ผู้ปกครองนักเรียนโวย! ผอ.ตัดผมเด็กจนเสียทรง อายเพื่อนไม่กล้าลงมากินข้าวกลางวัน
ผู้ปกครองนักเรียนโวย! ผอ.ตัดผมเด็กจนเสียทรง อายเพื่อนไม่กล้าลงมากินข้าวกลางวัน แถมอาหารไม่ถูกหลักโภชนา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข
จากกรณี เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้รีเทิร์น part 5.2 ได้โพสต์ข้อความ #ร้องเรียนตรวจสอบ จากที่เคยลงเรื่องอาหารกลางวันไป เหมือนจะมีเอฟเฟคมีประเด็นเพิ่มเติม ตัดผมเด็กนักเรียนแบบนี้ได้หราา มีกระชากเด็กด้วยจริงหรือไม่ ,โรงเรียนเดียวกันกับอาหารกลางวันเด็ก กระชากหัวแม่รับไม่ได้จริงๆวอนสื่อทีค่ะ , ช่วงตัด เด็กเอียงหนี กระชากหัวมาตัดอีกค่ะ ผู้ปกครองหลายท่านไม่เห็นด้วย โดยในโพตส์มีการ บทสนทนา ระหว่างผู้ปกครอง กับ คุณครู ในเรื่องของการตัดผมเด็กนักเรียน โดยระบุ อยากให้คุณครู เตือนก่อนจะลงโทษ และ ให้โอกาสนักเรียนมากกว่านี้ ร่วมถึง เรื่องโครงการอาหารกลางวันเด็ก ที่ผู้ปกครองหลายคน มีความเห็นตรงกัน ว่าไม่ค่อยถูกหลักโภชนา แถม เด็กบ่นไม่ค่อยอร่อย มีแต่กระดูก ไม่มีเนื้อสัตว์
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ไปยังโรงเรียน บ้านชากนอก หมู่ 4 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพบ ท่าน ผอ.โรงเรียนดังกล่าว แต่ไม่พบ ก่อนที่จะมี คุณครูประจำชั้นโรงเรียนอนุบาล พาผู้สื่อข่าวไป โรงอาหาร เพื่อไปดูเรื่องอาหารกลางวัน ที่เป็นประเด็นอยู่ในสื่อออนไลน์ โดยพบว่า อาหารกลางวันนี้ เป็น เมนู แกงเขียวหวานไก่
นางสาววันดี คำแหงหาญ อายุ 39 ปี หัวหน้าแม่ครัวประจำโรงเรียน ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ทางโรงเรียนมีการจัดทำอาหาร ถูกหลักโภชนาการครบถ้วน อีกทัังทางโรงเรียนในแต่ละวัน ทาง ผอ.จะกำชับ ให้ทำอาหารในปริมาณจำนวนมาก เพื่อต้องการให้นักเรียนกินอิ่ม และ สามารถเติมอาหารได้ตลอด ซึ่งบ้างวันเด็กโต ชั้น ป.5 ป.6 จะเติมวันละ 4-5 รอบ อีกทัังในแต่ละวันจะมีการสับเปลี่ยนเมนูทุกวัน ส่วนเนื้อสัตว์ที่ใช้ ก็จะเป็น หมู กับ ไก่ และ ยังมีผลไม้ บางวันก็จะเป็นของหวาน ตบท้าย วันไหนทำเยอะจนอาหารเหลือ ก็จะตักใส่ถุงวางไว้ และแจกให้กับเด็กนักเรียน เพื่อนำกลับไปทานที่บ้านกับผู้ปกครองได้
คุณแม่จอย อายุ 30 ปี ผู้ปกครองของน้องบอย นักเรียน ชั้น ป.4 และ น้องบีม นักเรียน ชั้น ป.5 ที่ถูก ผอ.โรงเรียน ใช้กรรไกรตัด และขลิปผมเด็กนักเรียนจนเสียทรง ทำให้เด็กอายไม่กล้าไปโรงเรียน และไม่ยอมลงมากินข้าวกับเพื่อนๆ โดยแม่จอย เล่าว่า เรื่องแรกขอพูดเรื่องอาหารกลางวันว่าโดยปกติด้วยความเป็นพ่อและแม่ จะถามลูกๆหลังกลับมาจากโรงเรียน ว่าวันนี้ กินข้าวกับอะไร ซึ่งลูกๆก็จะตอบว่า “วันนี้ไม่อร่อยเลย มีแต่ต้มกับกระดูกไก่” บางวันก็เป็นข้าวไข่เจียวหมูสับ ข้าวก็แข็ง จึงอยากตั้งคำถามว่า โครงการที่รัฐให้ 21 บาท ต่อคน ถ้านักเรียนมี 400 คน ก็จะเป็นเงินหลายหมื่นบาท ทำไมถึงจัดอาหารให้เด็กกินแค่นี้ ซึ่งผู้ปกครองหลายๆท่าน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน อีกทั้งยังสงสารนักเรียนหลายคนที่พบเจอกับปัญหาดังกล่าว
ส่วนเรื่อง ผอ.โรงเรียน ตัดผมนักเรียน ในเรื่องนี้ ผู้ปกครองหลายคนโกรธมาก ทำไมแจ้งผู้ปกครองก่อน และ เตือนเด็ก แต่อันนี้ไม่ให้โอกาสเด็กเลย ใช้กรรไกรตัดด้านข้างศีรษะจนแหว่ง อีกทั้งยังตัดผม ช่วงส่วนสูงของศรีษะ พาไปให้ช่างตัดผมแก้ทรง ก็เกือบแก้ไม่ได้ จนช่างตัดผม บ่นอุบว่า ตัดมาแบบนี้ ผมจะแก้ยังไง ทำได้ทางเดียวคือต้องโกนผม ส่วนหน้าม้าก็ตัดสั้นไม่เท่ากัน จึงทำให้แม่ถึงกลับรับไม่ได้ มีการประสานไปหา ผอ.โรงเรียน ก็แจ้งว่าจะขอชี้แจ้งเป็นการส่วนตัว ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เห็นด้วย จึงอยากให้ ผอ.นัดประชุม ผู้ปกครอง และ ออกมาชี้แจ้งเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวได้ ไปร้านตัดผมแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกล กับโรงเรียนชากนอก โดยช่างตัดผม เล่าว่า เมื่อ 2 วัน ก่อน มีเด็กนักเรียนมาแก้ทรงผม 2 คน โดนถูก ผอ.โรงเรียน ตัดผมจนแหว่ง จึงรีบมาให้แก้ เพราะเด็กๆ อายเพื่อน กลัวเพื่อนล้อ โดยเด็กค่อนข้างมีความกังวล อีกทั้ง เด็กถูกตัดผม ในจุดที่แก้ค่อนข้างยาก แต่ก็สามารถแก้ได้ จึงอยากฝากไปถึงครูทุกโรงเรียนว่า ตอนนี้มันหมดยุคตัดผมเด็กแล้ว อยากครูแจ้งผู้ปกครอง หรือ เตือนเด็กก่อน ไม่ใช่ลงโทษเด็กแบบนี้
ผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับ นายนิค นามสมมุติ อายุ 35 ปี ผู้ปกครองของนักเรียน รายหนึ่ง ทางโทรศัพท์ ถึงคุณพ่อถึงกับหลั่งน้ำตา ว่าสงสารลูก เพราะลูกถูก ผอ.ตัดผม จนแก้ทรงไม่ได้ ถูกเพื่อนล้อเลียน และ อายเพื่อนๆมาก จนไม่กล้าไปโรงเรียน และ ไม่ยอมลงมากินข้าวอาหารกลางวัน อีกทั้งลูกยังเล่าว่า มีเด็กนักเรียน ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย โดย ผอ.ท่านนี้ ทำกับเด็กหลายคน จึงอยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย
ติดตามเพจข่าวเวิร์คพอยท์23 ที่ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint