โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กะทิสด พุ่งสูงสุด เป็นประวัติการณ์ โลละ 160 บาท หลังมะพร้าวขาดแคลนหนัก

Khaosod

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 05.52 น.
กะทิสด พุ่งสูงสุด เป็นประวัติการณ์ โลละ 160 บาท หลังมะพร้าวขาดแคลนหนัก

กะทิสด พุ่งสูงสุด เป็นประวัติการณ์ กิโลกรัมละ 160 บาท หลังมะพร้าวขาดแคลนหนัก พ่อค้าโอดปัญหาภัยแล้ง ทำมะพร้าวไม่ออกดอก ต้นทุนเพิ่ม

วันที่ 18 ก.พ.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มะพร้าวขาดแคลน ส่งผลให้ราคามะพร้าวและน้ำกะทิพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่ผ่านมา พ่อค้าแม่ค้าขายน้ำกะทิ ในตลาดสดมหาราช เทศบาลเมืองกระบี่ บางร้านต้องหยุดขาย เพราะหามะพร้าวไม่พอใช้

มะพร้าว ลูกละ 30-35 บาท ขณะที่ราคามะพร้าวขูด กิโลกรัมละ 100 บาท กะทิ เฉพาะหัวกะทิ จาก ราคา กก.ละ 60-65 บาท พุ่งสูงถึงกก.ละ 150-160 บาท และมีแนวโน้มขาดแคลนต่อเนื่องไปจนถึงกลางปีหน้า หลายร้านจำเป็นต้องปรับราคาขายเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

นายณรงค์ ล่องเพ็ง พ่อค้าขายน้ำกะทิมะพร้าวขูด เปิดเผยว่า สาเหตุที่ส่งผลให้มะพร้าวขาดตลาดเนื่องจาก ตั้งแต่ ต้นปี 2567 ปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ประปัญหาภัยแล้ง ทำให้มะพร้าวไม่ออกดอก ติดผล และพื้นที่ปลูกมะพร้าวลดลง และมีโรงงานผลิตน้ำกะทิมาเปิดในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้มีความต้องการมะพร้าวเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนผลมะพร้าว ที่หาซื้อมาได้ก็เป็นขนาดเล็ก ไม่แก่เต็มที่ ทำบีบเป็นน้ำกะทิได้น้อย กำไรลดลงหรือแทบจะไม่มีกำไร แต่ต้องเปิดร้านเพราะมีลูกค้าประจำแนวทางการแก้ปัญหา ขอให้อนุญาตให้โรงงานมะพร้าวนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศเข้ามา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กะทิสด พุ่งสูงสุด เป็นประวัติการณ์ โลละ 160 บาท หลังมะพร้าวขาดแคลนหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...