โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สาธารณสุข’ ชูจุดเด่น ‘ศูนย์กลางสุขภาพโลก’ จัดแสดง ‘อาคารนิทรรศการไทย’ งานเอ็กซ์โป 2025 ที่ญี่ปุ่น

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

กระทรวงสาธารณสุข ประกาศความพร้อม จัดแสดงอาคารนิทรรศการไทยงาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าวการจัดแสดงอาคารนิทรรศการไทย (Thailand Pavilion) ในงาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN โดยมีนายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในงาน

พร้อมด้วยนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายโฆสิต สุวินิจจิต คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ ที่ปรึกษาการจัดอาคารนิทรรศการไทย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะเข้าร่วมงาน

กิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับงาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก"Designing Future Society for Our Lives" การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านสุขภาพ และการแพทย์ เพื่อเป้าหมายชีวิตที่มีความสุข และสุขภาพดี

ในส่วนของประเทศไทย มีแนวคิดหลักในการจัดงานครั้งนี้ คือ "THAILAND Connecting Lives for Greatest Happiness" สร้างสรรค์ชีวิตเพื่อความสุขที่ยิ่งใหญ่ และแนวคิดรองThai-Smile Connecting Happiness World Destination ยิ้มสยามที่ก่อให้เกิดความสุขเป็นเป้าหมายปลายทางของคนทั่วโลก

โดยหยิบยกเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยตั้งแต่ ธรรมชาติ ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม นวัตกรรม จนถึงศักยภาพและความพร้อมด้านสาธารณสุข มานำเสนอแก่ผู้ชมจากทั่วโลก

ศูนย์กลางสุขภาพโลก

อาคารนิทรรศการ สะท้อนสถาปัตยกรรมไทยสมบูรณ์แบบ

สำหรับอาคารนิทรรศการไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่ A13 โซน Connecting Lives รูปแบบการก่อสร้างแบบ Type A หมายถึงประเทศที่ได้รับพื้นที่ขนาดใหญ่ มีการออกแบบ และดำเนินการก่อสร้างเอง ทำให้สามารถสะท้อนถึงเอกลักษณ์ และวัฒนธรรม รวมไปถึงศักยภาพของประเทศไทยได้อย่างเต็มที่

ตัวอาคารได้ออกแบบโดยนำศิลปะ และสถาปัตยกรรมไทยโบราณให้ผสานเข้ากับวิธีก่อสร้างสมัยใหม่ ใช้เทคนิคย่อมุมที่อยู่บนยอดอาคารมณฑป ซึ่งเป็นลักษณะ "ทรงจอมแห" เป็นรูปทรงของหลังคา และด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ตั้งอาคาร ซึ่งมีหน้าแคบ และลึกยาว

ดร.ณรงค์วิทย์ อารีมิตร สถาปนิกผู้ออกแบบอาคาร

รูปทรงอาคารในครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นทรงครึ่งจั่ว ประกอบกับการใช้ผนังกระจกขนาดใหญ่ขนาบข้างอาคารยาวตลอดแนวเป็นการสร้างเทคนิคภาพสะท้อน เมื่อมองจากด้านหน้าทางเข้าหลัก ทำให้เห็นความเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่สมบูรณ์แบบ สร้างความโดดเด่นสะดุดตา และยังคงความสมดุลของหน้าจั่วแบบสถาปัตยกรรมไทยไว้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ยังแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านการออกแบบของไทย ด้วยการผสมผสานความละเมียดละไมของศิลปะสถาปัตยกรรมไทยที่ประยุกต์ใช้กับวัสดุ และวิธีการก่อสร้างสมัยใหม่ ทำให้อาคารนิทรรศการไทยในครั้งนี้งดงามทันสมัยแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา

โลโก้ประจำอาคารนิทรรศการไทยในครั้งนี้ คือเฉลว ที่มีแนวความคิดมาจากเฉลวไม้จักสาน ที่ปักบนหม้อยา อันเป็นสัญลักษณ์ของการแพทย์แผนไทย ตั้งแต่อดีตสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยสื่อความหมายถึงภูมิปัญญาไทย ในการดูแลใส่ใจด้านสุขภาพ

ศูนย์กลางสุขภาพโลก

จาก 1 สู่ 1,000,000 มุ่งสู่ "ศูนย์กลางสุขภาพโลก"

ภายในอาคารนิทรรศการไทย ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการ จาก 1 สู่ 1,000,000 ที่จะนำประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก (Medical and Wellness Hub) ประกอบด้วย

1 หมุดหมายสุขภาพโลก ปักหมุดอาคารนิทรรศการไทย ร่วมทำสัญลักษณ์ถ่ายภาพเช็คอิน เพื่อแชร์ให้ทั่วโลกได้รู้จักดินแดนแห่งความกินดี อยู่ดีสไตล์ไทย ๆ โดยมี "น้องภูมิใจ" มาสคอตตัวแทนประเทศไทยรอต้อนรับทุกคนอย่างเป็นมิตร

10 มนต์เสน่ห์ประเทศไทย นำเสนอความงดงามของธรรมชาติ ภูมิปัญญา สมุนไพรไทย มนต์เสน่ห์ของประเทศไทย ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ และรอยยิ้มของผู้คน ผ่านการจัดแสดงแบบ Immersive Experience ภายในโรงภาพยนตร์ Wisdom of life Immersive Theater

ศูนย์กลางสุขภาพโลก

100 ศักยภาพสาธารณสุขไทย นำเสนอเรื่องราวการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ไทยอย่างครบวงจร ผ่านวิดีทัศน์ "Eye Opener เปิดโลกระบบสาธารณสุขไทย" ควบคู่กับวัตถุจัดแสดงกว่า 100 สิ่ง ที่สื่อถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งจะพาผู้ชมท่องไปในโลกสาธารณสุขไทยที่ประกอบไปด้วย

  • Medical service hub สถานบริการรักษาพยาบาลแบบครบวงจรที่ได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล
  • Academic hub การเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยด้านการแพทย์และการวิจัย
  • Wellness hub สถานบริการที่รองรับการพักผ่อน เพื่อรักษาสุขภาพที่เน้นการฟื้นฟู และรักษาสุขภาพ
  • Product Hub ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

1,000 สถานบริการทางการเเพทย์ นำเสนอศักยภาพทางการแพทย์ และการบริการของไทยที่ได้มาตรฐานในระดับสากล ผ่านทัชสกรีนที่สามารถเข้าถึงการรักษา 15 กลุ่มโรค ที่นักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นิยมมารักษาที่ไทย ผ่านโรงพยาบาลในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานสากล

ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่นำเสนอสปา และเวลเนสที่ได้รับมาตรฐาน Thai World Class Spa และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไทย อีกทั้งสามารถสัมผัสประสบการณ์ผ่อนคลายผ่านห้องจัดแสดง "ท่วงทำนองแห่งสุขภาพดีแบบไทย" ตามหลักเเพทย์เเผนไทย ที่จะช่วยบำบัด ผ่อนคลาย ปรับสมดุลร่างกายแก่ทุกคน

นอกจากนี้ รอบห้องจัดแสดงยังนำเสนอศักยภาพทางการแพทย์ของไทย ผ่านการจัดอันดับที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น ประเทศที่ฟื้นตัวและรับมือสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีที่สุด ประเทศที่มีกิจกรรมเชิงสุขภาพ และสถานบริการเพื่อสุขภาพดีติดอันดับโลก ฯลฯ เสมือนข้อพิสูจน์ว่า ประเทศไทยเป็นหมุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง

10,000 เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เรียนรู้เรื่องราววัตถุดิบ และอาหารไทย ผ่านโซนจัดแสดงต่าง ๆ ได้แก่ "เกมรังสรรค์เมนูสุขภาพสไตล์คุณ" ผ่าน Art Wall Installation และรับชม "อาหารไทยติดอันดับโลก" ที่สามารถเลือกดูเมนูอาหารติดอันดับ ผ่าน Interactive Table เช่น ผัดกะเพรา ผัดไทย มัสมั่น ฯลฯ

ทั้งยังต่อยอดเป็นเมนูฟิวชั่นต่าง ๆ เช่น พิซซ่ากะเพรา ไข่ดาว เกี๊ยวซ่าผัดไทย สเต็กซอสมัสมั่น ฯลฯ พร้อมรู้จักกับ “สำรับอาหารไทย 4 ภาค” ที่จำลองเมนูสุขภาพของแต่ละภูมิภาค ที่รังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบของไทย

100,000 ผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกัน พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย ทั้งเครื่องแต่งกาย ของใช้ อาหาร และเครื่องดื่ม สินค้าที่ระลึก ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม รวมถึงโปรแกรมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ที่ทุกคนล้วนเข้าถึงสุขภาพดีในแบบไทย ๆ ได้

1,000,000 รอยยิ้มแห่งความประทับใจ พื้นที่รวบรวมล้านความรู้สึกประทับใจทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่ได้มีส่วนร่วมแบ่งปันรอยยิ้มให้กับคนทั่วโลก

ตื่นตาตื่นใจศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย

พร้อมกันนี้ จัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ที่จะมาสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ และความประทับใจแก่ผู้ที่มาร่วมชมงาน โดยมีแนวคิดหลัก คือ Creative Performances ยิ้มสยามงามสู่สังคมโลก เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ เผยแพร่ความเป็นไทยผ่านการแสดงที่เข้าถึงได้ง่าย และร่วมสมัยในสไตล์ Contemporary Fashionable

การแสดงในแต่ละชุดนั้น จะแสดงให้เห็นภูมิวัฒนธรรมของประเทศไทยที่ผูกพัน สอดคล้องกับธรรมชาติ วิถีชีวิต และตามฤดูกาลที่หมุนเวียน ทั้งการละเล่น และประเพณีที่หลากหลาย สามารถสร้างความสนุกสนาน เพลิดเพลิน รวมทั้งมอบความประทับใจให้แก่ผู้มาเข้าชมทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ จากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาร่วมจัดกิจกรรมตลอดการจัดงาน

ในส่วนของมาสคอตประจำอาคารนิทรรศการไทยในครั้งนี้ชื่อว่า "น้องภูมิใจ" โดยมีแนวคิดการออกแบบมาจากแมงสี่หูห้าตาในตำนาน ที่มาพร้อมสิ่งวิเศษทั้ง 4 ได้แก่ รอยยิ้มสยาม พรหมวิหาร 4 มี 4 หู 5 ตา และเฉลว ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆของประเทศไทย พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนด้วยรอยยิ้มสยาม

ด้านเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ มีด้วยกัน 2 ชุด ชุดแรก ชื่อว่า เอกลักษณ์สยาม ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดสมัยรัชกาล ที่ 5 โดยนำความเป็นไทย ผสมผสานกับความเจริญก้าวหน้าของโลก โดยที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของไทย

ชุดที่สอง ชื่อว่า ภูมิพัสตรา เป็นการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัยรัชกาลที่ 1-3 โดยนำรูปแบบ การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์มาผสมผสานกับรูปแบบเสื้อผ้าของ 2 วัฒนธรรมระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่น โดยผสมผสานความเป็นทางการกับลุคสบาย ๆ เข้าด้วยกัน

ทั้งน้องภูมิใจ และเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ประจำอาคารนิทรรศการไทย ล้วนเป็นผลงานจากผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบมาสคอต และเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ประจำอาคารนิทรรศการไทย ซึ่งได้จัดประกวดไปเมื่อปี 2567 โดยผลงานดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งความน่าประทับใจให้ได้รับรู้ถึงวิถีชีวิต และภูมิปัญญาไทยได้เป็นอย่างดี

ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-เชิงการแพทย์ สร้างเศรษฐกิจศักยภาพสูง

จะเห็นได้ว่า ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-เชิงการแพทย์ หรือ Medical and Wellness Tourism ของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท

สำหรับกลุ่ม Wellness Economy ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-เชิงการแพทย์ คาดการณ์ว่า ในระยะยาวมูลค่ารวมของตลาดด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยจะสามารถสร้างรายได้ถึง 2.2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2577 ซึ่งจะส่งผลต่อประเทศ ในการเกิดเป็นเศรษฐกิจศักยภาพสูง

ดังนั้น การที่ไทยได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเป็น ศูนย์กลางสุขภาพโลก บนเวทีโลก ซึ่งจะก่อให้เกิดการขยายตลาดด้านสุขภาพของไทย อีกทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งซอฟต์พาวเวอร์ด้านต่าง ๆ ของประเทศ แก่สายตาชาวญี่ปุ่น และชาวโลก

รวมถึงเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ และขยายความร่วมมือกับนานาประเทศ เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์กับนานาชาติ

จากการประมาณการ คาดว่า จะมีผู้เข้าชมจากทั่วโลก รวมถึงประเทศสมาชิก และองค์กรระหว่างประเทศจากทั่วโลกเข้าร่วมงานประมาณ 28.2 ล้านคน ซึ่งจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานดังกล่าว คาดว่าจะมีประเทศกลุ่มเป้าหมายที่ไทยมุ่งขยายตลาดเศรษฐกิจสุขภาพ ประกอบด้วย ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) กลุ่มประเทศ CLMV และ จีน

นับเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพ เพื่อดึงดูดนักลงทุนกลุ่มทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

ร่วมส่งรอยยิ้มไทยไปเอ็กซ์โป 2025

เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมให้กับประชาชนคนไทยทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดแสดงภายในอาคารนิทรรศการไทย ผ่านกิจกรรม Thai Smile@Expo 2025 ส่งยิ้มไทยไปเอ็กซ์โป 2025 จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ส่งภาพรอยยิ้มผ่านโซเชียลมีเดียของตัเอง และติดแฮชแท็ก #thaismileatexpo2025 #ยิ้มไทยไปเอ็กซ์โป2025

าพรอยยิ้มของใคร มีจำนวนยอดไลค์มากที่สุด จะได้รับรางวัลใหญ่ตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ-โอซากา พร้อมทัวร์สุดพิเศษในงาน EXPO 2025 จำนวน 2 ที่นั่ง สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์-5 มีนาคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Thailand Pavilion World Expo 2025

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศ ในงานระดับโลกที่จะได้โชว์ศักยภาพของไทย รวมถึงการนำสถาปัตยกรรม ศิลปวัฒนธรรม มนต์เสน่ห์ของประเทศไทย และความพร้อมด้านการแพทย์ และสาธารณสุขไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก

จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมภาคภูมิใจ ร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และไปเยี่ยมชมอาคารนิทรรศการไทย ในงาน EXPO 2025 OSAKA, KANSAI, JAPAN ระหว่างวันที่ 13 เมษายน-13 ตุลาคม 2568 ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ Thailand Pavilion 2025 และทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Thailand Pavilion World Expo 2025

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...