เปิดวาร์ปแฟน ซาร่า AF หนุ่มต่างชาติผิวเข้ม รักนี้ให้กันเต็ม 100 มองไกลถึงอนาคต
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 พ.ย. 2565 เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2565 เวลา 02.13 น. • The Bangkok Insightเปิดวาร์ปแฟน ซาร่า AF หนุ่มต่างชาติผิวเข้มทรงแรปเปอร์ รักนี้ให้กันเต็ม 100 มองไกลถึงอนาคต พาเจอครอบครัวแล้ว เผยคุณพ่อเข้าถึงยาก แต่คนนี้ไฟเขียวผ่านฉลุย
ต้องบอกว่าเมื่อปีก่อน ซาร่า AF หรือ ซาร่า นลิน โฮเลอร์ เจอมรสุมถาโถมเข้ามาหนักมากจริง ๆ แต่สำหรับปีนี้ดูเหมือนจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะเรื่องหัวใจที่ตอนนี้กลับมาเป็นสีชมพูสดใส เพราะตอนนี้เจ้าตัวกำลังคบหากับหนุ่มต่างชาติ แอช จอร์แดน (Ash Jordan) แร็ปเปอร์ นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์จากอเมริกา
- เบาะแสมาอีก! 2 ดาราท้องใกล้คลอด นักข่าวถึงขั้นโทร.หา ผจก. ชี้ จุดสังเกตคล้ายกัน
- ส้มเช้ง สามช่า พาเปิดบ้าน 3 หลัง ทั้งบ้านเก่า-บ้านใหม่กำลังสร้าง อลังการกว่า 40 ล้าน
- เฉลยแล้ว! คู่รักดาราอันฟอล แถมเมาท์หนัก ฝ่ายหญิงกิ๊กพระเอกร่วมช่อง ที่เพิ่งโสดหมาด ๆ
เปิดวาร์ปแฟน ซาร่า AF หนุ่มต่างชาติผิวเข้ม ครอบครัวไฟเขียวผ่านฉลุย
โดยก่อนหน้านี้ ซาร่า เปิดใจว่า ใช้เวลานานมากกว่าจะตัดสินใจคุยกับใครสักคน ไม่ได้แค่คุยเพื่อที่จะให้ความรู้สึกไม่ดีผ่านไป แต่คุยเพื่อมองการณ์ไกล มองเป้าหมายในชีวิตมากกว่าเดิม พอโตขึ้นความรักมันก็เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มองเรื่องครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องเส้นแบ่งระหว่างเชื้อชาติ มองว่ายุคนี้ไม่ต้องยึดถือ อะไรมาก เป็นความรักที่ให้กันเต็ม 100 แล้วไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรกลับมา เข้าใจว่าทุกอย่างในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่ขึ้นอยู่กับความสุขที่คนสองคนแชร์ให้กัน
ส่วนตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน อยากเก็บเงินมากกว่า การแต่งงานไม่ได้เป็นการวัดว่าจะมีความสุขตลอดชีวิต หรือจะมีคู่ชีวิตที่ยั่งยืนตลอดไป มันอยู่ที่ว่าคนสองคนจะฝ่าฟันทุกปัญหาได้ยืนยาวขนาดไหนมากกว่า ไม่แต่งก็ได้ แต่คุณแม่อยากให้มีครอบครัวแล้ว
พาฝ่ายชายไปเจอกับครอบครัวแล้ว อยากให้ครอบครัวสบายใจ เขาก็เข้ากับคุณพ่อคุณแม่ได้ ซึ่งคุณพ่อจะเป็นคนที่เข้าถึงยากมาก น้อยคนมากที่จะเข้าถึงคุณพ่อ แต่คนนี้เข้าได้ ครอบครัวเปิดประตูต้อนรับทุกบานเลย หลังบ้านก็เปิด (หัวเราะ) รักนี้ไม่ได้หวาน แต่เป็นรักแห่งความเข้าใจ เทคแคร์ แล้วก็ดูแลกัน
ส่วนเส้นทางความรัก ซาร่า เริ่มต้นคุยกับ แอช เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ประมาณกันยายน เจอที่แรกไปช้อปปิ้งคือร้านเสื้อผ้า เราก็เดินซื้อของกับเพื่อนปกติ แต่วันนั้นหนูมีงานตอนเช้าก็เลยแต่งตัวดูดีนิดนึง หน้าผมพร้อม แต่ว่าใส่แมสก์ ส่วนเขาขเห็นไกลๆคือใส่สูทเสื้อฟิตมาก กางเกงก็ค่อนข้างลีน หนูก็นึกว่าเขาเป็นฟิตเนสเทรนเนอร์มาซื้อของ คือเกย์แน่ ๆ แต่เราก็ไม่ได้สังเกตอะไรขนาดนั้นก็เดินซื้อเสื้อผ้าเรื่อยเปื่อย แล้วเราก็หายไปเข้าห้องน้ำแล้วขณะที่เรากำลังจะกลับเข้าร้านไปอีกรอบเพราะเพื่อนรออยู่ เขากำลังจะออกจากร้านพอดี หนูกำลังจะเข้าไปพอดีจากห้องน้ำ แล้วเขาก็เดินตรงเข้ามาเลย เราก็ตกใจเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่าขอโทษนะครับ ผมตามหาคุณมาสักพักแล้ว ไม่ทราบคุณชื่ออะไร ก็ถามชื่อ แล้วเขาก็พูดว่าผมรู้สึกว่าผมจะต้องรู้จักคุณ เขาก็ขอคอนแทคได้มั้ย หนูก็ให้ไลน์ ถ้าให้เบอร์ถ้าเกิดเราไม่อยากสานต่อล่ะ แต่ถ้าไลน์เรายังมีโอกาสได้เห็นรูปเรายังเข้าไปสืบเขาได้
เขาพิมพ์มา 3 ครั้งไม่ได้ตอบ เราก็ยุ่งด้วย จำไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เค้าถามอะไรบ้างแต่เค้าก็พยายามทักมา แต่ประโยคสุดท้ายที่เขาส่งมาเขาบอกว่า ‘ผมเข้าใจนะว่ามันดูแปลกการที่จะรู้จักใครซักคนในที่แรนดอมอย่างนั้น แต่ผมต้องการมิตรภาพ’ ด้วยคำว่ามิตรภาพหนูก็เลยกล้าที่จะเปิดใจ พอหลังจากประโยคนั้นหนูก็พูดกับเขาตรง ๆ ตั้งแต่แรกแล้วว่าหนูไม่ได้พร้อมจะมีสัมพันธ์กับใคร หนูอยากทำงานด้วย ตอนนั้นก็ยังยุ่งเรื่องของการไปเป็นมาสเตอร์เชฟฝึกทำอาหารอยู่ ก็อยากโฟกัสตรงนี้ พอเขาพูดว่าเป็นเพื่อนก็ชวนเราไปกินกาแฟร้านนึง เขาก็ส่งโลเคชั่นมาให้ถามว่าคุณรู้จักร้านนี้มั้ยเป็นร้านมังสวิรัติ เราก็แบบเขารู้ได้ยังไงว่าเราเป็นมังสวิรัติ หนูไม่ได้ให้ IG เขา ไม่ได้รู้ความเคลื่อนไหวของเรา ตอนนั้นหนูกินมังสวิรัติมาได้เกือบปีแล้ว
พอเขาเริ่มรู้ว่าเป็นใครในเมืองไทย เขาก็เซอร์ไพร์สขึ้นไปอีก เขาก็บอกว่าเขาโชคดีขึ้นไปอีก เขาทำเพลงมาตั้งแต่อายุ 18 ครอบครัวเขาก็เป็นโปดิวเซอร์แต่งเพลงอยู่ในวงกอสเปลที่อเมริกา แล้วเขาก็มีโฮมสตูดิโออยู่ที่บ้านของเขา หลังจากที่เขารู้ว่าเราเป็น อะไร หนูก็บอกเขาว่าหนูทำงานในวงการ ก็มีผลงานเพลงบ้าง
หลังจากนั้นก็เริ่มเปิดใจเริ่มคุยเรื่องความรัก หนูก็ถามถึงอดีตของเขา หนูก็เล่าถึงเรื่องที่ผ่านมาทุก ๆ อย่างแบบเคลียร์ทุกอย่าง เขาก็เคยมีความสัมพันธ์ที่เลิกกันมา อยู่คนเดียวมาเกือบปี สิ่งที่ชอบคือเขาเป็นคนที่ติดต่อกับครอบครัวบ่อยมาก แม่เขาอยู่ที่อเมริกา คุยกันเป็นชั่วโมงเลย
และเขาเป็นคนขอไปเจอคุณพ่อคุณแม่เลย แล้วก็ตอนที่ไปเจอที่เชียงใหม่บังเอิญมาก พอดีพายุเข้าบ้านแล้วกระจกแตก แล้วเขาอยู่ในเหตุการณ์พอดี เขาเลยได้ช่วยคุณแม่พอดี คุณแม่เขาก็เหมือนสบายใจ ตั้งแต่คบกับเขาหนูว่าหนูโตขึ้น มองชีวิตแบบต่อให้เราจะเจออุปสรรคอะไร เราจะมีวิธีการจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แล้วก็รู้สึกว่าอะไรก็เป็นไปได้ มันอยู่ที่ความเชื่อถ้าเราทำมาจากใจ
มีคนมองว่าถ้าซาร่าจะเอาอินเตอร์ทำไมไม่เอาผิวขาวไปเลย หรือ เกาหลีไปเลย ทำไมถึงมาชอบผิวสี หนูว่ามันอยู่ที่จังหวะเวลา ก่อนหน้านี้ก็มีคนเข้ามาทักแต่ก็ไม่ใช่สักที จังหวะเวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่คิดว่าใช่สำหรับคุณอาจจะไม่ใช่สำหรับเรา สิ่งที่ใช่สำหรับเราอาจไม่ใช่สำหรับคุณ อยู่ที่ตอนนั้นอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกดีและมีความสุขก็จงเชื่อใจคุณแล้วก็ทำในสิ่งที่คุณมีความสุข
ภาพจาก IG : @sara_hohler
อ่านข่าวเพิ่มเติม