โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนเมืองยอง ย้ายถิ่นฐาน 215 ปี จากพม่า สู่ลำพูน

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 28 ม.ค. 2566 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2566 เวลา 08.35 น. • Chiang Mai News

ยอง หรือไทยอง เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มคน ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองยอง และกระจายอยู่ทั่วไปในแถบเมืองต่าง ๆ ในรัฐฉาน ด้านตะวันออกของเมียนมา เมื่อ พ.ศ. 2348 กลุ่มชาวยองได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองลำพูน ด้วยสาเหตุของสงคราม การรวบรวมกำลังคน ต่อมาได้กระจายอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของล้านนา

เมืองยอง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ตำนานมายาวนาน เริ่มขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 โดยเริ่มจากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มคนพื้นเมือง ได้แก่ พวกลัวะ ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 มีกลุ่มคนไทจากเมืองเชียงรุ้ง นำโดย เจ้าสุนันทะ โอรสของเจ้าเมืองเชียงรุ้ง ได้พาบริวารเข้ามามีอำนาจปกครองเมืองยองเหนือคนพื้นเมือง ได้ผสมผสานระบบความเชื่อ และพิธีกรรมที่มีอยู่เดิมกับพุทธศาสนาที่เข้ามาภายหลัง นอกจากนั้น ยังได้สร้างความสัมพันธ์กับคนพื้นเมือง

จากความสัมพันธ์ดังกล่าว คนเมืองยอง จึงสืบเชื้อสายมาจากผู้คนที่อพยพมาจากเมืองเชียงรุ้ง และเมืองอื่นในสิบสองปันนา ซึ่งเป็นชนชาวไทลื้อ และเมื่ออพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองลำพูน คนทั่วไปจึงเรียกว่า “คนเมืองยอง” เช่นเดียวกันกับ คนเมืองเชียงใหม่ คนเมืองลำปาง คนเมืองเชียงตุง เป็นต้น กระทั่งเรียกให้สั้นเหลือเพียง “คนยอง”

การตั้งถิ่นฐานของชาวยองในลำพูน ในระหว่างปี พ.ศ. 2325-2347 ก่อนการตั้งเมืองลำพูน พระเจ้ากาวิละยังไม่ได้แต่งตั้งให้ผู้ใดเป็นเจ้าเมืองลำพูน ด้านการปกครองยังมีสภาพเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ จนถึงปี พ.ศ. 2348 พระเจ้ากาวิละได้ฟื้นฟูเมืองลำพูนขึ้น อันเป็นนโยบายในการเตรียมกำลังคน เพื่อสนับสนุนเชียงใหม่ในยามศึกสงคราม

นอกจากนี้ กำลังคนในเมืองลำพูนก็ลดลงไป ในครั้งที่พระเจ้ากาวิละพาไปตั้งที่เชียงใหม่ ล่วงเข้าสู่วันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 7 พระเจ้ากาวิละได้มอบหมายให้เจ้าคำฝั้นและบริวารจากเมือง 500 คน พร้อมด้วย เจ้าบุญมา น้องคนสุดท้องและบริวารจากเมืองลำปาง 500 คน มีเจ้าเมืองยองพร้อมด้วยบุตรภรรยา น้องทั้ง 4 ญาติพี่น้อง ขุนนาง พระสงฆ์และไพร่พลจากเมืองยอง จำนวน 20,000 คน เข้ามาแผ้วถางเมืองลำพูนที่ร้างอยู่ จนถึงวันขึ้น 8 ค่ำ จึงให้เข้ามาตั้งเมืองลำพูนได้

ในวันตั้งเมืองลำพูนมีพิธีทางศาสนาพระสงฆ์ 198 รูป สวดมงคลพระปริตในที่ไชยะมงคล 9 แห่ง ในเมืองลำพูน เจ้าเมืองยอง บุตรภรรยา พร้อมด้วยญาติพี่น้องและขุนนาง พระสงฆ์ระดับสูง ได้เข้ามาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกของน้ำแม่กวง ส่วนไพร่พลอื่น ๆ ได้แยกย้ายกันไปตั้งบ้านเรือนตามลุ่มน้ำแม่ทา น้ำแม่ปิง

อย่างไรก็ตาม การตั้งถิ่นฐานของชาวยอง จะเป็นการตั้งถิ่นฐานและขยายตัวของชุมชนตามแนวลำน้ำ ที่เหมาะสมในการเกษตรเป็นสำคัญ จากหมู่บ้านหลักในลุ่มน้ำแม่กวง บ้านเวียงยอง บ้านยู้ บ้านหลวย บ้านตอง ได้ขยายตัวออกไปเป็นบ้านหลิ่งห้า (ศรีบุญยืน) เขตลุ่มน้ำปิง ห่างจนถึงบ้านหนองหมู บ้านป่าลาน ป่าเห็ว เป็นต้น

นอกจาการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวยองในลำพูน ซึ่งถือเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองลำพูนแล้ว ยังปรากฏมีชาวไตเขินจากเชียงตุง มาตั้งถิ่นฐานที่บ้านสันดอนรอมในเขตนอกกำแพงเมือง ด้านทิศใต้อีกด้วย ไพร่พลที่อพยพเข้ามาอยู่ในลำพูนนี้ ต่อมาได้สืบลูกสืบหลานกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของลำพูน หากจะเรียกว่าชาวลำพูนส่วนใหญ่ สืบเชื้อสายมาจากชาวยองก็คงไม่ผิดนัก

บริเวณที่มีการตั้งถิ่นฐานของชาวยองที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง คือบริเวณที่ราบลุ่มน้ำแม่ทา น้ำแม่กวงและน้ำแม่ปิง ไหลมาบรรจบกันในเขตอำเภอป่าซาง คือ “สบทา” ก็นับเป็นบริเวณที่มีชาวยองมาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะบริเวณแถบนี้ นอกจากจะเป็นแหล่งเสบียงอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ที่ผู้คนตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนแล้ว ยังเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ ระหว่างเชียงใหม่ ลำพูน กับหัวเมืองต่าง ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่ม บ้านฉางข้าวน้อย อำเภอป่าซาง ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านหลักของผู้คนที่อพยพมาจากเมืองยอง มีนิสัยรักสันโดษ มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ดำรงรักษาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพ บุรุษเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

จากจารึกไม้สักบ่งบอกว่า วัดฉางข้าวน้อยมีอายุหลัง 200 ปีเล็กน้อย มีการสร้างวิหารขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2371 วัดและชุมชนในบริเวณนี้ น่าจะถูกตั้งขึ้นมาหลังการอพยพจากเมืองยองในปี พ.ศ. 2348 ไม่นานนัก เมื่อมีผู้คนหนาแน่นขึ้น ชุมชนเริ่มก่อตั้งอย่างมั่นคง ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดี จึงมีเวลาในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยสร้างวิหารและพระพุทธรูปขึ้น

ปัจจุบันความเจริญได้โถมถาเข้าสู่วิถีชีวิตชุมชน นำไปสู่การผสมกลมกลืนของวัฒนธรรมเก่ากับวัฒนธรรมใหม่ ทว่าคนยองป่าซาง กลับดำรงอยู่ในฐานะของคนยองส่วนใหญ่ในสังคม ไม่ว่าระดับหมู่บ้าน ระดับท้องถิ่น ได้ตรงแบบแต่ดั้งเดิมไม่มีผิดเพี้ยน คนยองยังคงรักษาลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรมได้ค่อนข้างยาวนาน โดยเฉพาะวัฒนธรรมทางภาษา และขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ เป็นต้น

บทความโดย

จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...