โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สรุปเรื่อง ‘เหล็ก’ ตึก สตง. สำรวจสงสัยว่าอาจใช้เหล็กปลอม ก่อนรับทราบผลตรวจสอบวันนี้

The MATTER

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 09.44 น. • Recap

‘ตึก สตง. ถล่ม’ เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะแม้จะมีอาคารได้รับความเสียหายอยู่จำนวนไม่น้อย แต่จนถึงขณะนี้ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างก็เป็นเพียงอาคารเดียวเท่านั้นในกรุงเทพฯ ที่เสียหายรุนแรงจนถล่มทันที และพบผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย

ด้วยความเสียหายที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าไม่ปกติ และยังเป็นอาคารที่อยู่ภายใต้โครงการก่อสร้างของภาครัฐ ทำให้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากว่า การก่อสร้างนั้นเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ และถึงที่สุดแล้ว คืออาคารแห่งนี้มี ‘การคอร์รัปชัน’ จนการก่อสร้างไม่สมบูรณ์หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนตั้งข้อสังเกตว่า เหล็กที่ใช้ก่อสร้างดูเหมือนจะเป็นเหล็กเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน

จนกว่าจะมีความชัดเจนในการตรวจสอบถึงมาตรฐานและคุณภาพของเหล็ก รวมถึงวัสดุก่อสร้างอื่นๆ และกระบวนการทำงาน The MATTER ชวนไปไล่เรียงเหตุการณ์ และสรุปข้อค้นพบเรื่องเหล็กที่ว่านี้กัน

เมื่อเวลาประมาณ 13.25น. ของวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นแรงสั่นสะเทือน จากการเกิดแผ่นดินไหวจากศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ระหว่างนั้น มีคนบันทึกภาพเหตุการณ์และแชร์ทางโซเชียลมีเดีย ปรากฏภาพตึกสูงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตจตุจักร พังถล่มลงมาทั้งหมด โดยมีคนงานก่อสร้างรีบวิ่งหนีออกมาจำนวนหนึ่ง ภายหลังปรากฏว่า ตึกดังกล่า เป็นอาคารของ สตง. ที่กำลังก่อสร้าง ความสูง 30 ชั้น มูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เร่งเข้าช่วยเหลือค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในอาคารทันที และยังคงดำเนินงานมาจนถึงวันนี้ (31 มีนาคม 2568) สตง. ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการนี้ ว่าเป็นโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ 3 งาน บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร อาคารนี้ถูกออกแบบโดยบริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ออกแบบด้วยวงเงิน 73 ล้านบาท กระบวนการก่อสร้างอาคาร สตง. ได้เสนอขออนุมัติงบประมาณรายการค่าก่อสร้าง เป็นจำนวนเงิน 2,560 ล้านบาท และได้รับการอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ต่อมาได้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ผู้ชนะการประกวดราคาในการมารับจ้างก่อสร้าง ได้แก่ กิจการร่วมค้า ไอทีดี – ซีอาร์อีซี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด) รัฐวิสาหกิจจากประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้เสนอราคารายต่ำสุด ด้วยวงเงิน 2,136 ล้านบาท และได้ดำเนินการเบิกจ่ายมาแล้วทั้งสิ้น 22 งวด เป็นจำนวนเงินที่เบิกจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 966.80 ล้านบาท ผู้ชนะการยื่นข้อเสนองานจ้างควบคุมงาน ได้แก่กิจการร่วมค้า PKW (บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด บริษัท ว. และสหาย คอนซัลแตนตส์ จำกัด และบริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ จำกัด) ด้วยวงเงิน 74.65 ล้านบาท ซึ่งจะมีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างและรับรองการทดสอบคุณสมบัติของพัสดุในการก่อสร้างทุกรายการตามแบบรูปรายการ สตง. ยืนยันว่ากระบวนการดำเนินการก่อสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคาร และดำเนินโครงการตามหลักความสุจริต คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ 30 มีนาคม 2568 เอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าเก็บซากเหล็กตึก สตง. ถล่มเป็นตัวอย่างเพื่อส่งตรวจสอบ จากการตรวจสอบ พบเหล็กทั้งหมด 6 ประเภท ทั้งเหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตร 3 อัน, เหล็กข้ออ้อย 16 มิลลิเมตร 3 อัน, เหล็กข้ออ้อย 20 มิลลิเมตร 3 อัน, เหล็กข้ออ้อย 25 มิลลิเมตร 3 อัน, เหล็กข้ออ้อย 32 มิลลิเมตร 4 อัน และ เหล็กกลม 2 อัน ขนาด 9 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่มาจากผู้ผลิตรายเดียว แต่มีเหล็กบางประเภทที่มาจากผู้ผลิต 3 ยี่ห้อ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย จะมีการตรวจสอบคุณภาพจากตัวอย่างเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้าง ในวันที่ 31 มีนาคม 2568 พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า จากการวิเคราะห์ตามแบบแปลนโครงสร้างตึกของ สตง. ที่กำลังก่อสร้าง มีความสูง 30 ชั้น คาดว่าต้องใช้เหล็กเส้นข้ออ้อย (ที่เป็นเส้นกลมมีบั้ง) คาดว่าขนาด DB16 DB20 DB25 เป็นหลักในการเสริมแรงโครงสร้างคอนกรีต โดยเฉพาะในส่วนของ เสา คานพื้น และฐานราก เพื่อรองรับน้ำหนักและแรงอัด แรงดึง และแรงเฉือน ถ้าหากมีการใช้เหล็กเส้นข้ออ้อยที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามหลักทางวิศวกรรม จะทำให้โครงสร้างเปราะและแตกหักง่าย เพราะส่วนประกอบของเหล็กที่มีสัดส่วนคาร์บอนหรือสัดส่วนโบรอน (ธาตุชุบแข็งเหล็ก) มากเกินไป ก็จะทำให้เหล็กมีความแข็งแต่เปราะ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือแรงกระแทกที่รุนแรง จะทำให้เหล็กหักเป็นท่อน ๆ แทนที่จะโค้งงอและดูดซับแรง ส่งผลให้โครงสร้างตึกถล่มลงมาได้ หลังมีการเปิดเผยภาพตัวอย่างเหล็กบางส่วน บนโซเชียลมีเดียก็ได้มีการนำภาพลักษณะของเหล็กไปวิเคราะห์กันว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยจำนวนหนึ่งสังเกตว่าอาจเป็นเหล็กปลอม บ้างบอกว่าเหล็กดูเก่ามากทั้งที่อาคารยังก่อสร้างไม่เสร็จด้วยซ้ำ เฟซบุ๊กเพจ Metallurgical Failure Analysis เพจแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับโลหะวิทยา ระบุว่า เหล็กเสริมคอนกรีตเป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างคอนกรีต โดยปัจจุบันมีการใช้อยู่หลายประเภท ที่ได้รับความนิยมสูงคือ SD50 และ SD50T ซึ่งมีความแตกต่างในกระบวนการผลิตและความเหมาะสมในการใช้งาน จากภาพตัวอย่างเหล็กที่ใช้ เป็นชนิด SD50T ซึ่งถือว่าเหมาะกับโครงสร้างที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ แต่ที่สำคัญคือจะต้องมีการควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิต รวมถึงต้องตรวจสอบโครงสร้างจุลภาคของเนื้อเหล็กด้วย ไม่เพียงแค่ทดสอบทางเคมีและทางกลเท่านั้น สำหรับการผลการตรวจสอบโดยละเอียดจากสมาบันเหล็กฯ จะได้รับทราบผลภายใน 18.00น. ของวันที่ 31 มีนาคม 2568 หลังการตรวจเสร็จสิ้น ข้อกังวลเรื่องเหล็กปลอม ส่วนหนึ่งมาการที่หนึ่งในบริษัทก่อสร้างเป็นบริษัทสัญชาติจีน ซึ่งปัจจุบันถือเป็นช่วงที่มีประเด็น ‘เหล็กปลอม’ จากจีนที่พบอยู่จำนวนไม่น้อย และหลังจากที่ตึก สตง. ถล่ม ยังพบว่า ในโซเชียลมีเดียของบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ยังลบข่าวและข้อมูลที่เคยประชาสัมพันธ์ออกจากช่องทางออนไลน์หมดเกลี้ยง พงศ์พลระบุเพิ่มเติมว่า รมว.อุตสาหกรรม ได้มีการเอาจริงเอาจังในการจัดการกับการผลิต นำเข้า จำหน่ายเหล็กไม่ได้มาตรฐาน มาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เพราะถือว่าเป็นเหตุร้ายแรง ทำให้ชีวิตประชาชนเสียหาย โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายที่เป็นบริษัทร่วมจดทะเบียนและบริษัทต่างชาติ ไปแล้วรวม 7 ราย ยกตัวอย่างล่าสุด มีการสั่งปิดโรงงานผลิตเหล็กทุนข้ามชาติ เพราะไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และยังตรวจเจอสินค้าเหล็กเส้นข้ออ้อย SD 40 และ SD 50 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ตาม มอก. 24-2559 ทดสอบโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยด้วย จึงมีการสั่งลงโทษตามกฎหมาย เพื่อตัดต้นตอความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและอันตรายต่อประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...