โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม.อนุมัติเปิดทหารยศสูงเออรี่รีไทร์ ปฏิรูปลดกำลังพล เป็นกองทัพที่กะทัดรัด

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 13.29 น.

ครม.อนุมัติเปิดทหารยศสูงเออรี่รีไทร์ ปฏิรูปลดกำลังพล เป็นกองทัพที่กะทัดรัด ทันสมัย บริหารจัดการกำลังพลที่มีประสิทธิภาพ รับสิทธิประโยชน์ 7 - 10 เท่าเงินเดือน

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา มีดังนี้
1. แผนปฏิรูปการบริหารจัดการกำลังพลของ กห. กำหนดเป้าหมายการปรับลดกำลังพลลงร้อยละ5 ของยอดกำลังพล ตั้งแต่ปีงบประมาณ พุทธศักราช 2563 - 2570 และปรับลดกำลังพลนายทหารชั้นนายพลในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนายทหารปฏิบัติการให้เหลือร้อยละ 50 ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 - 2571 เพื่อให้เกิดความสมดุลของสัดส่วนกำลังพลในทุกระดับ มุ่งสู่ “การเป็นกองทัพที่กะทัดรัด ทันสมัย มีการบริหารจัดการกำลังพลที่มีประสิทธิภาพ” ในการนี้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการปรับลดกำลังพลตามแผนข้างต้น โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความคับคั่งของกำลังพลในกลุ่มชั้นยศสูงซึ่งเป็นปัญหาในการบริหารจัดการกำลังพลของ กห. ในปัจจุบัน สืบเนื่องมาจากการผลิตกำลังพลจำนวนมากเพื่อรองรับสถานการณ์ความมั่นคงในอดีต ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการกำลังพลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การจัดทำแนวทางการดำเนินโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของ กห. โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม จึงเป็นเครื่องมือที่จะสามารถแก้ไขปัญหาด้านกำลังพลของ กห. ได้ตรงจุด ซึ่งจะส่งผลให้ กห. เกิดความสมดุลของสัดส่วนกำลังพลในทุกระดับ รวมถึงเป็นการประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรภาครัฐในระยะยาว ทำให้การพัฒนาระบบบริหารจัดการของ กห. และการพัฒนากองทัพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นการสนับสนุนนโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาลในปัจจุบัน

2. โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของ กห. มีหลักการเป็นการจูงใจข้าราชการทหารที่ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิ นายทหารปฏิบัติการและประจำหน่วยให้ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุราชการโดยสมัครใจ เพื่อลดความคับคั่งของกำลังพลในกลุ่มชั้นยศสูง โดยให้ข้าราชการทหารที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น ต้องเป็นทหารชั้นยศ พันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอกขึ้นไป ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิ นายทหารปฏิบัติการ และประจำหน่วยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีเวลาราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)] ที่ลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อน 7 - 10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย รวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี) โดยไม่รวมเงินหรือค่าตอบแทนพิเศษอื่น ๆ ตามสูตรการคำนวณ ดังนี้

เงินก้อน = [5 + อายุราชการที่เหลือ (ปี)] X เงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี)
แต่สูงสุดไม่เกิน 10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย รวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี)
นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น การยกเว้นภาษีเงินก้อนที่ได้รับตามโครงการ การยกเว้นภาษีในส่วนของเงินที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เป็นต้น

3. กค. พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของ กห. ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2568 - 2570 ถูกต้องตามกฎหมายและเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม มาเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา

4. กค. ได้จัดทำประมาณการการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยการดำเนินโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของ กห. จะใช้เงินงบบุคลากรของ กห. ภายในกรอบวงเงิน 600 ล้านบาท โดยไม่ต้องของบกลางเพิ่มเติม ระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2568 - พ.ศ. 2570 (วงเงิน 200 ล้านบาท/ปี) โดยประมาณการผู้เข้าร่วมโครงการฯ รวม 3 ปี ประมาณ 732 นาย (ปีละ 244 นาย) ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาความคับคั่งของกำลังพลในกลุ่มชั้นยศสูงซึ่งเป็นปัญหาในการบริหารจัดการกำลังผลของ กห. ในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดความสมดุลของสัดส่วนกำลังพลในทุกระดับ รวมถึงเป็นการประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรภาครัฐในระยะยาว ทำให้การพัฒนาระบบบริหารจัดการของ กห. และการพัฒนากองทัพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นการสนับสนุนนโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาลในปัจจุบัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...