กลวิธีจีบสามีคนใหม่ของลูกสาวนายพลยุค 70
ข้อมูลเบื้องต้น
หลี่เพ่ยอิงลูกสาวนายพลแห่งปักกิ่ง ชาติก่อนถูกสามีสวมเขา คับแค้นจนหัวใจวายตาย ได้ย้อนเวลากลับมาก่อนวันแต่งงาน ตั้งใจเปลี่ยนเส้นทางเดินชีวิตหาสามีใหม่แสนดี จับผลัดจับผลูได้แต่งงานกับทหารหนุ่มบ้านนอกคนหนึ่ง เมื่อเขาคือคนที่ใช่ จะรอช้าอยู่ทำไมจีบเขามาเป็นสามีตัวจริงซะเลยสิ!
หม่าซีเฉินนายทหารยศพันตรี ทิ้งอนาคตในเมืองหลวงเพื่อกลับบ้านนอก โชคชะตาเล่นตลก เมื่อตัวภาระอย่างลูกสาวผู้บัญชาการตกมาอยู่ในอุ้งมืออย่างจำใจ…
…………………………
ทันทีที่ก้าวเข้ามา กลิ่นหอมอ่อนรวยรินโชยมาจนชายหนุ่มเผลอสูดหายใจจนเต็มปอด ทว่าพอเห็นหญิงสาวในห้อง เขาก็รีบก้มหน้าต่ำจนแทบชิดแผ่นอก
แย่แน่! นายทหารหนุ่มคร่ำครวญอยู่ในใจ เพราะคืนนี้สาวสวยร่วมห้องเลือกสวมชุดนอนผ้าพลิ้วสั้นเหนือเข่าเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน สายคล้องไหล่เส้นบางราวกับจงใจยั่วเย้าใจชายชวนให้อยากกระตุกเล่น เขาพยายามไม่มองแต่สายตาว่องไวของทหารทำให้เขาจดจำภาพเธอได้ชัดเจนติดตา
เมื่อได้ยินเสียงเจ้าของห้องกลับมา ดวงตาคู่งามเหลือบมองเขาอยากชวนคุย ทว่าชายหนุ่มกลับก้มหน้าหลบสายตา ท่าทางอายม้วนเสียจนเธออดยิ้มขำในใจไม่ได้ คืนนี้เธอเลือกสวมชุดนอนสายเดี่ยวตัวบาง ด้วยเสื้อผ้าตัวอื่นต่างถูกใช้จนหมดและยังไม่ได้ซัก เธอไม่ได้คิดยั่วยวนเขาหรอกนะ…สาบานได้!
………………………………
เอาใจช่วย นางเอกของเรา ไปตามจีบหนุ่มบ้านนอกมาเป็นสามีใหม่กันค่ะ
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ชื่อบุคคลและสถานที่ไม่มีอยู่จริง
E-book Meb⇒ https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiODcwOTc1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6MzUwNjM3O30
E-book dek-d ⇒ https://novel.dek-d.com/ebook/27006
ใจสลาย
เจ็บ! ราวถูกคมมีดกรีดลงกลางใจ
ในชีวิตนี้มีเพียงสองสิ่งที่หลี่เพ่ยอิงให้ความสำคัญ นั่นคือ คนรักและครอบครัว และหนึ่งในสองสิ่งนั้นกำลังทำร้ายเธออย่างแสนสาหัสจนเกือบขาดใจตาย
“ทำไม!? เพราะอะไรกัน!” หลี่เพ่ยอิงกรีดร้องพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นทางยาว ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยคราบเลอะเทอะไม่น่ามอง ร่างอ่อนแรงทรุดตัวลงกับพื้น ความเย็นเฉียบสัมผัสผิวกายที่กำลังร้อนรุ่มด้วยความโกรธแค้นและเสียใจ หัวใจราวกับถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
“นังนั่นมันดีกว่าฉันตรงไหน!” เธอตะโกนถามตัวเอง สองมือยกขึ้นกำแน่นความเดือดดาลอัดแน่นภายในอกจวนเจียนระเบิด
เธอเกิดมาฐานะชาติตระกูลสูงส่ง ร่ำรวย รูปโฉมสวยงามไร้ที่ติ มีการศึกษา ผู้ชายทุกคนล้วนปรารถนาอยากได้เคียงคู่เธอ แล้วทำไมผู้ชายคนเดียวที่เธอมีใจทุ่มเทให้ถึงเลือกมีผู้หญิงอีกคนที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่อาจทัดเทียมเธอได้กันล่ะ
จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน…สามีมีเมียน้อย!
เธอเฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าผิดพลาดตรงไหน ถึงทำให้โจวเว่ยฉีเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จากคนที่เคยอ่อนโยนและรักเธออย่างสุดหัวใจ ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่เย็นชาและเหินห่าง เธอเคยเชื่อมั่นในรักของเขา เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมและคู่ควรที่สุดสำหรับเขา แต่ในวันนี้…ทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
หญิงสาวที่เคยภาคภูมิใจในตัวเอง ตอนนี้กลับถูกกระชากศักดิ์ศรีลงมาเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เธอจะทนแบกรับความทุกข์ทรมานนี้ได้อย่างไรกัน
“พี่ฉี…พี่ทำกับฉับแบบนี้ได้ยังไง” เธอรักโจวเว่ยฉีเพียงคนเดียวมาตลอดหลายปี ทั้งคู่ถูกจับหมั้นกันมาตั้งแต่เด็ก สองครอบครัวเกื้อกูลช่วยเหลือมายาวนาน เขาอ่อนโยน เขาดูแลปกป้องแต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อผู้หญิงคนนั้นเข้ามา…ฉางผิง
เพราะรูปสวย รวยทรัพย์ หลี่เพ่ยอิงเลยมั่นใจว่ายังไงโจวเว่ยฉีก็ไม่มีวันกล้าถอนหมั้นกับเธอแน่นอน
แต่แล้ว…เขากลับเลือกนังนั่น มันมีดีที่ตรงไหนทั้งยากจน ต่ำต้อย แต่งกับมันมีแต่จะพากันลงเหว เห็นจะมีดีอยู่อย่างเดียว คือเป็นแม่ดอกบัวขาวอ่อนแอบอบบาง แต่เขาโง่ดูไม่ออก!
แน่นอนว่าเธอเจ็บใจมาก!
“ฉันไม่ยอม! ไม่มีวันยอม!” หลี่เพ่ยอิงตะโกนลั่น หัวใจที่แตกร้าวเริ่มก่อตัวเป็นความอาฆาตแค้น สายตาหม่นหมองค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ดั่งเปลวไฟ เธอจะต้องทำอะไรสักอย่าง จะต้องทำให้โจวเว่ยฉีกลับมาสำนึก ว่าใครกันแน่ที่เหมาะสมกับเขาที่สุด…
หลี่เพ่ยอิงเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เย่อหยิ่งเอาแต่ใจอยู่แล้วกลายเป็นผู้หญิงบ้าคลั่งไร้เหตุผล อารมณ์ฉุนเฉียว หวาดระแวงว่าชายหนุ่มจะทิ้งเธอไป จึงเลือกจะกำจัดศัตรูหัวใจที่จะมาแย่งคนรักไป เธอบุกไปเอาเรื่องนังชู้รักของสามีถึงบ้าน เพียงแค่เธอตบมันไปครั้งเดียว โจวเว่ยฉีถึงกับโกรธมาก ใบหน้าของเขาเกรี้ยวกราดแทบอยากจะบีบคอเธอ
“คุณมันผู้หญิงร้ายกาจ!”
เสียงตวาดกร้าวดังขึ้น พร้อมกับนิ้วมือที่ชี้ตรงมาที่หน้าเธอ โจวเว่ยฉีเอ่ยวาจาเผ็ดร้อนและขอหย่าขาดอย่างไร้เยื่อใย
“ผมไม่เคยรักคุณ!”
คำพูดของเขาเสียดแทงเข้าหัวใจจนแทบแตกสลาย หลี่เพ่ยอิงยืนตะลึงงัน ดวงตาไหวระริกด้วยความจ็บปวดจนทนรับไม่ได้
“ไปตายซะ!”
ประโยคสุดท้ายจากชายที่เธอคิดว่ารักหมดหัวใจ หลี่เพ่ยอิงหมดเรี่ยวแรงทรุดฮวบลงกับพื้น เดิมร่างกายก็ใช่ว่าแข็งแรง ความเจ็บช้ำแล่นเข้าสู่หัวใจ ภายในอกบีบรัดอัดแน่นจนหายใจไม่ออก สติเริ่มเลือนลางเข้าสู่ความว่างเปล่า ชีพจรหยุดเต้นเพราะหัวใจวายเฉียบพลัน
ร่างโปร่งบางลอยล่องอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเย็น วิญญาณของหลี่เพ่ยอิงถูกพันธนาการด้วยความเจ็บช้ำและความอาฆาตแค้น เธอกลายเป็นเงาไร้ตัวตน คอยเฝ้ามองชีวิตของโจวเว่ยฉีและหญิงชู้
หลังจากเธอสิ้นลมหายใจ หญิงร้ายชายชั่วก็แต่งงานกัน ทรัพย์สมบัติมหาศาลของเธอตกเป็นของสามีจากพินัยกรรมปลอมที่เขาวางแผนไว้ เขาใช้เงินของอดีตภรรยาผู้ร่ำรวยลงทุนธุรกิจจนกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่ง
หลี่เพ่ยอิงเจ็บช้ำซ้ำๆ เมื่อได้เห็นชีวิตอันรุ่งโรจน์ของพวกเขา เพราะความยึดติดมาตลอดว่าคู่หมั้นเป็นของตัวเองราวกับเด็กหวงของ ทำให้เธอยังวนเวียนไม่อาจหลุดพ้น แต่แล้วราวกับกฎแห่งกรรมเดินทางมาถึง เมื่อโจวเว่ยฉีมีผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิต สองสามีภรรยาผู้เคยรักกันหวานชื่นกลับกลายเป็นศัตรูคู่แค้น แม่ดอกบัวขาวผู้แสนดีเริ่มเผยธาตุแท้ออกมา สุดท้ายเลือกจบปัญหาด้วยวิธีใช้ความรุนแรงปลิดชีวิตโจวเว่ยฉีกับผู้หญิงใหม่อย่างเลือดเย็น ก่อนถูกจับกุมและเข้าไปในชีวิตที่เหลือในคุก
สิ้นสุดความคั่งแค้นเสมือนได้รับการปลดปล่อย หลี่เพ่ยอิงสัมผัสถึงความสงบสุขอีกครั้ง วิญญาณไปสู่สุขคติ แสงสว่างเรืองรองงามจับตา ก่อนประกายสุดท้ายจะดับสลาย เธอภาวนาให้ชาติต่อไปอย่าได้เกี่ยวข้องกับคนเลวเหล่านี้อีก เธอปรารถนาจะมีรักแท้กับสามีที่ซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียว ท่ามกลางแสงสีขาวเจิดจ้า วิญญาณของหญิงสาวสลายหายไป
เปลือกตาบางขยับไหวไปมาก่อนค่อยๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง หลี่เพ่ยอิงกระพริบตา ดวงตากลมโตสะท้อนภาพเพดานอันคุ้นเคย รู้สึกถึงลมหายใจไหลวนเวียนในร่างกายอีกครั้ง ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เมื่อตั้งสติได้จึงกวาดสายตาไปรอบห้องสี่เหลี่ยม ก่อนจะหยุดลงที่ตัวเลขบนปฏิทินที่แขวนบนผนังเนิ่นนาน หัวใจเต้นแรงกระหน่ำ เรื่องราวก่อนหน้าราวกับว่าเป็นเพียงความฝันชั่วข้ามคืน
ปักกิ่ง 1973
เธอได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สามเดือนก่อนที่จะแต่งงานกับชายสารเลวนั่น รอยยิ้มบางคลี่ออกที่มุมปาก หากสวรรค์ให้โอกาสเธอใหม่ คราวนี้เธอไม่ใช่หลี่เพ่ยอิงที่หลงโง่งมกับรักจอมปลอมอีกต่อไป แต่จะเป็นคนใหม่ไม่หวนเดินเส้นทางเดิมอีกแล้ว
……………………………
ไปตามหาสามีใหม่กันค่ะ
ผู้ชายเจ้าชู้ต้องตีให้ตาย
บนโซฟาสีแดงตัวนั้นมีฉากรักร้อนแรง ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังตระกองกอดหญิงสาวร่างบางไว้แนบอก ใบหน้าหล่อเหลาชวนมองซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ทั้งคู่คลอเคลียแลกจูบกันไปมาอย่างลืมตัวไม่สนสายตาใคร
“พี่ฉี…พอก่อนค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้านะ…อ๊า!”
“ไม่มีใครเห็นหรอกครับ”
เสียงหนุ่มสาวกระซิบแผ่วเบาเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนา
หลี่เพ่ยอิงยืนมองชายหญิงคู่นั้นอยู่ที่ประตูด้วยสายตายากคาดเดาความรู้สึก ทุกภาพการกระทำบาดลึกลงในหัวใจตอกย้ำความโง่ในชาติก่อน เธอเม้มริมฝีปากแน่นสองมือกำเข้าหากัน
เธอควรจะทำอย่างไรดี?
จะเดินเข้าไปกระชากหญิงชั่วนั่นมาตบให้หายแค้น หรือควรจะวิ่งร้องไห้ออกจากงานเลี้ยงนี้ไป ทำแบบไหนถึงจะเรียกคะแนนสงสารได้มากกว่ากันนะ
หากเป็นชาติก่อนเธอคงไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปกระชากนังผู้หญิงนั่นขึ้นมาตบสักฉาดแล้วชี้หน้าด่า แต่เวลานี้เธอรู้ตัวเองดีว่าไม่ได้เสียใจที่เห็นโจวเว่ยฉีคู่หมั้นหนุ่มกำลังคลุกวงในอย่างเมามันอยู่กับฉางผิงอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน
โคตรเฮงซวย! หากอยากมากนักทำไมไม่ไปหาที่ทำกันดีๆ ให้ลับตาคนหน่อย หลี่เพ่ยอิงรู้มาตลอดว่า คู่หมั้นกับเพื่อนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามีสัมพันธ์กันลับหลัง เพื่อนๆ หลายคนมาบอกเรื่องของทั้งสองคนแต่เธอก็ปล่อยเลยตามเลย ตอนนี้เธอย้อนเวลามาก่อนแต่งงานถึงสามเดือนกะไว้ว่าจบวิทยาลัยเมื่อไรจะบอกที่บ้านให้ยกเลิกการหมั้นซะ
แล้วนี่มันอะไร! สองคนนี้กล้ามากอดจูบกันในงานเลี้ยงจบการศึกษา ต่อหน้าเพื่อนร่วมสถาบันนับร้อยคน หลี่เพ่ยอิงรู้สึกว่ามันจะหยามหน้ากันเกินไปหน่อยแล้ว
ก็อก ก็อก
นิ้วมือเรียวขาวผ่องยกขึ้นเคาะลงบนประตูที่แง้มไว้
เสียงเคาะประตูทำให้โจวเว่ยฉีที่กำลังคลุกเคล้าทรวงอกอวบอิ่มสะดุ้งตกใจ เขาหันไปเห็นคู่หมั้นสาวยืนอยู่ที่ประตู ด้านหลังยังมีสายตาอีกหลายสิบคู่จ้องมาอย่างตกตะลึง
“อิงอิง!” เสียงทุ้มตื่นตระหนก สีหน้าชายหนุ่มพลันซีดขาว เขารีบผลักฉางผิงออกจนกระเด็นหล่นจากโซฟาอย่างไม่ไยดี
“โอ๊ย!” ฉางผิงที่กำลังเคลิบเคลิ้มหวานชื่นถูกผลักจนก้นกระแทกพื้นถึงกับร้องลั่น หล่อนกำลังจะโวยวายแต่พลันชะงัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นยกยิ้มสะใจทันทีเมื่อเห็นหลี่เพ่ยอิงยืนอยู่ที่ประตู หล่อนลุกขึ้นจัดชุดหลุดรุ่ยก่อนจะเดินไปหาโจวเว่ยฉี ตั้งใจเข้าไปกอดแขนเขาแต่ชายหนุ่มรีบปัดทิ้งแล้วรีบลุกขึ้นก้าวยาวๆ ไปหาหลี่เพ่ยอิง
“อิงอิง! พี่อธิบายได้!”
โจวเว่ยฉีรีบพูดขึ้นอย่างร้อนรน สายตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น พรุ่งนี้พ่อแม่ของเขาจะไปตกลงเรื่องแต่งงานกับพ่อแม่ของหลี่เพ่ยอิงอยู่แล้วแท้ๆ เกิดมีเรื่องราวบาดหมางขึ้นมา เขาได้ถูกถีบกระเด็นออกจากตระกูลแน่ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรช่วงนี้เขารู้สึกว่าคู่หมั้นเปลี่ยนไป จากที่เคยตามติดขี้หึงอาละวาดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา พฤติกรรมเหล่านั้นหายไปไม่มีเหลือ ซ้ำยังดูเหินห่างเย่อหยิ่งถือตัวพร้อมสลัดเขาทิ้ง เขาพยายามเข้าใกล้เธอก็ยิ่งถอยห่าง จนเขาเริ่มกังวล
หลี่เพ่ยอิงปรายตามองโจวเว่ยฉีอย่างเย็นชาก่อนจะหันไปยังหญิงสาวที่กำลังขยับชุดรุ่ยร่าย
ฉางผิงยกยิ้มจนมุมปากกระดกขึ้น นัยน์ตาเป็นประกายระยิบระยับสมใจก่อนจะร้องถามเสียงเศร้าแสร้งทำหน้าตาน่าสงสารเริ่มบีบน้ำตา
“อิงอิง ไหนเธอบอกทุกคนว่าป่วยจะไม่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ไงล่ะ”
หนังหน้าต้องหนาขนาดไหนกัน? หลี่เพ่ยอิงอยากหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดจากปากผู้หญิงหน้าด้าน ต่อให้เธอไม่มางานเลี้ยงวันนี้ ก็ใช่ว่าชายโฉดหญิงชั่วจะมีสิทธิ์มานั่งกอดจูบกันโจ้งแจ้งตรงนี้ ผู้ชายมักมาก ผู้หญิงไร้ยางอาย ถึงได้คิดว่าการแอบกินกันลับหลังคู่หมั้นเป็นเรื่องสมควรทำ
โจวเว่ยฉีก้าวเข้าไปหาคู่หมั้นสาวอย่างร้อนรน มือหนายื่นคว้าท่อนแขนเรียวหมายจะดึงออกไปให้พ้นสายตาสอดรู้จากผู้คนในงาน ทว่าหลี่เพ่ยอิงกลับเบี่ยงแขนหลบอย่างรวดเร็วราวกับรู้ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร
ชายหนุ่มเริ่มลนลานเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความปวดร้าวอย่างที่เขาคิด แต่มันกลับเย็นเยียบราวกับพื้นน้ำแข็ง
“อิงอิง…” โจวเว่ยฉีเสียงสั่น ยิ่งหลี่เพ่ยอิงยืนนิ่งไม่พูดไม่แสดงท่าทีใดๆ เขาก็ยิ่งร้อนรนทำตัวไม่ถูก ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนจะปล่อยผ่านเรื่องแบบนี้ไปง่ายๆ
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาของเขาจับจ้องคู่หมั้นอย่างระแวดระวัง กลัวว่าหากแค่กระพริบตา หลี่เพ่ยอิงจะจัดการฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเขาจนล้มคว่ำ แน่นอนว่าเขาไม่กล้าตอบโต้กลับ เพราะคู่หมั้นของเขาน่ะเป็นถึงคุณหนูหลี่ หลานสาวตระกูลทรงอิทธิพลแห่งปักกิ่ง ในเมืองนี้มีใครไม่รู้จักตระกูลหลี่บ้าง?
หลี่เพ่ยอิง หญิงสาวสวยวัยยี่สิบเอ็ดปี หลานสาวเพียงคนเดียวของอดีตนายพลสูงสุดผู้ทรงอำนาจ ยังมีพ่อ ลุง รวมทั้งอาล้วนแล้วแต่เป็นนายทหารยศสูง ได้รับสมญานามว่าสามทหารเสือแห่งปักกิ่ง ส่วนทางฝั่งแม่ก็ร่ำรวยล้นฟ้าเป็นตระกูลพ่อค้ามีกิจการใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้
โจวเว่ยฉีรู้ดีที่ได้หมั้นกันเพราะโจวชิงพ่อของเขากับนายพลหลี่หยวนพ่อของเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันมาตั้งแต่ประถม ครอบครัวสกุลโจวลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้ล้วนอาศัยบารมีของสกุลหลี่มาทั้งสิ้น หากวันนี้คู่หมั้นโกรธเคืองถึงขั้นแตกหัก ไม่เพียงแต่ชีวิตของเขาจะพังยับเยิน ทั้งปู่และพ่อได้เอาเลือดหัวเขาออกอย่างไม่ต้องสงสัย
…………………………
ผู้ชายเจ้าชู้ต้องตีให้ตาย 2
“อิงอิง พี่ผิดไปแล้ว พี่แค่หลงผิดไปชั่ววูบ” เขาเอ่ยเสียงอ่อน รู้ดีว่าหากไม่อ่อนข้อให้คุณหนูอย่างหลี่เพ่ยอิง เธอจะยิ่งอยากเอาชนะและเล่นงานเขามากขึ้น
“เขายั่วพี่ก่อนนะ!” โจวเว่ยฉีตัดสินใจเอาตัวรอดโยนความผิดให้พ้นตัว เขาไม่สนใจว่าฉางผิงจะทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธยังไง ขอเพียงคู่หมั้นไม่โกรธเคืองเขาก็พอแล้ว
หลี่เพ่ยอิงได้ยินคำกล่าวอ้างก็คลี่ยิ้ม ดวงตาคู่สวยเหลือบเลยไปทางผู้หญิงด้านหลังของชายหนุ่ม พอเห็นหญิงชั่วบนโซฟาชักสีหน้าบึ้งตึง อารมณ์ขุ่นมัวของเธอจึงเริ่มดีขึ้นนิดหน่อย น้ำเสียงที่เอ่ยกับโจวเว่ยฉีจึงอ่อนหวานมากขึ้นเป็นพิเศษ
“พี่ฉี…พี่บอกว่าฉางผิงยั่วยวนพี่ก่อนเหรอคะ”
“ใช่ครับ พี่นั่งอยู่ดีๆ หล่อนก็มานั่งตักพี่ เอาแขนคล้องคอแล้วก็จูบพี่” โจวเว่ยฉียิ้มประจบรีบตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด เสียงหวานและรอยยิ้มของหลี่เพ่ยอิงทำให้เขาคลายใจไปเปราะหนึ่งพยายามส่งยิ้มจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แล้วทำไมพี่ไม่ผลักออกล่ะคะ?” หลี่เพ่ยอิงยิ้มเอียงคอถามเสียงหวาน มองใบหน้าชายหนุ่มด้วยท่าทางสงสัยราวกับเด็กสาวไร้เดียงสาน่ารักจนโจวเว่ยฉีตาพร่า
“เอ่อ…พี่ดื่มแล้วเลยมึนนิดหน่อย พี่เป็นผู้ชายนะ! หล่อนเสนอมาพี่ก็แค่ตอบสนอง”
“ฮ่า ฮ่า พี่พูดอย่างนี้เหมือนเป็นคนอดอยากปากแห้งเลยนะคะ”
โจวเว่ยฉีได้ยินเสียงหัวเราะและเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าหลี่เพ่ยอิง ใจก็เริ่มสงบลง คิดว่าขอโทษแล้วออดอ้อนอีกนิดหน่อยอีกฝ่ายก็คงหายโกรธ ในโลกใบนี้มีผู้ชายคนไหนบ้างไม่เจ้าชู้ จะหาเศษหาเลยชั่วครั้งชั่วคราวไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ยังไงคนที่เขาเลือกต้องเป็นหญิงสาวผู้เพียบพร้อมอย่างหลี่เพ่ยอิงอยู่แล้ว
ท่าทางผ่อนคลายของคู่หมั้นทำให้โจวเว่ยฉีคลายใจ หลี่เพ่ยอิงนั้นสวยน่ารักพอทำตัวอ่อนหวานนุ่มนิ่มก็ทำเอาใจสั่นสะท้าน เขาขยับเข้าใกล้ยกมือขึ้นลูบผมนุ่มสลวยอย่างเอาใจ
“พี่กับผู้หญิงคนนั้นก็แค่เล่นๆ กัน เธออย่าใส่ใจเลยนะ”
หลี่เพ่ยอิงทำแก้มป่องเริ่มแสดงความแง่งอน ริมฝีปากอวบอิ่มยื่นออกมาน้อยๆ มันดูน่ารักน่าหยิกมากในสายตาของโจวเว่ยฉี
“แล้วทำไมพี่ต้องเล่นกับเธอด้วยล่ะคะ?”
“ก็เพราะอิงอิงนั่นแหละ ถ้ายอมให้พี่ได้กอดจูบบ้างคงไม่ต้องไปคว้าผู้หญิงที่เสนอตัวมาเองหรอก” เขายิ้มประจบอยากเอาใจคู่หมั้นสาวต่อให้ฉางผิงโกรธกระโจนมาแหกอกเขาตอนนี้ก็ไม่สน
“ฉันคิดว่ายังไงก็ควรแต่งงานกันก่อนทำเรื่องพวกนี้นะคะ” หลี่เพ่ยอิงขยับถอยห่างชายหนุ่มเล็กน้อย เสียงเธอเริ่มดังขึ้นจากตอนแรก เจตนาให้กลุ่มผู้ชมที่อยู่ด้านหลังได้ยินว่าเธอกับคู่หมั้นยังไม่มีอะไรเกินเลย หลี่เพ่ยอิงยังบริสุทธิ์ไร้ราคี แม้ตอนนี้คนรุ่นใหม่ในปักกิ่งจะเริ่มมีหัวคิดเรื่องชายหญิงก้าวหน้าขึ้น แต่ขนบประเพณีรักนวลสงวนตัวก็ยังคงอยู่ อีกอย่างเธอไม่มีวันกลับไปพิศวาสคู่หมั้นกลิ้งกลอกอย่างผู้ชายตรงหน้า เรื่องอะไรต้องเปลืองตัวเสียชื่อเสียงด้วยล่ะ เธอจะต้องเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย หลานสาวคนเดียวของตระกูลหลี่ต้องไม่มัวหมอง
วันนี้เธอตั้งใจวางแผนทั้งหมด กลุ่มคนในงานจะช่วยเป็นพยานให้เธอได้ หากว่างานแต่งของทั้งคู่ต้องยกเลิก นั่นเป็นเพราะความเจ้าชู้ของโจวเว่ยฉีเองทั้งนั้น ตอนนี้เขาคายความมักมากออกมาเอง ประจานตัวเองเสร็จสรรพเช่นนั้นก็รอรับผลกรรมไปเถอะ
ดวงตาของหลี่เพ่ยอิงเปล่งประกายสมใจ เธอยิ้มหวานเมื่อเห็นฉางผิงกำหมัดแน่นก้าวฉับๆ เข้ามาทางด้านหลังโจวเว่ยฉี
“พี่ฉีพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง!” เสียงกรีดร้องอย่างคับแค้นใจของฉางผิงดังขึ้น “พี่ว่าฉันยั่วก่อนเหรอ ไม่ใช่พี่หรือไงที่บอกว่าทนอยู่กับคู่หมั้นหน้าแข็งราวกับผีดิบไม่ได้” ฉางผิงคว้าไหล่ของชายปลิ้นปล้อนให้หันกลับไปเผชิญหน้ากัน ที่หล่อนเข้าหาเขา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธออยากเอาชนะหลี่เพ่ยอิง อีกส่วนคือความร่ำรวยของสกุลโจว
โจวเว่ยฉีกลัวฉางผิงจะทำให้เรื่องแย่ลง มือใหญ่ปัดมือหล่อนออกจากไหล่พร้อมตวาดเสียงดัง “ไปให้พ้น!”
ฉางผิงผงะตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่เคยตระคองกอดกระซิบคำหวานยามอยู่บนเตียงจะกล้าเอ่ยปากไล่
“พี่ฉี…” ฉางผิงครางอย่างเจ็บปวด ใบหน้าหล่อเหลานั้นเกรี้ยวกราดราวกับจะฆ่าแกงกัน ฉางผิงตวัดสายตาเคียดแค้นมองข้ามไหล่เขาไปทันได้เห็นใบหน้าหวานของหลี่เพ่ยอิงยืนยิ้มอย่างสะใจ
เจ็บใจ! ต้องเป็นแผนของนางมารเลือดเย็นหลี่เพ่ยอิงแน่ ตอนแรกแสร้งบอกว่าไม่สบายนอนอยู่บ้าน จู่ๆ ก็โผล่มางานเลี้ยงพร้อมคนอีกเป็นโขยง ตอนนี้ผู้คนมากมายรับรู้แล้วว่าหล่อนกับโจวเว่ยฉีมีสัมพันธ์กัน ถ้าไม่ได้แต่งกับเขาแล้วหล่อนก็หมดหวังที่จะจับผู้ชายชาติตระกูลดีคนอื่นได้อีก ใบหน้าของฉางผิงบิดเบี้ยวคิดไม่ถึงว่าจะตกหลุมลูกไม้ตื้นๆ พอถูกยิ้มเยาะ ด้วยความโมโหจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ ฉางผิงรีบเบี่ยงตัวก้าวผ่านร่างสูงที่ยืนขวางตั้งใจเข้าไปจัดการหลี่เพ่ยอิง เล็บยาวกางออกเล็งเป้าหมายที่ใบหน้าสวยเย่อหยิ่งที่เกลียดแสนเกลียด
หลี่เพ่ยอิงเบี่ยงหน้าหลบกรงเล็บ เกร็งตัวรับแรงกระแทกที่โถมเข้ามาจนร่างบอบบางเซล้มลงบนพื้น
“โอ๊ย!” หลี่เพ่ยอิงทิ้งตัวร้องลั่นอย่างเจ็บปวด พร้อมกับเสียงฮือฮาของผู้ชมดังกระหึ่มขึ้น
ตบกันแล้ว!
“อิงอิง!” โจวเว่ยฉีผวาเข้าไปประคองคู่หมั้นสาวบนพื้นไว้ ใบหน้าหล่อเหลาเหี้ยมเกรียมตวัดไปทางฉางผิงที่ถูกชายหนุ่มที่ยืนมุงดูช่วยกันจับตัวเอาไว้
“นังเพ่ยอิง!”
ฉางผิงตวาดลั่น ดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุม รู้ตัวแล้วว่าเสียรู้ให้กับหลี่เพ่ยอิง ท่าทางราวกลีบดอกไม้ร่วงหล่นยามต้องลมนั่นคืออะไร หล่อนมั่นใจว่าแรงปะทะไม่แรงพอให้นังผู้หญิงเสแสร้งนั่นล้มลงได้
เกินคาด! หลี่เพ่ยอิงนึกไม่ถึงว่าฉางผิงจะถึงขั้นขาดสติ แสดงกิริยาหยาบคาย ลืมเสแสร้งเป็นแม่ดอกบัวขาว
…………………