SC Asset มองปีนี้ไม่ง่าย ต้องปรับตัว เตรียมรีแบรนด์ใหญ่ในรอบ 18 ปี พร้อมขยายธุรกิจใหม่ปีหน้า
TODAY Bizview
อัพเดต 20 ก.พ. 2568 เวลา 17.43 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 10.43 น. • workpointTODAYนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ปีนี้ประเทศไทยยังต้องเจออุปสรรค 3 เรื่องใหญ่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง, อุปทานที่ล้นตลาด และภาวะความเชื่อมั่นที่ยังไม่ฟื้นตัว ที่กระทบต่อตลาดอสังหาฯ ไทย ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็วเพื่อรับมือมาโดยตลอด ซึ่งความท้าทายใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้คือความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ SC ต้องเดินหน้าปรับกลยุทธ์ต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด #RethinkToReform เตรียมรีแบรนด์ใหม่ ครั้งใหญ่ในรอบ 18 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน นอกจากนี้ยังเตรียมขยายไปยังธุรกิจใหม่ที่สร้างโอกาสให้กับบริษัทสามารถเติบโตได้ในอนาคต
เตรียม Reform 3เรื่องใหญ่ สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ
1.) ปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม เพื่อกระจายความเสี่ยง เพิ่มความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอ มีกำไรจากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น การลงทุนจะเป็นไปอย่างรอบคอบ ร่วมทุนกับพันธมิตรแข็งแกร่ง และสัดส่วนหนี้ต่อทุนจะลดลงอย่างมีนัยในปีนี้
Engine 1 – อสังหาฯ ที่อยู่อาศัยเพื่อขาย แนวราบและคอนโด
Engine 2 – อสังหาฯ สร้างรายได้ประจำ โรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และอพาร์ตเมนต์ใน USA
Engine 3 – โอกาสใหม่ ลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
2.) ปรับโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เน้นย้ำคุณภาพสูง นวัตกรรมตอบโจทย์ลูกค้า และ เพิ่มความสามารถในการทำกำไร
3.) ปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มความคล่องตัว รองรับการเติบโตของธุรกิจที่หลากหลาย และเพิ่มโอกาสเติบโตของพนักงาน
เป้าหมายและแผนธุรกิจปี 2025
ในปี 2025 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในแง่ของยอดขาย รายได้ และกำไร พร้อมเสริมสร้างสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนอย่างมีนัยสำคัญ
- ตั้งเป้ายอดขายพรีเซลล์ 26,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน
- รายได้รวมจากทุกกลุ่มธุรกิจ 25,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน
- ทุ่มงบลงทุน 7,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจหลากหลายด้าน
- รักษาความเป็นผู้นำตลาดบ้านเดี่ยว เพิ่มส่วนแบ่งตลาดคอนโด และสร้างรายได้ประจำจากอสังหาริมทรัพย์
หากขยายไปดูรายละเอียดในแต่ละ Engine ของ SC Asset จะพบว่า
Engine 1: อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย ในปี 2025 บริษัทจะมี 96 โครงการ มูลค่ารวม 94,500 ล้านบาท โดยจะเปิดโครงการใหม่ 15 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 28,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น
- โครงการแนวราบ (บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮม) – 12 โครงการ มูลค่า 18,000 ล้านบาท ไฮไลท์สำคัญ เช่น เปิดตัวแบรนด์ใหม่ SONLE บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรี สไตล์ Sophisticated Modern Tropical ราคาเริ่มต้น 200 ล้านบาท และโครงการ Matter ทาวน์โฮมสำหรับ Gen Z ราคาเริ่ม 5.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเปิดตัวบ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ Bangkok Boulevard 2025 เจาะตลาดกลุ่มไฮเอนด์
- โครงการคอนโดมิเนียม – 3 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ผ่านแบรนด์ Reference และ COBE พร้อมสานต่อความสำเร็จจาก Reference เอกมัย ที่ทำยอดขายได้ 80% ตั้งแต่เปิดตัว และเตรียมเปิดตัวคอนโดแบรนด์ใหม่ ทำเล สุขุมวิท ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ปลายปี 2025 ด้วย
Engine 2: อสังหาริมทรัพย์รายได้ประจำ ช่วงปลายปี 2025 บริษัทจะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อรายได้ประจำรวม 19 โครงการ จาก 4 ประเภทธุรกิจหลัก ได้แก่
- โรงแรม จำนวนรวม 545 ห้อง โดยในช่วง Q2/2025 เตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ KROMO, Curio Collection by Hilton บนถนนสุขุมวิท ตรงข้าม EmSphere และ The Standard Pattaya โรงแรมหรูแห่งเดียวใน หาดนาจอมเทียน
- คลังสินค้าให้เช่ารวม 200,000 ตร.ม. เตรียมเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าให้เช่า 3 โครงการใหม่ (บางนา กม. 20, แหลมฉบัง, นิคมอมตะ ชลบุรี) รองรับดีมานด์ธุรกิจโลจิสติกส์
- อาคารสำนักงานรวม 120,000 ตร.ม.
- อพาร์ตเมนต์ให้เช่าในสหรัฐฯ– รวม 5 อาคาร
Engine 3: เตรียมขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ โดยมองหาโอกาสใหม่ เสริมพอร์จของบริษัทให้แกร่งยิ่งขึ้น โดยจะรวมเอาธุรกิจบริการด้านอสังหาฯ และโทเคนเข้ามาอยู่ด้วย คาดว่าจะเริ่มธุรกิจใหม่นี้ในปี 2026
นายณัฐพงศ์ กล่าวสรุปว่า “ปี 2025 ที่ท้าทายนี้ SC จะปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจฟื้นแข็งแกร่งกำไรเติบโต ลงทุนอย่างรอบคอบ และกระจายความเสี่ยงในธุรกิจที่หลากหลาย รักษาความเชื่อมั่นของแบรนด์ผ่านมาตรฐานสินค้าคุณภาพสูงและบริการที่อบอุ่น รวมทั้งตั้งเป้าหมายลด GHG รวมกัน >100,000 ตันคาร์บอน ในปี 2025-2030 เพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไป”