“กรมพระยาดำรงฯ” ทรงเจออิทธิฤทธิ์ “ศาลเจ้า” ครั้งล่องแม่น้ำปิง ปี 2464
“แม่น้ำปิง” เป็นสายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านหลายพื้นที่ตอนบนของไทย และมีตำนานเล่าขานตลอดริมสองฟากฝั่ง หนึ่งในนั้นคือเรื่องเล่าจากพระนิพนธ์ “กรมพระยาดำรงฯ” บิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ที่ทรงเจอดีเข้าให้!
ย้อนกลับไปครั้งที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีโอกาสไปเที่ยวชม “มณฑลพายัพ” เป็นครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2464
ขากลับ กรมพระยาดำรงฯ ทรงล่องเรือผ่านลำน้ำ “พิง”(ปิง) ลงมากรุงเทพฯ ใช้ระยะเวลาเดินทางเกือบ 1 เดือน เนื่องจากทรงมีพระประสงค์ที่จะตรวจเมืองโบราณที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง ตั้งแต่เชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์ นครสวรรค์
การเดินทางครั้งนั้น พระองค์ทรงอธิบายถึงลักษณะภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ผู้คน ความเป็นมาทางโบราณคดีของแต่ละพื้นที่ รวมไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ในงานเขียน “อธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่ถึงปากน้ำโพธิ์”
ปรากฏเรื่องราวการผ่านพื้นที่สำคัญทางภาคเหนือมากมาย เช่น เวียงป่าซาง จอมทอง ฮอด เมืองตากเก่า เมืองตากใหม่ ฯลฯ
ทว่ามีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งยังเป็นเรื่องอัศจรรย์ใจที่อยากให้ทุกคนได้ลองอ่านกัน คือ ตอนที่พระองค์ทรงเดินทางถึง “วังเจ้า” ซึ่งขณะนั้นอยู่ในเขตเมืองกำแพงเพชร
พระองค์ทรงบอกเล่าเอาไว้ว่า ในพื้นที่วังเจ้ามีเรื่องเล่าอันเลื่องลือของจระเข้ขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง คนท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นจระเข้ศักดิ์สิทธิ์ที่อาศัยในบริเวณนั้น เรียกกันว่า “จรเข้เจ้า”
ดังปรากฏในบันทึกว่า “ถึงวังเจ้าเข้าเขตร์เมืองกำแพงเพ็ชร แวะที่ศาลเจ้าอยู่ริมน้ำทางฝั่งตวันตก ที่วังเจ้านี้เป็นที่เลื่องลือว่ามีจรเข้ใหญ่ตัวหนึ่ง เปนจรเข้ของเจ้า นัยว่าไม่กลัวแต่ไม่ทำอันตรายคน”
เรือล่องมาถึงวังเจ้าช่วงบ่าย เลยเวลาที่จระเข้จะขึ้นมาอาบแดด จึงสร้างความผิดหวังให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และเหล่าเจ้านายจากกรุงเทพฯ ที่เดินทางมาพร้อมกันเป็นอย่างมาก
เมื่อเป็นเช่นนั้นเลยพากันขึ้นไปสำรวจ “ศาลเจ้าเก่า” ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงแทน แต่ด้วยความอยากเห็นจระเข้ พระยาพจนปรีชาหนึ่งในคณะเดินทาง จึงกล่าวท้าทายศาลเจ้าเอาไว้
“ลงมาถึงวังเจ้าเปนเวลาบ่ายพ้นจรเข้เคยขึ้นตากแดดเสียแล้ว เขาชี้ให้ดูแต่ชายตลิ่งตรงที่จรเข้เคยขึ้นตากแดดในเวลาเช้า แวะขึ้นไปดูศาลเจ้า เห็นปลูกเปนศาลไม้ไว้ ๓ หลังชำรุดซุดโทรมจวนจะพัง เมื่อขากลับจะลงเรือพระยาพจนปรีชาเป็นคนปากไวท้าเจ้าไว้ว่า‘ถ้าศักดิ์สิทธิ์จริง ขอให้จรเข้ขึ้นมาให้เห็น’”
สิ้นวาจาที่พระยาพจนปรีชากล่าวท้าทายศาลเจ้าไปนั้น จระเข้ตัวใหญ่ก็ขึ้นมาแสดงตัวให้เห็นเหนือผิวน้ำอย่างน่าฉงน ความว่า
“พอขาดคำจรเข้ก็ลอยขึ้นให้เห็นที่ตรงเรือ เปนจรเข้ขนาดหัวยาวสักศอกเศษ ลอยอยู่สัก ๕ นาทีจึงได้จม ได้ดูด้วยกันหมดรวมเรือสัก ๖ ลำ”
หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และเจ้านายจากกรุงเทพฯ คนอื่น ๆ รวมถึงเหล่าข้าราชบริพารน้อยใหญ่ ล้วนตระหนักและตีความไปในทิศทางเดียวกันว่า การที่ “จรเข้เจ้า” ปรากฏตัว เป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประจำอยู่ ณ ศาลเจ้าแห่งนั้น ตามคำท้าทายของพระยาพจนปรีชา
เพื่อแสดงความเคารพ ขอขมา และตอบแทนศาลเจ้า ขบวนเรือของเจ้านายกรุงเทพฯ จึงมีมติร่วมกันว่า“ต้องบอกเรี่ยรายกันปฏิสังขรณ์ศาลเจ้าเปนการตอบแทนที่ได้ดูจรเข้ เวลาบ่าย ๒.๐๐ ล.ท. ออกเรือจากวังเจ้า”
ถือเป็นหนึ่งเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ในการล่องแม่น้ำปิงของกรมพระยาดำรงฯ
อ่านเพิ่มเติม :
- “หม่อมเฉื่อย” หม่อมในกรมดำรง ที่ทรงชื่นชมยกย่องว่า “เป็นบุญที่มีเมียดี”
- “พัดดำรงธรรม” พัดที่กรมดำรงทรงสั่งถวาย “ครูบาศรีวิชัย” โดยเฉพาะ
- “กรมดำรง” ทรงชื่นชม “เจ้าดารารัศมี” เชี่ยวชาญโบราณคดีกว่าใครในมณฑลพายัพ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. อธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์. พิมพ์ในงานศพนางประชุมรุกขพันธุ์ (จันทร์ ศรุตานนท์). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2473.
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร, 2542.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กรมพระยาดำรงฯ” ทรงเจออิทธิฤทธิ์ “ศาลเจ้า” ครั้งล่องแม่น้ำปิง ปี 2464
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com