โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กยศ. ตอบลูกหนี้ หักเงินเพิ่ม 3,000 บาท พร้อมเปิด “วิธีแก้ไข”

อีจัน

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 13.06 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 04.41 น. • อีจัน

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชี้แจงกรณีที่ กยศ. ได้แจ้งนายจ้างให้หักเงินเดือนเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนจากผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้ โดยให้หักเพิ่มรายละ 3,000 บาท สำหรับผู้กู้ยืมที่มีสถานะค้างชำระ โดยไม่รวมผู้ที่ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. แล้ว มีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 เป็นต้นไป

วันนี้ (9 เม.ย.68) ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ. ขอชี้แจงว่าเนื่องด้วย กยศ. ได้ดำเนินการติดตามหนี้ผู้กู้ยืมทุกรายที่ยังมียอดหนี้ค้างชำระ ซึ่งรวมถึงผู้กู้ยืมที่อยู่ในระบบหักเงินเดือน

โดยก่อนหน้านี้ กยศ. ได้แจ้งหักเงินเดือนซึ่งไม่ได้นำยอดหนี้ค้างชำระเดิมของผู้กู้ยืมมารวมในการแจ้งหักเงินเดือนด้วย และได้แจ้งให้ผู้กู้ยืมมีหน้าที่ชำระเงินยอดหนี้ค้างชำระด้วยตนเองให้ครบถ้วน

แต่ผู้กู้ยืมบางรายไม่ได้มีการชำระเงินดังกล่าวจึงทำให้มียอดหนี้ค้างสะสม และบางรายได้ขอลดจำนวนเงินหักเงินเดือนแต่ไม่ได้ชำระส่วนต่างให้ครบถ้วนภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของงวดปีนั้นๆ ดังนั้น กยศ. จึงมีความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนเงินที่หักต่อเดือนบัญชีละ 3,000 บาท

“ซึ่ง กยศ. ได้จัดส่งหนังสือแจ้งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ให้ผู้กู้ยืมและได้ส่งอีเมลให้นายจ้างทราบแล้ว โดยสามารถตรวจสอบยอดหนี้ค้างชำระได้ด้วยตนเองผ่านแอป กยศ.Connect”ดร.นันทวันกล่าว

ทั้งนี้ กยศ. ขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมที่มียอดหนี้ที่ค้างชำระมาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th เพื่อได้รับสิทธิขยายระยะเวลาผ่อนชำระอีก 15 ปี ปลดภาระผู้ค้ำประกันและลดเบี้ยปรับ 100% ซึ่งจะทำให้การแจ้งหักเงินเดือนในเดือนถัดไปมียอดที่ลดลงตามเงื่อนไขในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้”

สำหรับกรณีกองทุนฯ เพิ่มจำนวนหักเงินเดือนบัญชีละ 3,000 บาท (สำหรับผู้กู้ยืม) กยศ. เปิดเผยข้อมูลถึงเหตุที่ต้องหักเงิน รวมถึงได้ให้วิธีการแก้ไขไว้แล้ว

ถาม : ถูกหักเงินเดือนทุกเดือน ทำไมมียอดค้างชำระ?

ตอบ : ยอดค้างชำระหนี้ของผู้กู้ยืมอาจเกิดจาก

  • มียอดค้างชำระหนี้ก่อนการหักเงินเดือน
  • ในระหว่างการแจ้งหักเงินเดือน ท่านมีการขอปรับลดจำนวนการหักเงิน แล้วผู้กู้ยืมไม่ได้ไปชำระส่วนต่างในวันที่ 5 กรกฎาคมของงวดปีนั้น ๆ
  • ผู้กู้ยืมสามารถตรวจสอบข้อมูลการค้างชำระหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านทาง Mobile Application “กยศ. Connect”

ถาม : ถ้าไม่ต้องการให้นายจ้างหักเงินตามที่กองทุนฯ แจ้งในเดือนนี้ ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : ผู้กู้ยืมสามารถเลือกปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้:

1. ดำเนินการขอปรับโครงสร้างหนี้

  • เพื่อลดจำนวนการผ่อนชำระต่อเดือน
  • ขยายระยะเวลาการผ่อน
  • ลดเบี้ยปรับให้ 100%
  • ปลดผู้ค้ำประกัน
  • โดยกองทุนจะแจ้งจำนวนเงินการหักเงินเดือนตามยอดผ่อนชำระใหม่ ในเดือนถัดจากเดือนที่ผู้กู้ยืมได้ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว

เช่น ในกรณีที่ท่านทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ภายในเดือนเมษายน 2568 (กลุ่มข้าราชการที่ได้รับเงินเดือนจากกรมบัญชีกลาง ให้ดำเนินการภายในวันที่ 20 เมษายน 2568) กองทุนจะแจ้งยอดผ่อนชำระใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2568 ดังนั้น เดือนเมษายน 2568 นี้ ท่านจะถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เพียง 1 เดือนเท่านั้น

2. ชำระยอดหนี้ค้างให้เสร็จสิ้น หากผู้กู้ยืมชำระแล้ว ให้ผู้กู้ยืมเงินนำหลักฐานการชำระแจ้งต่อนายจ้าง แล้วให้นายจ้างลบยอดออก 3,000 บาท จากยอดหักเงินเดือนในเดือนเมษายน 2568 ได้

ถาม-ตอบ เรื่องการหักเงินเดือน 3,000 บาท

ทำไมเดือนนี้มีจำนวนเงินแจ้งหักเพิ่มขึ้น

  • เนื่องจากผู้กู้ยืมมียอดค้างชำระหนี้นาน และมิได้ไปชำระยอดหนี้ที่ค้าง ดังนั้น กองทุนจึงแจ้งเพิ่มจำนวนเงินบัญชีละ 3,000 บาท

จะหักเงิน 3,000 บาท ไปถึงเมื่อไร

  • กองทุนฯ จะหักเงินเดือนไปจนกว่า ผู้กู้ยืมทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับกองทุน หรือชำระยอดค้างจนเสร็จสิ้น

มีการหักเงินเดือนทุกเดือน ทำไมยังมีหนี้ยอดค้างชำระ

  • ผู้กู้ยืมมียอดหนี้ค้างชำระที่เกิดขึ้นก่อนหักเงินเดือน หรือในระหว่างการหักเงินเดือนมีการปรับลดจำนวนเงิน ซึ่งผู้กู้ยืมเงินยังไม่ได้ชำระส่วนที่ค้างหรือส่วนต่าง จึงทำให้เกิดเป็นยอดหนี้ค้างชำระ

กองทุนมีการแจ้งให้ผู้กู้ยืมทราบหรือไม่

  • กองทุนมีการแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือ จัดส่งตามที่อยู่ทะเบียนราษฎร แจ้งผ่านไลน์ และแจ้งผ่านโนติ แอปฯ กยศ.Connect
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...