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้มีกลุ่มผู้ตายประมาณ 6 คน เข้ามานั่ง หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เกิดมีปากเสียงกัน จากเรื่องที่กลุ่มผู้ตายพูดเสียงดังและคนยิงพูดเตือน ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจจนบานปลายมีปากเสียงและยิงกันขึ้น คนร้ายจึงได้เดินออกจากร้านไปที่รถยนต์กระบะที่จอดอยู่ข้างร้านและหยิบเอาอาวุธปืนที่อยู่ในรถซึ่งเป็นอาวุธปืนเอ็ม16 ยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ตายกับพวก โดยกลุ่มผู้ตายก็ได้ชักอาวุธปืนยิงตอบโต้ไปด้วยทำให้คนยิงขึ้นรถกระบะขับหลบหนีออกไป สิ้นเสียงปืนฝ่ายตำรวจกับพวกถูกยิงเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 3 ราย ส่วนคนร้ายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ปลอกระสุนหลายปลอกตกในที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ ทาง พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ จันทรอาภา รองผบก.ภ.จว.สงขลา ซึ่งควบคุมคดีนี้ พร้อมชุดสืบสวน 4 หน่วยทั้งชุดสืบสวนสภ.สิงหนคร ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลา ชุดสืบสวนภาค9 และตำรวจกองปราบได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและสอบสวนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มเติมทั้งฝั่งตำรวจที่ถูกยิงและฝั่งคนร้าย โดยหนึ่งในตำรวจที่ไปด้วยกัน แต่โชคดีที่นอนอยู่ในรถไม่ได้ลงไปนั่งทานอาหารด้วย บอกว่าตอนเกิดเหตุพวกตนซึ่งมีตำรวจ 3 นาย และชาวบ้านอีก 3 คน ได้ลงไปนั่งทานอาหารที่ร้านนี้ หลังจากที่เสร็จสิ้นการจัดกิจกรรมวันเด็ก กระทั่งเกิดเหตุยิงกันขึ้นแต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุใดเพราะว่าตนเองง่วงนอนขอนอนอยู่ในรถมารู้อีกทีตอนยิงกันแล้ว

เจ้าหน้าที่กำลังเก็บหลังฐานทั้งหมดที่เก็บได้ในจุดเกิดเหตุ

ในส่วนของคนร้ายที่เป็นคนยิงนั้น ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วว่า เป็นใครกำลังอยู่ระหว่างรวบรวบพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับและตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านคนยิงและพบกับลูกชายวัย 12 ปี ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพ่อพาไปเลี้ยงข้าวเนื่องในวันเด็กที่ร้านอาหารแห่งนี้พร้อมกับเพื่อนพ่ออีก 1 คน

ตำรวจรู้ตัวคนยิงปืน M16 แล้ว กำลังติดตามตัว

ต่อมาอีกฝ่ายได้เข้ามานั่งดื่มกินกันที่โต๊ะข้าง ๆ จนเมาและพูดเสียงดัง และพ่อได้พูดเตือนไปว่า อย่าเสียงดัง แต่อีกฝ่ายพูดสวนมาว่าเสียงดังไปเลย ไม่ต้องกลัว และอีกฝ่ายจะลุกมาต่อยพ่อ แต่เพื่อนได้ห้ามไว้พร้อมกับลุกขึ้นเดินมาที่โต๊ะเพื่อขอโทษพ่อ แต่กลับมาตบพ่อ ซึ่งตอนนั้นพ่อพูดกลับไปว่า "ผมกลับดีกว่าผมไม่มีอะไร" และลุกขึ้นเดินไปแต่ก็ถูกอีกฝ่ายเดินตามมาถลกเสื้อพ่อดูว่ามีปืนไหม พ่อจึงสะบัดอีกฝ่ายก็ใช้ให้เพื่อนขึ้นลำปืน พ่อจึงเดินกลับไปที่รถและบอกให้ตนเดินไปรอที่ถนนจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ก่อนที่พ่อจะขับรถออกมารับและพามาส่งที่บ้านให้ตนเข้าไปนอนและขับรถออกจากบ้านไป

.

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้แม้ว่าอีกว่าจะเป็นชาวบ้านและอีกฝ่ายจะมีตำรวจร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ ทางพล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งการให้สอบสวนและดำเนินคดีไปตามข้อเท็จจริงเพื่อให้ความธรรมกับทั้งสองฝ่าย

เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...