โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Grandma Sirin “ สารคดีเส้นทางชีวิต “ย่าสิรินทร์” สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 12 ก.พ. 2568 เวลา 15.07 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2568 เวลา 14.56 น.

ผู้กำกับจีน สร้างสารคดี “Grandma Sirin” เส้นทางชีวิต “ย่าสิรินทร์” สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน ถ่ายทอดเรื่องราว ตระกูลพัธโนทัย ผ่านชีวิต “สิรินทร์ พัธโนทัย” กับประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อเผยแพร่เรื่องราวให้ผู้ชมทั่วโลกรับชม

“สิรินทร์ พัธโนทัย” และครอบครัว

**[

  • 60 ปี สายสัมพันธ์ตระกูลพัธโนทัย-จีน “ใช้ลูกผูกใจ” ย้อนอดีต สะท้อนปัจจุบัน สานต่ออนาคต ](https://thaipublica.org/2016/12/60th-years-anniversary-phattanothai-prc/)**

“เราก็ตัวเล็กๆ แต่มีโอกาสสัมพันธ์กับผู้หลักผู้ใหญ่ผู้นำโลก ก็เป็นชีวิตที่แปลกเหมือนกัน” บทเริ่มต้นสนทนาด้วยรอยยิ้มของ “สิรินทร์ พัธโนทัย” ในวัยเกือบ 70 ปีปลายๆ แต่ยังคล่องแคล้วสดใส ในวันที่เธอเปิดบ้านย่านเอกมัย ต้อนรับคณะผู้กำกับจากจีน ที่ยกกองถ่ายทำสารคดี “Grandma Sirin” ในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวและจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่ยาวนานกว่า 70 ปี

“ตระกูลพัธโนทัย” เรื่องราวประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีน เริ่มต้นที่บ้านสิรินทร์ เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทำสารคดี โดยตัวบ้านเป็นอาคารสองชั้นสีขาวแบบสมัยใหม่ แต่ภายในตบแต่งที่สัมผัสได้ทั้งความเป็นจีน ตัวอักษรจีน ที่จัดวางตามมุมต่างๆ ของบ้าน ขณะที่ยังความเป็นวัฒนธรรมไทย ด้วยศิลปะพระพุทธรูป ทำให้บ้านสิรินทร์มีทั้งความเป็นไทยและความเป็นจีนที่ลงตัว

ด้านตะวันออกของอาคารมีสระว่ายน้ำขนาดกลาง เลยขึ้นไปเป็นอาคารแบบไทยแท้ที่สร้างจากไม้สักอายุกว่า 100 ปี โดยภายในอาคารทรงไทยจัดแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็น ห้องสมุดตระกูลพัธโนทัยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยภายในจัดแบ่งพื้นที่บอกเล่าเรื่องราว ภาพถ่าย ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยจีน ที่มีทั้งเอกสารและวีดิโอ ให้สำหรับลูกหลานและผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องราวของตระกูล

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 50 ตระกูลพัธโนทัย จุดเริ่มต้นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน เมื่อ“สังข์ พัธโนทัย” บิดาของ สิรินทร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นไทยได้รับแรงกดดันจกสหรัฐอเมริกา แต่ก็เล็งเห็นว่า จีน “มังกรแห่งตะวันออกกำลังจะตื่น” จึงต้องการสานสัมพันธ์กับจีน

“สังข์” ได้ตัดสินใจส่งลูกๆ คือ สิรินทร์ พัธโนทัย อายุ 8 ปี และวรรณไว พัธโนทัย พี่ชาย อายุ 12 ปีไปใช้ชีวิตที่เมืองจีน โดยความดูแลของนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล เพื่อแสดงถึงความจริงใจการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ จึงถือจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการทูตของประเทศไทย

“สิรินทร์ พัธโนทัย”

นับจากวันนั้นครอบครัวพันธโนทัยจึงถือเป็นตำนานของการเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งส่งต่อรุ่นต่อรุ่นไม่ได้จบแค่ “สิรินทร์” และ วรรณไว หากแต่ส่งต่อผ่านลูกหล่นกระทั่งปัจจุบัน

“สิรินทร์” บอกว่า หลายคนอาจจะบอกว่า “ครอบครัวพัธโนทัย รักประเทศจีน ตรงนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยพูด ไม่เคยบอกว่าเป็นความรัก แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกกว่าความรักเพราะจีนเขาเป็นเพื่อนบ้านที่ต้องเรียนรู้กันและกันทุกระยะทุกสมัย และทุกเจนเนอเรชั่น ที่ผ่านมาจึงพยายามเอาลูกไปฝากไว้ ก็อยากให้ลูกเข้าใจเมืองจีน หลานเข้าใจเมืองจีน เพราะยังไงเราต้องสัมพันธ์กับประเทศจีน

“ถ้ายิ่งรู้จักเขามากขึ้นก็จะสามารถทำประโยชน์ให้กับไทยได้มากขึ้น คือ ถ้าเราไม่ได้ศึกษาประเทศจีนเพียงพอแล้ว บอกว่ารักเหลือเกินแบบนั้นมันไม่ใช่ รักแล้วไม่รู้จะทำอะไร แต่ถ้าเข้าใจประเทศนี้ เราจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้ ซึ่งครอบครัวของเราจะเป็นแบบนี้”

“สิรินทร์” ย้ำว่า ไอ เลิฟ ไซน่า คือ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน เราไม่รักก็ได้ แต่ความเข้าใจสำคัญเพราะแต่ละประเทศก็พัฒนาในส่วนของเขา และเราก็พัฒนาในส่วนของเรา ทุกอย่างไปตามยุคสมัย การเรียนรู้ประเทศจีนจึงเป็นภารกิจของครอบครัว “พัธโนทัย” ซึ่งขณะนี้ก็ยังพยายามจะเข้าใจให้ลึกซึ้ง และถ่ายทอดให้สืบทอดกันไป โดยลูกชาย และหลานๆก็ทำอยู่ ครอบครัวของเราก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำจีน ลูกหลานผู้นำจีนมาอย่างต่อเนื่อง

พี่น้องตระกูลพัธโนทัย สิรินทร์ พัธโนทัย และวรรณไว พัธโนทัย (เสื้อเหลือง )

เรื่องราวของ “ย่าสิรินทร์และตระกูลพัธโนทัย” จะถูกถ่ายทอดผ่าน สารคดี Grandma Sirin โครงเรื่องที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยจีน ผ่านชีวิต “สิรินทร์ พัธโนทัย” ด้วยบทบาทสะพานเชื่อมระหว่างไทยกับจีน ขณะที่ทั้งสองประเทศเป็นฝ่ายตรงข้ามของสงครามเย็นแบ่งแยกในความวุ่นวายในทศวรรษ 1950 และ 1960

“สิรินทร” ในฐานะลูกสาวบุญธรรมของนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล เติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลของเขาเป็นเวลา 30 ปี แม้ต่อมาเธอก็ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มแดงในช่วงวัยรุ่น และเธอรอดชีวิตจากการปฏิวัติวัฒนธรรม

หนีจากจีนไปด้วยความช่วยเหลือของ “เอ็ดเวิร์ด เฮลธ์” ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรในภายหลัง จากนั้น “สิรินทร์” ได้กลับมาประเทศจีนในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยหลักในการสถาปนาความสัมพันธ์อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดด้วยการสถาปนาการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยในปี พ.ศ. 2518

“สิรินทร์ พัธโนทัย”

นอกจากนี้ สารคดียังเจาะลึกชีวิตของ “สิรินทร์” ในฐานะแม่ของลูกทั้งสอง โดยเธอแต่งงานที่สหราชอาณาจักร มีบุตรชาย 2 คน คือ “โจ ฮอร์น พัธโนทัย”และ “เลี่ยว ฮอร์น พัธโนทัย”

เธอเลี้ยงดูพวกเขาให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สืบทอดมรดกทางภูมิรัฐศาสตร์ของครอบครัวในการทูตของประชาชน ให้สืบทอดต่อไปยังรุ่นที่ 4 เช่นเดียวกับหลานสาวของเธอ ก็ถูกเลี้ยงดูเพื่อรับภารกิจนี้ต่อไปในอนาคตเช่นกัน

สารคดีเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางอันเป็นเอกลักษณ์ของ “สิรินทร์” อย่างลึกซึ้งผ่านความสัมพันธ์ใกล้ชิดของเธอ กับครอบครัวชั้นนำของจีน ขณะที่เธอยังคงรักษาความเป็นไทยเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่นเช่นกัน

การจัดทำสารคดี “Grandma Sirin อยู่ภายใต้การดูแลของผู้กำกับชื่อดัง หลี่ เซียว อดีตหัวหน้าผู้อำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ ช่องสารคดีเซี่ยงไฮ้ และบริษัท Gaudi Culture Media ซึ่งมีประวัติอันยาวนานในด้านการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ในประเทศจีนและต่างประเทศ โดยสารคดีเรื่องนี้มีการวางแผนไว้โดยจะจัดจำหน่ายทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศและจะเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสำคัญเพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกได้รับชมรวมถึงประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...