พระนางเชงสอบู สตรีหนึ่งเดียวแห่ง “หงสาวดี” ที่ขึ้นครองราชย์
“พระนางเชงสอบู” คือสตรีคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์มอญ-พม่า ที่ขึ้นเสวยราชย์เป็น “พระเจ้าแผ่นดิน” เฉกเช่นพระมหากษัตริย์ ที่สำคัญอีกประการ คือ พระนางในฐานะผู้นำสูงสุดแห่งราชสำนักหงสาวดี ยังได้รับยกย่องว่าทรงเป็นผู้ปกครองที่กษัตริย์รุ่นหลังควรยึดเป็นแบบอย่าง
ประวัติ “เชงสอบู”
เอกสารทางประวัติศาสตร์หลายฉบับ เช่น พงศาวดารมอญ, พงศาวดารพม่าฉบับอูกาลา ฯลฯ ต่างระบุถึงประวัติของพระนางตรงกัน ว่าทรงเป็นพระราชธิดาพระเจ้าราชาธิราช แห่งกรุงหงสาวดี พระนางเข้าสู่ราชสำนักอังวะ เพราะพระยาราน ซึ่งเป็นพระอนุชา ส่งพระนางมาถวายพระเจ้าสีหตุ เจ้าผู้ปกครองกรุงอังวะ เพื่อตอบแทนที่ทรงช่วยเหลือให้พระองค์ขึ้นเสวยราชย์ที่กรุงหงสาวดี
ด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติของพระนาง ทำให้พระเจ้ากรุงอังวะทรงหลงใหลและโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับอภิเษกขึ้นเป็นหนึ่งในมเหสี เป็นเหตุให้พระนางเชงโบเม พระมเหสีพระองค์หนึ่งไม่พอพระทัย
ราชสำนักวุ่นวาย
พระนางเชงโบเมลักลอบติดต่อกับเจ้าฟ้าโองปอง (บ้างเรียกเจ้าฟ้าสีปอ) ให้นำกำลังเข้ายึดกรุงอังวะ จนเป็นเหตุให้พระเจ้าสีหตุเสียทีถึงขั้นสวรรคตในสมรภูมิ เมงละเง-พระราชโอรสของพระเจ้าสีหตุ ซึ่งมีพระชนม์เพียง 9 พรรษา ขึ้นเสวยราชย์แทนได้เพียง 3 เดือน ก็ถูกพระนางเชงโบเมวางยาพิษสวรรคต
จากนั้น พระนางเชงโบเมชักนำให้ กเลเจตอง-พระญาติของพระนาง ขึ้นครองราชย์แผ่นดินอังวะ ซึ่งก็เป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน ก่อนจะถูกขับไล่ออกจากราชบัลลังก์ พระนางเชงโบเมเองก็ต้องหนีออกจากพระนคร
ตะโดโมเยง คือผู้นำการล้มล้าง ได้สถาปนาตัวเองขึ้นครองราชบัลลังก์อังวะ ส่วนพระนางเชงสอบูยังคงฐานะเป็นมเหสีเช่นเดิม ทั้งสร้างพระตำหนักให้ประทับอย่างสมพระเกียรติ
พระเจ้าแผ่นดินสตรี
ภายหลังมีพระภิกษุ 2 รูป ได้ลอบนำพระนางกลับคืนสู่กรุงหงสาวดี และเมื่อไม่มีเชื้อสายพระเจ้าราชาธิราชที่เป็นชายสืบสกุล พระนางก็ได้ขึ้นเสวยราชย์ (พ.ศ. 1996-2003)
พระนางไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยเป็นผู้ปกครองที่ประชาชนเคารพศรัทธา ผู้แต่งพงศาวดารพม่าใช้พระนางเป็นทั้งต้นแบบและตัวแทนส่งผ่านหลักการปกครองแก่กษัตริย์ นอกจากนี้ พระนางยังทรงอุทิศตนทำนุบำรุงพระศาสนา ถึงกับถวายทองคำเท่าน้ำหนักตัวสำหรับหุ้มองค์เจดีย์ชเวดากองเป็นพุทธบูชา ฯลฯ
แม้จะเป็นสตรีแต่ก็ได้รับการยกย่อง ว่าเป็นผู้ปกครองที่กษัตริย์รุ่นหลังควรยึดถือพระนางเป็นแบบอย่าง
อ่านเพิ่มเติม :
- ไทย-พม่า กับความสัมพันธ์ด้าน “นาฏกรรม” ที่หยิบยืมกันไปมา
- สิบทิศยังน้อยไป! เปิดที่มา “บุเรงนอง” แท้จริงคือ “ผู้ชนะยี่สิบทิศ”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
สุเนตร ชุตินธรานนท์. “ขัตติยนารีแห่งราชสำนักสยาม ที่ถูกมองข้ามความสำคัญ” ใน, ศิลปวัฒนธรรม มกราคม 2546.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระนางเชงสอบู สตรีหนึ่งเดียวแห่ง “หงสาวดี” ที่ขึ้นครองราชย์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com